เมื่อปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่เมืองจีน การไปเที่ยวทุกครั้งจะรู้สึกว่า มีอะไรที่แปลกใหม่เสมอ แม้ว่าการเที่ยวในแต่ละครั้งจะไม่เคยซ้ำเมืองเลย แต่ไม่ว่า จะเป็นการเที่ยวสักกี่เมืองก็ตาม รัฐบาลจีนออกกฎว่า สำหรับผู้มาเยี่ยมเยียนประเทศจีน จะต้องมีการนำนักท่องเที่ยวไปแวะสถานที่ที่รัฐบาลจีนรับรอง หนึ่งในสถานที่ที่ข้าพเจ้าชื่นชมนัก นั่นคือ ที่ซื้อชาจีน
ภายในนั้น จะจำลองการจัดแสดงการชงชาแบบจีนๆ โดยภายในห้องควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม ความชื้นที่เหมาะสมกับการรักษาใบชา การแต่งกาย อุปกรณ์การชงชา และไม่ว่าจะไปครั้งไหนๆ หรือจะกี่เมืองก็ตาม การประกอบพิธีแสดงการชงชาจีน ล้วนแล้วแต่ให้ผู้หญิงทั้งสิ้นเป็นผู้แสดง
ด้วยลีลาที่อ่อนช้อยในการตักใบชาออกจากโถ หรือการคีบก้อนชา การบดใบชา การหยิบกาน้ำร้อน และเส้นสายของชาสีทองเรืองรองที่ผ่านอากาศลงสู่ถ้วยชานั้น ช่างสวยงามชวนมองยิ่งนัก ยิ่งตอนที่การชงชาสิ้นสุดลงและผู้แสดงได้หยิบยื่นถ้วยชามามอบให้แก่ผู้เข้าชมเพื่อได้มีโอกาสลิ้มลองนั้น การถือถ้วยชาที่งามสง่านั้น สมกับที่ทำให้ประเทศนี้มีเอกลักษณ์ในการส่งมอบตำนานชาติจีนนับห้าพันปีให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ในยุคโลกาภิวัฒน์เช่นนี้
ท้ายที่สุด มักจบลงด้วยการออกจากห้องประกอบพิธีชงชา พร้อมกับถุงคนละใบสองใบที่บรรจุใบชาอยู่ในนั้น แน่นอน การซื้อขายเกิดขึ้นแล้ว
ข้าพเจ้าเข้าไปถามหญิงผู้ชงชานั้น “เว่ย เชิน เมอะ โหย่ว จื่อ หนิ่ว เสียว เจี่ย เหยี่ยน ชู ”
ได้ความว่า “หว่อ เมิน เหยี่ยน เจิน ห่าว อะ , เขอ อี่ ม่าย ตั๊ว เลอ”
ประมาณว่า เพราะเหตุใดถึงให้แต่ผู้หญิงทำการแสดงพิธีชงชา เธอตอบว่า ก็คนชมมักกล่าวว่า พวกเธอแสดงได้ยอดเยี่ยมจริงๆ และเธอก็สามารถขายชาได้ไม่น้อยเลย
แต่หากได้อ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพิธีชงชานี้ จะพบว่า มีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่จะประกอบการชงชาได้ เหมือนว่าในสมัยก่อน เป็นหน้าที่เฉพาะของผู้หญิงเท่านั้น

ตรงนี้ ไม่ว่าผู้ซื้อจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตามต่างก็ประทับใจในรสชาแต่ละแบบที่ตนชื่นชอบทั้งสิ้น ยิ่งกว่านั้น แม้ว่ารู้ทั้งรู้ว่าการซื้อใบชากลับมายังประเทศไทย บางคนก็ไม่ได้มีพิธีรีตรองในการดื่มชาอย่างที่หญิงสาวในห้องชงชาได้แสดง หรืออาจซื้อมาเก็บไว้ในห้องเก็บของจนฝุ่นจับด้วยซ้ำ แต่เมื่อถูกโน้มน้าวด้วยเรื่องของบรรยากาศ และการทำพิธีให้สมบูรณ์แบบที่สุด จนสุดท้าย การซื้อก็เกิดขึ้น ที่การซื้อเกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากความประทับใจของนักท่องเที่ยวที่ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ประสบการณ์และการเข้าถึงแก่นของสินค้าชนิดนี้
การค้าใบชาของจีน ไม่ใช่เฉพาะจงใจจะขายใบชาเท่านั้น แต่ยังเหมารวมถึงการมีประสบการณ์ร่วมกันระหว่างใบชา ตำนานจีน และนักท่องเที่ยว มันเป็นอะไรที่มากกว่าการซื้อขาย และทอนตังค์
ผู้ที่ได้ประโยชน์คือ รัฐบาลจีน ที่แต่ละวันการให้นักท่องเที่ยวได้แวะในสถานที่ที่รัฐบาลได้รับรองอย่างเต็มรูปแบบนั้น สุดท้ายมักจะได้ผลดีเสมอ
แล้วคุณล่ะ เริ่มสนใจศิลปะการชงชาขึ้นมาบ้างแล้วยังคะ
Wachi Bowornki.
เคสนี้พูดได้เลยว่า บรรยากาศพาไปจริงๆครับ
แค่เห็นวิธีการชงชา เกิดความประทับใจ ความพอใจที่จะซื้อก็ตามมา
เรื่องจริงเลยครับ... แม่ผมก็ซื้อใบชาจากจีนมาเหมือนกัน จนป่านนี้ยังฝุ่นเกาะ ไม่ได้แกะอยู่เลยครับ
วิธีการมันเหมือนกับ การสาธิตการทำสินค้า OTOP ของไทยไหมครับพี่ ??
สำหรับผู้ชายอย่างผม ถ้าได้เห็นวิธีทำก็จะให้ผมสนใจในตัวสินค้ามากขึ้นจริงครับ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ซื้ออีกเหมือนเดิม
แล้วผู้หญิงละครับ... การได้เห็นวิธีการสาธิตทำตัวสินค้า OTOP ของไทย มีผลต่อการตัดสินใจซื้อหรือเปล่าครับ ^^
เป็นคำถามที่น่าสนใจมากค่ะ น้องไพรัชต์
สินค้าโอท็อปของไทยนั้น ต่างจากของจีนมากอยู่ตรงที่
รัฐบาลจีน มีนโยบายในการช่วยเหลือสินค้าของเขา องค์รวมทั้งประเทศ
ไม่ว่าแม่ของน้อง หรือพี่จะไปที่เมืองใดๆ ก็ตาม
จะต้องได้แวะสถานที่รัฐบาลสนับสนุนทั้งสิ้น ซึ่งอาจเป็นโรงงานผลิตหยก
โรงงานผ้าไหม ร้านชงชาและเครื่องชา ครีมบัวหิมะและผลิตภัณฑ์เครื่องยาจีน
เป็นต้น ต่างจากไทย ที่ไทยตั้งทั้งหมดนี้ประหนึ่งเหมือนเป็นเพียงสโลแกน
คือคำขวัญทิ้งไว้ ที่เหลือจากนั้น พวกคุณจงสานต่อเอาเอง
อย่างนี้ คนที่ทำสินค้าเหล่านี้ก็ลำบากแย่เลยสิ
อีกทั้งคนมาซื้อก็ไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบาย
จูงใจและสร้างบรรยากาศการขายที่ดีสักเท่าไรเลย
สินค้าโอท็อปของเรา อยู่ยังไงก็อยู่อย่างงั้น ขุนไม่ขึ้นสักที
j
เห็นด้วยกับเรื่อว"สร้างบรรยากาศการขาย"
ขอบใจมาก JW