หนึ่งปีที่ผันผ่านมีเรื่องราวเกิดขึ้นกับชีวิตที่ได้ลิขิตให้พบกับความดีงามของผู้คนอย่างมากมาย

ในส่วนตัวได้พบกับความงามของชีวิตที่ให้ความสงบ ความสุขใจ และความเข้าใจชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างมากมาย

ได้เรียนรู้จักความกลัว ความกล้า ความไม่รัก และความรักว่ามีเหตุชักนำที่สัมพันธ์กันอยู่ในทีเสมอ

แต่ละก้าวที่ได้สัมผัสเรียนรู้ มีความก้าวหน้าที่คล้ายกับมีการถอยหลังด้วย ทำให้ได้รู้จักว่าเกิด-ดับมีความหมายเป็นอย่างไร

ความแน่นอน ความไม่แน่นอนล้วนไม่ยั่งยืน มีเกิด-มีดับ แต่ที่ไม่รู้สึกว่ามีดับเป็นเพราะไปยึดมั่น เมื่อไรปล่อยวาง มันก็ดับไป

ดีใจกับตัวเองที่บางครั้งช่างสามารถจนได้ก้าวข้ามให้มีโอกาสมองย้อน สามารถจับต้องรู้จักสติได้ จับใจให้เรียนรู้ได้โดยไม่ยากนาน ทำให้ประสบพบความสงบรำงับ เพิ่มความสงบงามให้แก่ชีวิตตน

จับใจได้เหมาะ ตามรู้ได้ทัน แล้วรู้ว่ามีทีเผลอในหลายๆโอกาส จนรู้ตัวว่ายังมีเรื่องพึงฝึกฝนอยู่อีกมากมาย

ดีใจกับตัวเองที่ได้ฝึกฝนตนในวันที่ผ่านมา จนมีวันนี้ในเรื่องหลักๆของการรู้จักอภัยในยามที่ได้เจอะเจอผู้คนผู้ตกอยู่ในคลื่นอารมณ์แห่งตน รู้จักตัวเองด้วยว่าโง่และตาบอดจนหลงนำพาตัวตกลงไปในบ่อแห่งอารมณ์บ่อนั้นไปด้วยจนแปดเปื้อนใจ

การหลงตกไปนี้มีดีตรงที่ทำให้รู้จักว่าสติ มีเผลอ รู้ความต้องการ รู้ใจตนชัด  รู้จักกับจี๊ด รู้ว่าอารมณ์ลบยังสงบเสงี่ยมอยู่ภายในตัวตน รู้ว่าเรื่องกินพื้นที่ที่อัตตาไม่ยอมปล่อย ยังคงมีเหลืออยู่โดยที่ยังไม่รู้อยู่อีกหลายมุม

การหลงตกไปเท่ากับได้กระตุ้นให้รู้ตัวว่า ยังมีเรื่องฝึกฝน ได้รู้ว่าด้านลบนั้นสามารถทำให้เกิด-ดับอย่างไรได้เมื่อสติมา แม้จะลำบากกับการดึงตัวขึ้นให้พ้นขอบบ่อแต่ก็ทำให้โลกภายในของตัวหลังผ่าน เหตุการณ์เติบโตงอกงาม

การอภัยสำคัญที่มีให้ตัวเองคงมีที่ยังไม่ผ่าน ยังไม่สามารถก้าวข้ามก็จะตั้งใจฝึกต่อไปเพื่อละอัตตา

อัตตาสำคัญที่ยังต้องฝึกต่อเพื่อละวางมันไปให้มันหมดอิทธิพลต่อชีวิต คือ อัตตาตัวตนที่ไม่ให้อภัยกับความไม่รู้ของผู้คนที่ผ่านเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ด้วยกันแล้วสร้างทีเผลอไปเบียดเบียนเขาด้วยความใหญ่ของอัตตา  หวังเอาไว้ว่าวันใหม่ข้างหน้าจะสามารถก้าวข้ามอัตตาที่เป็นใหญ่ตัวนี้แบบพ้นผ่าน สามารถสละการดำรงอยู่ของมันแล้วก้าวข้ามไปสู่โลกภายในที่สงบรำงับไม่เบียดเบียนผู้คนคู่ขนานกับความสว่างสดใสที่ใจครองตนไม่ให้เบียดเบียนตนไปพร้อมกันได้สมใจ

บันทึกอื่น : วันนี้วันดี