ก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก (World Class University)
ศ.เกียรติคุณ ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดี ม.ขอนแก่น |
อธิการบดี ม.ขอนแก่น กล่าวด้วยว่า กว่า 46 ปีของมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคอีสาน กระทั่งก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับอาเซียน ย่อมสะท้อนผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในหลายๆ ด้าน อาทิ ความเข้มแข็งด้านการวิจัย ด้วยกองทุนส่งเสริมการวิจัย และศูนย์วิจัยเฉพาะทางที่ครอบคลุมสาขาต่างๆ ถึง 18 ศูนย์ มีงานวิจัยและสร้างสรรค์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ และนำไปใช้ประโยชน์ในระดับชาติและนานาชาติในระดับสูง ในด้านความเข้มแข็งด้านการบริการวิชาการแก่สังคม นอกจากการจัดอบรมสัมมนาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้แล้ว ยังจัดบริการรักษาพยาบาล โดยโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลทันตกรรม โรงพยาบาลสัตว์ ร้านยาชุมชน และ ความเข็มแข็งด้านวิชาการ โดยสะท้อนภาพจากบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาออกไปรับใช้ชุมชน และประเทศชาติแล้ว กว่า 90,000 คน
นอกจากนี้ ผลจากการประเมินและจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยหน่วยงานภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถยืนยันความสำเร็จของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในอีกหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีเลิศด้านการเรียนการสอน และดีเยี่ยมด้านการวิจัยในปี พ.ศ. 2549 , สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) จัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศสองปีซ้อนในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่มีภารกิจเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2550 และสำหรับ ปี พ.ศ. 2550 กพร. ได้ประเมินมหาวิทยาลัยขอนแก่นในด้านการให้บริการและทัศนคติต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในเกณฑ์ดีมาก และในปีเดียวกันนี้ยังผ่านการประเมินโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในระดับที่ดีมากเช่นกัน รวมทั้งยังได้รับการจัดอันดับที่ 528 ของโลกและอันดับที่ 21 ของกลุ่มประเทศอาเซียนจากการจัดอันดับของนิตยสาร Times Higher Education ในปี พ.ศ. 2551 และในปีเดียวกันนี้ เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการจัดอันดับเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับ 160 ของโลก และอันดับที่ 24 ของเอเซีย และ อันดับ 2 ของประเทศไทย ซึ่งจัดอันดับโดย 4 International Colleges & Universities (4icu.org) อ้างอิงความนิยมเว็บไซต์จากฐานข้อมูลของ Google Page Rank, Yahoo Inbound Links และ Alexa Traffic Rank โดยปัจจุบันสถิติจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาที่มีระบบประกันคุณภาพได้มาตรฐานเป็น 1 ใน 8 สถาบันอุดมศึกษาคุณภาพ จากการประกวดระบบประกันการคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2550 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) และได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ให้เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต จากจำนวน 13 นวัตกรรมทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2551 จำนวน 2 นวัตกรรม คือ "นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนวิชาศึกษาทั่วไป" และ "นวัตกรรมการพัฒนามาตรฐานความรู้ความสามารถทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี" และในปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นปีแห่งคุณภาพบัณฑิตอุดมศึกษาไทย มข. ยังได้รับเลือกจาก สกอ. ให้เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) อีกครั้ง ด้านกลุ่มหลักสูตรและการสอน
อธิการบดี ม.ขอนแก่น กล่าวอีกว่า ก้าวเข้าสู่ปีที่ 46 ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในปี พ.ศ. 2553 นี้ นับเป็นอีกปีแห่งความภาคภูมิใจของชาว มข. ที่มหาวิทยาลัยได้รับเลือกเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ซึ่งการจะเป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ” ได้ต้องเป็นมหาวิทยาลัยซึ่งมีศักยภาพที่สามารถจะทำงานวิจัยระดับชาติและมีผลงานระดับโลก โดยเป็นมหาวิทยาลัยติดลำดับไม่ต่ำกว่า 1 ใน 500 ที่มีการประกาศมหาวิทยาลัยของโลก แต่หากไม่ติด 1 ใน 500 จะต้องเข้าเกณฑ์อย่างน้อย 3 ประการ คือ 1.) มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติโดยภาพรวม (Scopus) ไม่ต่ำกว่า 500 เรื่องใน 5 ปีล่าสุด 2.) ผลงานวิจัยต้องมีความโดดเด่นอย่างน้อย 2 ใน 5 สาขาวิชาหลัก 3.) จะต้องมีอาจารย์ที่จบปริญญาเอกไม่ต่ำกว่า 40% ของอาจารย์ทั้งหมดในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ แต่ละมหาวิทยาลัยจะต้องจัดทำแผนงาน เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการวิจัยต่อไป โดยจะต้องเป็นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และเป็นผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ซึ่งอย่างน้อยจะต้องได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ขณะเดียวกันต้องเป็นงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในการพัฒนาอุตสาหกรรม การเกษตร สังคม และการแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวในตอนท้ายว่า แม้ความสำเร็จที่ผ่านมาจะทำให้เรามีความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นที่จะสานต่อภารกิจด้านการศึกษา ด้านการวิจัย ด้านบริการวิชาการ และด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ชาวมข. ยึดมั่นดำเนินการร่วมกันมาโดยตลอด แต่การก้าวเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก (World Class University) เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับชาว มข. สิ่งที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในก้าวต่อไป คือ ความรัก ความเข้าใจในองค์กรของนักศึกษาและบุคลากรทุกส่วน โดยในส่วนนี้มหาวิทยาลัยได้ขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ Branding KKU ซึ่งเป็นการกำหนดตัวตนที่ชัดเจนของ มข. กำหนดตำแหน่งที่ชัดเจนบนเวทีระดับสากล กำหนดทิศทาง และกรอบการทำงานที่ชัดเจนร่วมกัน และหลอมรวมความเข้มแข็ง ความโดดเด่น ความเป็นเลิศในทุกสาขาวิชาเป็นหนึ่งเดียว “จนถึงวันนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นพร้อมที่จะรับมือกับทุกภารกิจที่ท้าทายด้วยพลัง ความรัก ความเข้าใจ ความเป็นหนึ่งเดียวภายใน Brand เดียวกัน คือ KKU Brand”
นี่คือเสียงตอกย้ำถึงพลังแห่งความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวในการผลักดันแบรนด์ KKU สู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกในลำดับไป
ที่มา KKU NEWS