ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการควบคู่กัน

รูปแบบและวิธีการเขียนรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริง

  1.  บทนำ

                   ปัญหาในการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชา        ซึ่งผู้สอบสวนและผู้บังคับบัญชาชั้นต้นมักรายงานโดยมิได้เรียบเรียงข้อเท็จจริงเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งมิได้อ้างอิงพยานหลักฐานต่าง ๆ  เช่น  พยานบุคคล  พยานเอกสาร  และพยานวัตถุ  เป็นต้น ให้สอดคล้องกลมกลืนเป็นลำดับความแบบร้อยแก้ว  และมักจะไม่เสนอความเห็นพร้อมทั้งเหตุผลให้แก่ผู้บังคับบัญชาเพื่อเป็นแนวทางพิจารณาดำเนินการต่อไป   จึงเกิดปัญหาแก่ผู้บังคับบัญชาในการตัดสินใจ วินิจฉัย  สั่งการ  ทำให้การสอบสวนข้อเท็จจริงต้องล่าช้า    เนื่องจากต้องตั้งประเด็นให้สอบสวนเพิ่มเติม  หรือต้องขอพยานเอกสารเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในรายงานสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงประกอบการวินิจฉัย  สั่งการ  ดังนั้น  ปัญหาในเรื่องของการสอบสวนข้อเท็จจริงพร้อมทั้งการสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริง    โดยรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ   พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นและเหตุผลเสนอ  จึงควรมีรูปแบบและวิธีการเขียนรายงานการสอบสวนให้เป็นแนวทางเดียวกัน

                   ในการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น  ต้องมีความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ใช้พิจารณาประกอบในการเสนอความเห็นและเหตุผลให้แก่ผู้บังคับบัญชา เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งการต่อจากผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องนั้น ๆ   ผู้สอบสวนและผู้พิจารณาเบื้องต้นจะต้องรู้ประเด็นและข้อกฎหมายที่สอบสวน  เพื่อเป็นกรอบในการพิจารณาให้อยู่ในประเด็นที่สอบสวนมา

                   ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการควบคู่กัน    และจำเป็นอย่างยิ่งในการสอบสวน    การศึกษาข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้และเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว   เพื่อนำมาใช้วินิจฉัยในข้อกฎหมาย  จึงมีความสำคัญสำหรับผู้สอบสวน

                   การตั้งแนวทางสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง  เป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้สอบสวนจะต้องกำหนดแนวความคิด  (Concept)  เพื่อเชื่อมโยง  (Link)  ข้อเท็จจริงให้เป็นเรื่องราวเป็นลำดับ  และเชื่อมโยง  (Link)  พยานหลักฐานให้เกิดภาพเป็นเรื่องราวต่อกันเป็นลำดับ  เหมือนการเรียงความโดยลำดับขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบประเด็นที่ตั้งแนวทางการสอบสวนไว้

  2.  ความหมายการสอบสวนและข้อเท็จจริง

                   การสอบสวน   หมายความถึงการรวบรวมพยานหลักฐาน     และการดำเนินการทั้งหลาย  เพื่อจะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความจริงในเรื่องนั้น ๆ ว่ามีมูลความจริงประการใด

                   ข้อเท็จจริง  ได้แก่ข้ออ้างที่บุคคลอ้างถึง  ซึ่งอาจเป็นความจริง หรือความเท็จ ข้อเท็จจริงนั้นเป็นศัพท์ของกฎหมายแต่เข้าใจง่าย  เพราะมีความชัดเจนอยู่ในตัว  โดยเอาคำสามัญสองคำมารวมกันคือ เท็จคำหนึ่ง  กับจริงคำหนึ่ง  คำสองคำนี้ในทางสามัญไม่มีการใช้รวมกัน  แยกกันใช้คนละที่เพราะมีความหมายตรงกันข้ามคือ  คำว่าเท็จมีความหมายว่าเป็นของไม่แท้  เป็นของโกหก  แต่คำว่าจริงมีความหมายว่าเป็นของแท้  ไม่ใช่โกหก  ถ้าจะใช้ในลักษณะคำถาม  ก็ต้องเติมคำว่า หรือไว้กลาง  เช่น  เท็จหรือจริง  แต่ในทางพิจารณาด้านกฎหมายมีความจำเป็นโดยแท้ที่จะต้องใช้อยู่เสมอในระหว่างพิจารณาเพราะยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า  เป็นจริงหรือเป็นเท็จยังทุ่มเถียงกันอยู่ เพราะฉะนั้น  จึงต้องมีศัพท์ใช้โดยเฉพาะให้เรียกรวมกันไปก่อนว่าข้อเท็จจริง   จนกว่าจะถึงเวลาตัดสินชี้ขาดจึงจะแยกเท็จกับจริงออกจากกันได้

                   ดังนั้น การสอบสวนข้อเท็จจริงจึงมีความหมายรวมกันหมายถึง  การรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ เพื่อจะทราบความจริงในเรื่องนั้น ๆ และพิสูจน์ความจริงว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเรื่องเท็จ และชี้มูลความจริงว่าเป็นประการใด        

3.  โครงสร้างในการสอบสวนข้อเท็จจริง

                   โครงสร้างที่ดีในการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น มีลักษณะเช่นเดียวกับการเรียงความ ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ

1. คำนำ  (Introduction)

2. เนื้อเรื่อง  (Discussion)

3. สรุป  (Conclusion)

  • คำนำ

                   โดยทั่วไปเรามักจะกล่าวบทนำถึงเหตุที่มีการสอบสวนข้อเท็จจ็จริง  

 

 

 

จจริง ที่มาของมูลกรณีที่เป็นเหตุให้เกิดการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยกล่าวนำเพื่อให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ทราบโดยย่อว่า ได้รับมอบหมายให้มาสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องใด  มูลกรณีปรากฏขึ้นได้อย่างไร อันเป็นการกำหนดโครงสร้างของการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนั้น ๆ

  • เนื้อเรื่อง     

                   ผู้สอบสวนต้องกำหนดแนวความคิด (Concept) ซึ่งเป็นกรอบโครงสร้างและเชื่อมโยงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ อันเกี่ยวข้องใกล้ชิด โดยวิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่ได้รับ พร้อมทั้งพยานหลักฐานต่าง ๆ ว่าสอดคล้องต้องกันหรือไม่ อย่างไร แล้วเขียนเรียงความเป็นร้อยแก้วตามลำดับขั้นตอน      ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดซึ่งเนื้อเรื่องนี้เป็นหัวใจในการสอบสวนเพื่อทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนั้น ๆ ผู้สอบสวนอาจเรียงความขั้นตอนเกี่ยวกับการสร้างเนื้อเรื่องที่จะนำเสนอ โดยจัดระเบียบเนื้อหาสาระข้อเท็จจริงได้ด้วยกัน 4 วิธี ดังนี้

 

 

 

 

 

                  

1. การจัดระเบียบโดยอาศัยเวลา  (Time-order Arrangement)

2. การจัดระเบียบโดยอาศัยพื้นที่  (Space-pattern Arrangement)

3. การจัดระเบียบโดยใช้เหตุผล  (Cause-effect Arrangement)

4. การจัดระเบียบโดยตั้งประเด็นปัญหาและการแก้ไขปัญหา(Problem-Solaction order)

ª  การจัดระเบียบโดยอาศัยเวลา

                   ได้แก่ การสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเรียงเนื้อเรื่องก่อนหลังตามเวลาที่เกิดขึ้นเป็นลำดับถัดมา  โดยเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดก่อนเรียงเป็นลำดับเวลา  โดยนำสิ่งที่เกิดขึ้นในลำดับก่อน นำมากล่าวก่อน  สิ่งใดที่เกิดในลำดับถัดมาก็นำมากล่าวถัดมา  และจะกล่าวถึงเป็นอันดับสุดท้าย หากสิ่งนั้นเกิดขึ้นหลังสุด

 ªการจัดระเบียบโดยอาศัยพื้นที่

                   ได้แก่ การสอบสวนข้อเท็จจริงโดยใช้สภาพภูมิประเทศเป็นหลักในการกำหนดลำดับเนื้อเรื่องข้อเท็จจริง คือเหตุการณ์ได้เกิดขึ้น ณ ที่ใดก่อนก็นำมากล่าวและหลังตามลำดับ

  ª การจัดระเบียบโดยใช้เหตุผล

                   ได้แก่ การสอบสวนข้อเท็จจริงกล่าวเนื้อเรื่องตามข้อเท็จจริงถึงเหตุเสียก่อน    แล้วกล่าวข้อเท็จจริงถึงผลที่ตามมา ซึ่งจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจทันทีว่าผู้สอบสวนไม่หลงทิศทาง และสามารถควบคุมการสอบสวนได้เป็นอย่างดี

  ª การจัดระเบียบโดยตั้งประเด็นปัญหาและการแก้ไขปัญหา

                   ได้แก่  การสอบสวนข้อเท็จจริงโดยจัดระเบียบประเด็นปัญหา  และวิเคราะห์ข้อเท็จจริงในปัญหาว่า ข้อเท็จจริงเป็นประการใด   มีประเด็นใดที่จะต้องพิจารณาจำนวนกี่ประเด็น   และมีเหตุผลอย่างใด  หรือไม่  เพราะเหตุใด  และมีข้อกฎหมายใดกำหนดไว้หรือไม่  อย่างไร  โดยนำข้อเท็จจริงมากำหนดประเด็นปัญหาเพื่อพิจารณา และนำข้อกฎหมายมาวิเคราะห์ปัญหาแต่ละประเด็นเพื่อแก้ไขปัญหาในแต่ละประเด็น   ซึ่งในข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่งอาจมีหลายประเด็นก็ได้

                   สำหรับเนื้อหาสาระที่เรียบเรียงตามข้อเท็จจริงนั้น  ควรบ่งชี้และระบุเรื่องราวให้ทราบว่า ใคร  (Who)  ทำอะไร  (What)   ที่ไหน  (Where)   เมื่อไร (When)   อย่างไร  (How)  เป็นเรื่องราวปะติดปะต่อกันอย่างเป็นลำดับขั้นตอนก่อนหรือหลังแบบเรียงความอย่างเป็นระเบียบ  โดยจัดระเบียบเนื้อหาสาระตามที่ผู้สอบสวนถนัด

 

  • สรุป

                   การสรุปความเห็นของผู้สอบสวน  โดยวิเคราะห์และเสนอแนะแก่ผู้บังคับบัญชา  เป็นจุดสำคัญในการสอบสวน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสั่งการต่อจากการได้รับผลสรุปรายงานการสอบสวน  โดยเฉพาะข้อเท็จจริงนั้น  มีข้อกฎหมายกำหนดไว้ประการใด    ผู้สอบสวนควรระบุข้อกฎหมายไว้ด้วย    เพื่อผู้บังคับบัญชาจะได้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการ  และอำนาจในการพิจารณาสั่งการในเรื่องนั้น ๆ