ช่วงนี้ห่างหายจากบันทึกไปซะหลายวัน เปิดมาดูมีเรื่องราวมากมาย และต้องขอบคุณน้องย๊ะ (น้องศึกษาฝึกงานที่เหลืออยู่ 1 เดียว) ที่ทำให้พี่ต้องหาเวลามาเปิดเขียนบันทึกจนได้ เนื่องจากมาฝึกงานซะไกลจาก ม.ราชภัฏพระนคร (กรุงเทพฯ) เลยต้องอยู่นานหน่อย (ใช้งานคุ้มว่างั้นเหอะ) เลยให้น้องเขามาเป็นตัวแทน AAR ก่อนจะกลับไป --ขอบอกหน่อยว่าเป็นข้อความของน้องย๊ะ ล้วน ๆ โดย ไม่ได้มีการตัดต่อดัดแปลงแต่อย่างใด

  • ความคาดหวังก่อนเข้าฝึกงาน

               ก่อนเข้าฝึกงานหวังอยากได้ความรู้ใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับที่ฝึกงานซึ่งก่อนมานั้นไม่ทราบเลยว่าที่นี้เขาทำอะไรบ้าง ระบบงานเป็นอย่างไร ทราบแต่ว่าตรวจหาสารเคมีในสิ่งส่งตรวจประเภทเลือดและปัสสาวะ  แล้วสารเคมีที่เขาตรวจมีอะไรบ้างมีวิธีการตรวจแบบใหนหลักการที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไรและใช้เครื่องมือประเภทไหน  หลักการทำงานเครื่องมือแต่ละอย่างที่เป็นอย่างไรเกี่ยวข้องกับสาขาเคมีที่เราเรียนบ้างหรือไม่  ที่สำคัญอันดับต่อมาคืออยากเรียนรู้การวางตัวในระหว่างการทำงานกับผู้ร่วมงาน และการวางตัวในระหว่างพี่ที่ให้การฝึกงานเพื่อที่จะปร้บเปลี่ยนในสิ่งที่ควรปรับปรุง

  • สิ่งที่ได้เกินคาด

               ได้ทราบว่าในหน่วยงานเคมีคลีนิกทำอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่การรับสิ่งส่งตรวจจนกระทั่งส่งผลการตรวจโดยระบบเครือคข่าย  ที่สำคัญได้ทราบว่าหน่วยงานตรวจหาสารเคมีอะไรบ้าง ซึ่งมีทั้งตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติและมีทั้งที่ตรวจวิเคราะห์แบบ manual ได้ทราบหลักการ การทำงานของแต่ละ Test  ว่าเป็นอย่างไรตรวจหาสารเคมีตัวนั้นไปเพื่ออะไรติดตามรักษาเกี่ยวกับโรคอะไร ได้ทราบว่าแต่ละ Test  ได้ใช้เครื่องมืออะไรในการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งพูดได้เลยว่าทึ่งกับการทำงานของเครื่องมือวิเคราะห์อัตโนมัติมากๆ เพราะสามารถวิเคราะห์หาสารเคมีได้หลายๆประเภทในเครื่องตัวเดียว ทำให้สามารถทุ่นแรงในการทำงานได้มากเลยทีเดี่ยว สะดวกรวดเร็ว ยังคิดเลยว่า ”เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้ามากเหลือเกิน ต่อไปในอนาคตไม่รู้ว่าจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยกว่านี้อีกหรือไม่และจะมีหลักการทำงานป็นเช่นไร” ซึ่งคนที่คิดเครื่องมือแบบนี้ขึ้นมาเก่งมากเหลือเกิน

               สิ่งที่ได้เกินคาดอีกก็คือว่าได้มีโอกาสไปฝึกงานในห้องเตรียมสารและห้องพิษวิทยา ได้เรียนรู้วิธีการเตรียมสารละลายต่างๆที่ไม่เคยเตรียมไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับทางเคมีหรือทางหน่วยงานอื่นๆ   ได้เรียนรู้วิธีการหาสารที่เป็นพิษในร่างกายโดยใช้เครื่องมือ TDX และได้เรียนรู้การหาโลหะหนักที่เป็นพิษเช่น Mg , Cu , Zn เป็นต้นโดยใช็เครื่อง AAS อีกด้วย  ทั้งนี้ยังได้ทราบว่าการทำงานของห้องพิษวิทยาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับคดีความ  ที่สำคัญคือได้มีโอกาสดูการชันสูตรศพซึ่งถือได้ว่าเป็นความรู้ใหม่ๆและะเชื่อว่าบางคนอาจจะไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ        

·       สิ่งที่ได้น้อยกว่าคาด
สิ่งที่ได้น้อยกว่าคาดก็คงจะเป็นการที่ไม่ได้เห็นปฎิกริยาที่เกิดขึ้นในระหว่างการตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีของแต่ละตัวที่ใช้วิเคราะห์ด้วยเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ

·       จะนำความรู้ที่ได้ไปทำอะไร

               จะนำความรู้ที่ได้ไปเสริมและเชื่อมโยงทางด้านความรู้ที่เรียนอยู่โดยเฉพาะทางด้านชีวเคมีเพื่อง่ายในการทำความเข้าใจในระหว่างเรียนสามารถนึกภาพหลักการทำงานที่เกี่ยาข้องได้ชัดเจนมากขึ้นเพราะบางสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา ถ้าไม่ได้ปฎิบัติจริงทำให้ลืมง่ายแต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับการปฎิบัติด้วยนั้นจะทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นกว่าเดิม

·       ข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงาน

               อยากเสนอให้เด็กฝึกงานได้มีโอกาสลองทำ   Test  ที่เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติทำมาทำแบบ manual แล้วมาเปรียบเทียบกับค่าที่ได้ระหว่างเครื่องวิเคราะห์ กับวิธีแบบ manual จะได้สามารถเห็นปฎิกริยาที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำ Lab  ด้วย  และสามารถสรุปการทำงานของแต่ละ Test ได้   ที่เสนอแบบนี้อันเนื่องจากว่า สังเกตเห็น สิ่งส่งตรวจที่เหลือทุกวันและเหลือมากด้วย  แต่ก็เข้าใจว่าพี่ๆไม่มีเวลา อีกทั้งยังสิ้นเปลืองน้ำยา 

               ส่วนหนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษทำให้เด็กฝึกงานไม่ขยันพอที่จะอ่านหรือแปลเพราะแปลไม่เข้าใจนั้นถ้าพี่ๆจะกรุณาแปลให้ก็ไม่มีเวลาเพราะพี่ๆเองในระหว่างเรียนนั้นก็ไม่ต้องให้ใครมาช่วยแปล หนูจึงไม่ขอเสนอให้พี่แปล แต่อยากเสนอให้พี่ๆจัดทำหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานทั้งหมดของห้องเคมีคลีนิกรวมทั้งหลักการที่เกี่ยวข้องด้วยซึ่งถ้าพี่ๆไม่ทำก็ได้แต่มันเป็นเพียงข้อเสนอเแนะของหนูเท่านั้นเอง

               สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์  ประสิทธิ์  และท่านอาจารย์ สุวิทย์ ที่ให้ความรู้และให้การสนับสนุนตลอดมาและขอขอบคุณพี่ๆในหน่วยงานทั้งหมดที่คอยให้คำแนะนำให้ความรู้และให้ความเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ถ้าหนูทำอะไรล่วงเกินหรือทำอะไรผิด
หรือทำให้พี่ๆไม่พอใจอะไรหนูขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย
ขอขอบพระคุณค่ะ