บรรยากาศองค์การ

เรื่อง            บรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด 

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด

ผู้จัดทำ        สุภาพร  หมูนวล

จัดทำเมื่อ     ตุลาคม    2548

ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

     เพื่อศึกษาสภาพบรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า

     ผลการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ให้ผู้บริหารโรงเรียนได้ทราบถึงบรรยากาศองค์การของโรงเรียนที่เป็นจริง  และเป็นข้อมูลให้ผู้บริหารโรงเรียน  ครู –อาจารย์   และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทราบว่าบรรยากาศองค์การด้านใดที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน และบรรยากาศองค์การด้านใดที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานของโรงเรียน   อีกทั้งยังจะเป็นแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพในการบริหารโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น

คำถามในการศึกษาค้นคว้า

     สภาพบรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี   อำเภอเมืองตราด  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด เป็นแบบใด

สมมติฐานในการศึกษาค้นคว้า

     สภาพบรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี   อำเภอเมืองตราด   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  ส่วนใหญ่เป็นแบบเปิด

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

     ขอบเขตของเนื้อหา   ในการวิจัยนี้มุ่งศึกษาบรรยากาศเปิด  บรรยากาศแบบอิสระ  บรรยากาศแบบควบคุม  บรรยากาศแบบคุ้นเคย  บรรยากาศแบบครอบครัว  และบรรยากาศแบบปิด

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

     ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  ได้แก่  ครูสายปฏิบัติการสอนโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  จังหวัดตราด  ประจำปีการศึกษา  2548 ครูสายปฏิบัติการสอน จำนวน 406   คน

     กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  ได้แก่  ครูสานปฏิบัติการสอน  โรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  จังหวัดตราด  ประจำปีการศึกษา  2548 ครูสายปฏิบัติการสอนจำนวน 197   คนตามตารางกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่ และมอร์แกน

     ตัวแปรที่ศึกษา  ได้แก่ บรรยากาศของโรงเรียน  6 แบบ คือ

          บรรยากาศแบบเปิด

          บรรยากาศแบบอิสระ

          บรรยากาศแบบควบคุม

          บรรยากาศแบบคุ้นเคย

          บรรยากาศครอบครัว

          บรรยากาศแบบปิด

กรอบความคิดในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ 

     ผู้วิจัยได้ใช้หลักการและแนวคิดทฤษฎีบรรยากาศองค์การของ  ฮัลปิน  และครอฟท์  ในบรรยากาศ 6 แบบคือ   บรรยากาศแบบเปิด    บรรยากาศแบบอิสระ    บรรยากาศแบบควบคุมบรรยากาศแบบคุ้นเคย    บรรยากาศครอบครัว    บรรยากาศแบบปิด

วิธีการดำเนินการศึกษาค้นคว้า

     การศึกษาครั้งนี้   มุ่งศึกษาสภาพบรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  ซึ่งมีรายละเอียดในการดำเนินงานดั้งนี้

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

เครื่องมือที่ใช่ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

การสร้างเครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือ

การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดกระทำเครื่องมือ

สถิติที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

     ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่  ครูปฏิบัติการสอนในโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  ประจำปีการศึกษา  2548  จำนวน 406  คน   เกณฑ์ที่ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า  ได้แก่  ครูสายปฏิบัติการสอนโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  ประจำปีการศึกษา  2548    ตามตารางกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของ  เครจซี่และมอร์แกน   และใช้เทคนิคการแบ่งชั้น  ตามขนาดกลุ่มตัวอย่างครูสายปฏิบัติการสอน  197  คน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

     แบบวัดบรรยากาศองค์การ  ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามวัดบรรยากาศองค์การ  ของฮัลบิน  และครอฟท์  ซึ่งผู้วิจัยและอาจารย์ที่ปรึกษาได้นำแบบสอบถามมาปรับปรุงจากต้นฉบับ  ซึ่งแบบสอบถามฉบับนี้  สุเมธ  เดียวอิศเรศ (2527)  ได้ทำการหาค่าความเชื่อมั่นไว้แล้ว    พบว่า   ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามฉบับนี้เท่ากับ .83    ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเฉพาะที่วัดพฤติกรรมของครูเท่ากับ .85    และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม   เฉพาะที่วัดพฤติกรรมของผู้บริหาร   เท่ากับ  .77  มีรายละเอียดและวิธีการใช้  ดังนี้

     1.1  ลักษณะแบบสอบถาม  เป็นแบบสอบถามจำแนกบทบาทพฤติกรรมผู้นำมี  4 ตัวเลือก  จำนวน  64 ข้อ  วัดพฤติกรรมของข้าราชการครู 4 มิติ  มีคำถามรวม  33 ข้อ วัดพฤติกรรมของผู้บริหารโรงเรียน  4 มิติ  มีคำถาม รวม  31  ข้อ  ดังนี้

พฤติกรรมของข้าราชการครู  4 มิติ คำถาม 33 ข้อ

มิติที่ 1   ขาดความสามัคคี                            มีคำถาม  10  ข้อ คือ ข้อ 1 – 10

มิติที่ 2   อุปสรรค                                       มีคำถาม  6   ข้อ คือ ข้อ 11 – 16

มิติที่ 3   ขวัญ                                           มีคำถาม  10  ข้อ คือ ข้อ 17 – 26

มิติที่ 4   มิตรสัมพันธ์                                  มีคำถาม  7   ข้อ  คือ ข้อ 27 – 33

พฤติกรรมของบริหารโรงเรียน  4  มิติ  มีคำถามรวม  31 ข้อ

มิติที่  5   ความห่างเหิน                               มีคำถาม   9   ข้อ คือ ข้อ 34 – 42

มิติที่  6   มุ่งผลงาน                                    มีคำถาม  7   ข้อ คือ ข้อ 43 – 49

มิติที่ 7   เป็นแบบอย่างที่ดี                           มีคำถาม   9   ข้อ คือ ข้อ 50 – 58

มิติที่ 8   กรุณาปราณี                                  มีคำถาม   6   ข้อ คือ ข้อ 59 -  64

     1.2 วิธีตอบแบบสอบถามซึ่งแต่ละข้อมี 4  คำตอบ  คือ    1  2  3  4  ซึ่งอธิบายได้ดังนี้ 

                1   หมายถึง   เกิดขึ้นน้อยมาก                               มีน้ำหนัก   1

                2   หมายถึง   เกิดขึ้นน้อยมาก                               มีน้ำหนัก   2

                3   หมายถึง   เกิดขึ้นน้อยมาก                               มีน้ำหนัก   3

                4   หมายถึง   เกิดขึ้นน้อยมาก                               มีน้ำหนัก   4

     ซึ่งผู้ที่ตอบแบบสอบถามจะต้องใช้เครื่องหมาย P ในช่อง 1  2  3  4  ช่องใดช่องหนึ่งซึ่งอยู่ทางตอนท้ายของข้อความในแบบสอบถามแต่ละข้อ

     1.3   วิธีให้คะแนน  ให้ค่าคะแนนตามน้ำหนักของตัวเลข  คือ 1 ให้คะแนน  1  2  3 และ 4   ให้คะแนน 2  3  และ  4  ตามลำดับ  ยกเว้นข้อ  15,  16 , 33 , 41 และ 42  ซึ่งวัดพฤติกรรมทางด้านลบให้คะแนนกลับกันกับตัวเลข  คือ  ถ้าตอบ  1  2  3  และ  4  ให้คะแนนเป็น  4  3  2  และ 1 ตามลำดับ

          เมื่อให้คะแนนดังกล่าวแล้ว  รวมคะแนนแต่ละคน  แยกมิติครบ  8  มิติ  แล้วหาค่าเฉลี่ยของแต่ละมิติ  เอาผลรวมมาหารด้วยจำนวนกลุ่มตัวอย่าง  จะได้คะแนนเฉลี่ยในแต่ละมิติแล้วแปลง มิติต่างๆ ให้เป็นคะแนนทีปกติ (Normalized  T-Score)  จากคะแนนดิบ  บรรยากาศองค์การ 8 มิติเป็นรายโรงเรียน  แล้วหาค่าความต่างระหว่างคะแนนที่ทีหาได้เป็นรายโรงเรียนกับค่าคะแนนมาตรฐานของแต่ละบรรยากาศ  ตามแนวคิดของฮิลปิน   และครอฟท์  โดยไม่คำนึงถึงค่าบวกหรือลบ  ผลรวมของแต่ละบรรยากาศที่มีค่าน้อยที่สุด  จะเป็นตัวบ่งชี้บรรยากาศองค์การ

การสร้างเครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือ

  1. ศึกษาทฤษฎี  แนวคิดงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบรรยากาศองค์การ
  2. นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาเรียบเรียงและสร้างเป็นแบบสอบถาม
  3. นำแบบสอบถามเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาในด้านความเป็นสาระทางวิชาการ  ความถูกต้องและครอบคลุมเนื้อหา
  4. นำแบบสอบถามที่ผ่านการเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความเที่ยงของเนื้อหา  จำนวน  4  ท่าน 
  5. นำแบบสอบถามมาปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิ  แล้วนำมาเสนอประธานการควบคุมงานนิพนธ์ระดับสูง  เพื่อพิจารณาแก้ไขปรับปรุงขั้นตอนสุดท้าย
  6. นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้จำนวน  20  คน  เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น(Reliability)ของแบบสอบถามโดยใช้วิธีสัมประสิทธิ์ Cronbach ’s  Alpha  ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ  .85  และได้นำเอาแบบสอบถามของ  ณรงค์  รักเดช(2530,  หน้า 78-82)  ซึ่งเป็นแบบสอบถามที่รำมาจากต้นฉบับของ สุเมธ  เดียวอิศเรศ

การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดกระทำข้อมูล

 วิธีดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล

1.1   ขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัยมหาลัยบูรพา   ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาตราด เขตอำเภอเมือง จังหวัดตราด  เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ขอหนังสือจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาตราด  ถึงโรงเรียนเพื่อขอความร่วมมือในการกรอกข้อมูลตามแบบสอบถามจากครูสายปฏิบัติการสอนในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง

1.2   ส่งแบบสอบถามจำนวน 197  ฉบับ  และติดตามผลการเก็บรวบรวมแบบสอบถาม  ผู้วิจัยทำการติดต่อกับโรงเรียน  เพื่อขอรับแบบสอบถามกลับคืนด้วยตนเอง

วิธีจัดกระทำข้อมูล

1.  นำแบบสอบถามที่ได้รับคืน  ตรวจสอบ  เพื่อคัดเลือกเฉพาะแบบสอบถามที่มีข้อความสมบูรณ์   เพื่อนำมาวิเคราะห์  ได้  197  ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ 100

2. นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์ จัดหมวดหมู่   บันทึกข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์  วิเคราะห์ข้อมูล  โดยใช้โปรแกรม SPSS  for  Windows

ทำการวิเคราะห์ข้อมูล

  1.  หาคะแนนรวม  คะแนนเฉลี่ย  และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานบรรยากาศองค์การ  8 มิติ  คือ  มิติขาดความสามัคคี   มิติอุปสรรค   มิติขวัญ  มิติมิตรสัมพันธ์   มิติความห่างเหิน   มิติมุ่งผลงาน   มิติเป็นแบบอย่างที่ดี           มิติกรุณาปราณี    
  2. หาค่าคะแนนทีปกติ  (Normalized  T-Score)  จากคะแนนดิบ  บรรยากาศองค์การ  8  มิติ  เป็นรายโรงเรียนเพื่อใช้ในการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศทั้ง  8 มิติ  ให้เป็นบรรยากาศ  6  แบบ  ตามแนวคิดของฮิลปิน  และครอฟท์
  3. จัดเรียงอันดิบบรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  จากบรรยากาศแบบเปิดถึงบรรยากาศแบบปิด

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

     คะแนนทีปกติปกติ  (Normalized  T-Score)  หาเกณฑ์ในการจัดองค์ประกอบของบรรยากาศองค์การทั้ง  8  มิติ  ให้อยู่ในเกณฑ์ประกอบเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน(นิภา  ศรีไพโรจน์,  2524,หน้า  138  อ้างถึงใน  รรินทิพย์  โพธิรัชต์,  2549, หน้า  31)

                                                สูตร      T  =  50 + 10 ( X -  X )

                                                                                 SD

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

     การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  ผู้วิจัยได้ดำเนินการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายของการศึกษา  พบว่า  บรรยากาศขององค์การโรงเรียนประถมศึกษาที่มีประสิทธิภาพดี  อำเภอเมืองตราด  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตราด  เป็นแบบเปิดจำนวน  13 โรงเรียน  แบบอิสระจำนวน  7  โรงเรียน  แบบควบคุม จำนวน  8  โรงเรียน  แบบคุ้นเคยจำนวน  2  โรงเรียน  แบบครอบครัวจำนวน  1 โรงเรียน  และแบบปิด จำนวน 7 โรงเรียน