เรียน
บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน
ตามที่หนังสือพิมพ์มติชนฉบับประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2549 ได้เผยแพร่ข่าวเรื่อง "สุญญากาศการเมือง
ภาวะกดดันงบฯ"50 ค้างเติ่งสู่สุญญากาศการลงทุน"
โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ พ.ศ. 2549
และกรณีที่ระบุว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ
ข้าราชการส่วนใหญ่จะหยุดกิจกรรม "ประมูล" และ "เซ็นสัญญา" ไว้ก่อน
เพื่อดูทิศทางลม ทำให้โครงการที่บรรจุในงบประมาณปี 2549
หลายโครงการจึงเกิดอาการ "ค้างเติ่ง" ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว
ขอเรียนชี้แจง ดังนี้
1.
ตามข่าวที่เผยแพร่เกี่ยวกับผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2549 ว่า
ยังเหลืองบประมาณที่ยังไม่เบิกจ่ายอีก 631,303 ล้านบาท แยกเป็นงบลงทุน
202,322 ล้านบาท จากงบลงทุนรวม 250,270 ล้านบาท หรือเบิกจ่ายไปแค่
26.6% นั้น มีข้อคลาดเคลื่อน
ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2549
จนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2549 ปรากฏว่า มีงบประมาณที่ยังไม่เบิกจ่ายจำนวน
631,196.38 ล้านบาท เป็นงบลงทุน 220,244.77 ล้านบาท จากงบลงทุนรวม
379,506.17 ล้านบาท โดยเบิกจ่ายงบลงทุนแล้วจำนวน 159,261.40 ล้านบาท
หรือ 41.97% จากงบลงทุนรวม มิใช่ 26.6%
2.
กรณีส่วนราชการหยุดกิจกรรมการประมูลและเซ็นสัญญาไว้ก่อนเพื่อดูทิศทางลมนั้น
ขอเรียนว่า หากเป็นโครงการที่บรรจุในงบประมาณปี 2549 แล้ว
และยังไม่ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันส่วนราชการสามารถดำเนินการต่อไปได้
ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้ส่วนราชการเร่งก่อหนี้ผูกพันให้ทันภายในเดือนมิถุนายน
2549 แล้ว เพื่อให้เบิกจ่ายได้ทันภายในปีงบประมาณ
สำหรับรายจ่ายลงทุนที่อนุมัติงบประมาณปี พ.ศ.2549
และผูกพันงบประมาณปี พ.ศ. 2550 ด้วย
เมื่อก่อหนี้ผูกพันได้ทันภายในปีงบประมาณปี พ.ศ. 2549
ก็สามารถเบิกจ่ายเงินงบผูกพันปีงบประมาณปี พ.ศ. 2550 ต่อไปได้
ซึ่งกรณีนี้สำนักงบประมาณจะได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติและกรอบวงเงินให้ส่วนราชการถือปฏิบัติต่อไป
ตามที่ได้เผยแพร่ข่าวให้ทราบไปแล้ว
นอกจากนี้
งบประมาณที่ขอจัดสรรใหม่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550
หากส่วนราชการพิจารณาเห็นว่าจะได้รับอนุมัติงบประมาณ
ก็สามารถดำเนินการในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงต้นปีรอไว้ได้
โดยอาจกำหนดเป็นเงื่อนไขกับผู้รับจ้างว่าจะเซ็นสัญญาเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ
พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้และได้รับอนุมัติเงินงบประมาณแล้ว
เพื่อจะได้ดำเนินการต่อได้ทันทีไม่หยุดชะงักเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีประกาศใช้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
และใคร่ขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกันด้วย
จะขอบคุณมาก
ขอแสดงความนับถือ
นางอรอนงค์ มณีกาญจน์
ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง
รักษาราชการแทน
อธิบดีกรมบัญชีกลาง
</font>ตอบ
ขออภัยสำหรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน แต่กระนั้น
ตัวเลขการเบิกจ่ายงบลงทุน 41.97%
ถามด้วยความอยากรู้จริง ๆ ว่า กรมบัญชีกลางพอใจหรือไม่อย่างไร
เช่นเดียวกับการจัดซื้อจัดจ้างในภาวะสุญญากาศทางการเมืองนั้น
น่าห่วงจริง ๆ ก็ฝาก "ข้าราชการ"
ในกรมบัญชีกลางดูแลแทนชาวบ้านด้วย มีอะไรก็ส่งเสียงโหวกเหวกให้ชาวบ้านรู้
อย่ายอมเป็นแค่กระบอกเสียงให้ฝ่ายการเมืองเพียงอย่างเดียว
ห่วงปัญหางบประมาณในปีนี้และปีหน้าจริง ๆ