เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างมาก ที่ผมได้พบกับครอบครัวหนึ่งที่มีฐานะดีพอสมควร มีกันแค่ 3 คน "พ่อ แม่ ลูก" แต่โชคร้ายที่พ่อกับแม่ติดเชื้อ HIV ในขณะที่ลูกยังอยู่ในวัยเรียน ยังต้องอยู่ต้องกินไปอีกนาน ยังต้องใช้เงินจำนวนมาก...มากเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะหาได้เอง พ่อกับแม่ติดเชื้อมาได้อย่างไร..ไม่ใช่เรื่องที่ผมสนใจ ชีวิตหลังความตายของพ่อกับแม่ "แล้วเด็กคนนี้จะอยู่ได้อย่างไร" ต่างหากที่เป็นเรื่องที่ผมสะเทือนใจ ผมใช้ชีวิตที่ลำบากอย่างมากในวัยเด็ก แต่ผมก็รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่มีพ่อกับแม่อยู่เคียงข้างยามผมนอน แล้วเด็กคนนี้ล่ะ เค้าคงจะลำบากกว่าผมมาก ทั้งๆ ที่พ่อแม่มีรายได้ที่ถือว่าสูงพอสมควร..พอที่เค้าจะอยู่ได้อย่างสบายถ้าไม่โชคร้ายแบบนี้ "ผมกับเมียทำประกันชีวิตได้มั๊ยครับ" เป็นคำถามที่ตัวแทนประกันชีวิตทุกคนรู้คำตอบดีว่า "ทำไม่ได้" แต่ผมไม่กล้าตอบเค้าไปอย่างนั้น ผมไม่อยากให้เค้าต้องหมดหวัง ผมจึงรับปากเค้าว่า จะถามบริษัทให้ ผมเห็นว่าเป็นคำถามและคำตอบที่น่าสนใจ จึงขอนำมาเขียนไว้เพื่อเป็นกุศลทานให้กับผู้เดือดร้อนเช่นกันกับกรณีที่ผมพบมานี้...ได้นำไปใช้ประโยชน์

คำตอบ
1) ตัวผู้ป่วยเอดส์หรือผู้ติดเชื้อ HIV ทำประกันชีวิตไม่ได้
2) ตัวผู้ป่วยเอดส์หรือผู้ติดเชื้อ HIV ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลก็ไม่ได้
3) ลูกและคนอื่นๆ ในครอบครัว ที่ไม่ติดเชื้อ สามารถจะยื่นแบบคำขอเอาประกันชีวิต หรือประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลได้ เพื่อให้บริษัทพิจารณาว่าจะรับเอาประกันได้หรือไม่

รู้คำตอบอย่างนี้แล้ว ผมก็อยากขอแสดงความห่วงใยต่อทุกๆท่านว่า ท่านอย่าประมาทกับชีวิตเลย ทุกคนมีหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้ที่ท่านตั้งใจก่อขึ้นหรือหนี้ที่ท่านไม่ตั้งใจ เช่น การเจ็บป่วยตามกรณีที่ยกมานี้ ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน เราพอบอกได้ว่าใครเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็จริง แต่ไม่มีใครที่ไม่มีความเสี่ยงเลย แม้เสี่ยงเพียง 1 ในล้านก็ถือว่าเสี่ยง ท่านจึงควรสร้างเงินสำรอง ไว้ให้กับครอบครัวหรือตัวท่านเอง แต่ถ้าท่านมีเงินสำรองยังไม่มากพอ ไม่ว่าท่านจะรายได้มากหรือน้อยเพียงไร ด้วยระบบประกันชีวิต สามารถช่วยให้ท่านมีเงินสำรองได้อย่างเหมาะสมกับฐานะของท่าน ด้วยการมีเงินสำรองที่มากพอจะช่วยให้ความสำเร็จที่ท่านสร้างไว้ถูกส่งต่อไปเป็นความสำเร็จในรุ่นลูก หลาน ต่อๆไป.

" อย่ารอให้สุขภาพไม่ดีแล้วค่อยถามหาคนขายประกันชีวิตเลยนะครับ"