ในงานที่มีคนมากมาย ดูวุ่นวาย แต่ก็มีน้ำใจน้อยใหญ่ที่มาออกโรงทาน ถ้าได้ไปสัมผัสแล้วจะรู้สึกดีมากๆเลยทีเดียว

กลังจากที่กังวลเรื่องที่พักนั้นก็ไม่ต้องห่วงแล้วเพราะได้กัลยาณมิตรช่วยไว้เลยได้ที่พักที่สบาย สบายในที่นี้คือดีมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก ทีแรกคิดว่าต้องนอนกางเต้นท์แน่ๆเลยแต่กลับได้นอนในห้องพัก#4ในห้องพักนั้นเป็นที่นอนยาวๆ2ด้านนอนได้ประมาณ10-15คนได้งานกฐินครั้งนี้มีคนมามากมายมาจากหลายจังหวัดจนที่พักนั้นไม่พอขนาดทางเดินเค้ายังเอามาเป็นที่นอนยังไม่พอลานด้านล่างโรงครัวก็เต็มไปด้วยเต้นท์ที่พักเต็มไปหมดหลากสีสันเชียวจนเลยไปถึงศาลาใหญ่ก็มีคนพักเต็มไปหมด

พอกลับเข้ามาที่วัดตอนเย็นโรงทานของฉันก็เริ่มเปิดโรงทานตามที่บอกไว้แล้วดูท่าทางขายดีไม่เบาเพราะคนที่มาพักที่วัดนั้นมากถ้าไม่ออกโรงทานคนในวัดก็ไม่อะไรทานกันโรงทานที่ออกในตอนเย็นนั้นก็มีมากพอดูทีแรกก็คิดว่าจะไม่มากเยอะทีเดียวเย็นนั้นทำขนมไป500-600ชิ้นได้เรียกว่าถ้าไม่หยุดก็มีคนมาเรื่อยๆเลยต้องหยุดเพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่พอแต่ฉันเองไปช่วยจนรู้สึกเมื่อยดีเหมือนกันการทำขนมแบบยืนนี้มันไม่ทำธรรมดาทีเดียวเชียวช่วยเขาทำด้วยการที่เอาเอาขนมถังแตกมีจุดประสงค์ว่า

1.ช่วยคนขายขนมเขาก็จะได้มีงาน/รายได้(เรียกเขาไปทำไกลแค่ไหนก็ไม่เกียงเขามาด้วยใจ)

2.ขนมแบบนี้ต้องใช้ความตั้งใจเหมือนกันเพราะทำทีละอัน/ทำหน้าเตาก็ร้อนดี/ขนมที่ออกมาก็ใหม่/สดดี

3.อนุรักษ์ขนมโบราณซึ่งทุกวันนี้ขนมเก่าๆแบบนี้หาทานกันยากขึ้นทุกวัน

4.ฉันจะได้มีส่วนในการทำด้วย เพราะเจ้าของบ้างคนเขาจะทำเอง แต่นี่เคยออกโรงทานกันมาหลายครั้งแล้วคุยกันได้ง่ายเขาถึงขั้นสอนเราตั้งแต่เทแป้ง/ดูแป้งว่าสุกหรือเปล่าและที่สำคัญขั้นตอนในการแคะขนมออกจากเตาไม่ง่ายเลยทีเดียว

                   อยากอธิบายการทำขนมที่เราได้มีประสบการณ์ในการทำแบบเล่าสู่กันฟังมันอาจจะดูตลกแต่ก็ฟังๆไปก็แล้วกัน

                   เริ่มที่เทแป้งต้องตักแป้งให้เติมสารภีแล้วเทแป้งเริ่มที่ตรงขอบต้องทำมือวนจากซ้ายไปขวาแล้วค่อยมาเติมแป้งตรงพื้นของแบบกะทะขนมไม่ง่ายเลยลองหลายครั้งมากเดี๋ยวตรงโน้นขาดตรงนี้เกินโอ๊ยยากเหมือนกันต้องทำเร็วด้วยเพราะเตาก็ร้อนเดี๋ยวแป้งจะสุกไม่เท่ากันพอเสร็จปิดฝาเพื่อรอให้เปลือกขนมนั้นสุกพอสุกก็ใส่มะพร้าว/น้ำตาล(ปกติที่เขาทำขายเขาจะใส่งาในน้ำตาลน้อยมากแต่นี่เราทำแบบเต็มทีเลยเพิ่มงาแล้วใส่ถั่งลิสงคั่วเพิ่ม ซึ่ง2อย่างนี้เจ้าภาพต้องเพิ่มเองคนทำเขาไม่สามารถใส่ได้เพราะถั่วและงาราคา/ก.ก.แพง เฉพาะงาก.ก.100กว่าบาทเพราะเขาคิดราคาขนมแค่อันละ4บาทจากปกติ5บาทเขาก็แย่แล้ว)แล้วถึงเวลาแคะขนมคิดดูขนมนั้นอยู่บนเตาที่ร้อนขนมที่จะแคะก็ร้อนมากตอนแคะมีเหล็กคือมีดโป้วแค่1อันคนทำเขาใช้มือเปล่าด้วยความชำนาญแต่เรานั้นสมัครเล่นเลยแคะอันแรกนิ้วมือแทบพองทีเดียวทำไปหลายๆอันไม่ไหวเลยต้องหาพาสเตอร์มาติดที่ปลายนิ้วเพราะความร้อนของขนมจะทำเอานิ้วเราแย่แน่ถ้าทำจนจบพองแน่เลยดีที่ได้พาสเตอร์ช่วยได้มากเลยไม่ค่อยร้อนสบายไปเชียวแต่ดูตลกเพราะติดหลายนิ้วทีเดียวก็แคะไปหลายถ้าจะหลายร้อยอยู่นะทีแรกจะเทแป้งจะแคะเรียกว่างกจะทำทุกอย่างหลังๆดูตัวเองคงไม่เหมาะกับการเทแป้งเลยมาใส่ไส้และแคะก็พออีกอย่างทีต้องช่วยคือใช้ผ้าชุบน้ำมันเช็คกะทะในการเช็คครั้งแรกทำเอานิ้วก้อยเกือบพองเลยผ้าปิดไม่มิดนิ้วก้อยโผล่ไปจังกะทะโดนปู๊ปร้องเลยมันร้อนน่าดูทีเดียวนะเตานี่พอเสร็จทั้งหลังและขามันเมื่อยน่าดูปกติทำงานที่ร้านไม่ขนาดนี่ ก็ได้ข้าวแกงเขียวหวานของญาติธรรมอุตส่าห์เก็บไว้ให้ใจจริงทีแรกคิดว่าจะไม่ทานข้าวเย็นเพราะมาอยู่วัดก็จะไม่ทานเป็นเรื่องปกติแต่ด้วยความมีน้ำใจคนทำก็ต้องทานสักหน่อยแต่เขาตักมาให้มากทีเดียวอยู่บ้านยังไม่เคยทานมากขนาดนี้ก็เลยขอแบ่งให้คนทำขนมถังแตกทานด้วย(อร่อยมากทีเดียว)พอเสร็จก็รีบไปอาบน้ำเลยเพระถ้ายิ่งนึกคนมากมากห้องน้ำจะไม่ว่างอีกอย่างอากาศก็หนาวเสียด้วยเดียวจะทนไม่ไหวเราไม่ค่อยชอบอากาศเย็นเสียด้วยเสร็จแล้วก็หางานทำอีกเพราะถ้ามาอยู่วัดแล้วทำตัวสบายๆแล้วหาของกินก็ไม่ไหวไม่ควรมาอยู่วัด(เป็นความคิดของเราเองนะ)ก็เลยโทรหาน้องที่พักด้วยกันน้องติ๋วบอกว่าถ้าว่างก็มาช่วยจัดดอกไม้ก็ได้ก็เลยได้งานจัดดอกไม้จริงๆเป็นงานที่ไม่ถนัด ชอบดอกไม้แต่รู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยมีความสามารถในการจัดสักเท่าไรแต่พี่ที่คุมงานดอกไม้พูดให้กำลังใจมากเลยบอกจัดตามสบายๆเลยไม่ว่ากันอย่างไรก็ได้ตามใจพอบอกแบบนี้เราเลยมีกำลังใจจัดเลยทีเดียวแหมขนาดบอกไม่มีความสามารถก็จัดไปหลายอันมากเลยเกือบ10 เชียวถ้าจำไม่ผิด (สวยไม่สวยอันไม่รู้ถ้าคนเดินขึ้นไปบนศาลาทางขึ้นด้านข้างซ้ายส่วนมากจะเป็นที่เราจัด ที่ดูดอกมากๆรกๆนั่นแหละใช่เลยเพราะพี่เขาบอกดอกมันเหลือทำอย่างไรก็ได้ให้ดอกมันหมดก็จัดซะเต็มที่เลยพอประมาณสัก5ทุ่มกว่าร่างกายรู้สึกไม่ไหวเลยขอตัวไปพักก่อนไปก็เกรงใจคนที่ทำอยู่เหมือนกันแต่สังขารไม่ไหวก็ไม่อยากฝืนก็เก็บเศษดอกไม้ให้หมดก่อนแล้วขอตัวไปพัก

    รุ่งเช้าตอนตี3กว่านอนไม่หลับเสียแล้วเพราะข้างล่างนั้นโรงทานบางโรงเขาเริ่มทำเสียดังทีเดียวเราเลยตื่นดีกว่าเพราะจะได้ไปดูโรงทานตัวเองและช่วยโรงทานของญาติธรรมด้วยเมื่อวานรู้สึกไม่ดีที่ไม่ได้ไปช่วยวันนี้เลยขอแก้ตัวไปช่วยเขาให้เต็มที 1 คนนะมีแค่คนเดียวส่วนคนงานนั้นเขาไม่อยู่กับเราจะมาก็ตอนสายๆเสร็จภาระกิจสาวนตัวก็ลงไปช่วยโรงทานเลยอากาศหนาวจังต้องใส่ทั้งเสื้อกันหนาว/หมวกวันนี้โรงทานญาติธรรมทำขนมถั่วแปปซึ่งเราเองก็ไม่เคยทำแบบนี้เหมือนกันรู้สึกถึงความตั้งใจคนทำได้เลยตั้งแต่แช่ถั่วเหลือง/ทำกะทงใส่ขนมด้วยใบตองตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เห็นเริ่มที่ต้มถั่วแล้วรินน้ำทิ้งเหมือนหุงข้างสมัยโบราณเลยทีเดียวแล้วก็ต้องหั่น/ปั่นใบเตย/นวดแป้งโดยใช้น้ำใบเตบ/ขูดมะพร้าวโดยใช้กระต่าย(ยากมากเชียวคนสมัยใหม่ทำกันไม่ได้แน่)แค่ที่พูดนี่ยังไม่หมดยกต.ย.มะพร้าวไม่มากหรอกแค่10-15ลูกเท่านั้นเองไม่ง่ายเลยนะเราไม่ช่วยขูดดเวยใช้เครื่องมือขูดด้วยมือยังเมื่อยน่าดูเลยทีเดียวเราช่วยแค่หั่นใบเตย/คั่นใบเตย/ขูดมะพร้าวก็ช่วยตั้งแต่ตี4-6โมงกว่าแล้วเราก็ต้องขอตัวก่อนเพราะจะมาเตรียมของใส่บาตรพระ (มีต่อ)