ประเด็นฯน่าคิดทางกฎหมายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย และกัมพูชา

ผมพักเรื่อง ร้อนๆ ระหว่างไทยและกัมพูชามาหน่อยนะครับ เพราะว่าอารมณ์กระเจิงไปแล้ว แต่ในฐานะที่เป็นคนสอนกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันจะไม่ได้สอนเพราะอยู่ระหว่างศึกษาต่อ แต่ผมก็มีสิ่งท้าทายที่ได้จากการตามข่าวสารไทยทุกวันระหว่างอยู่ที่นี่เหมือนกัน

ถ้าตัดเรื่องความชอบและความเห็นต่อการเมืองไทยออกไป แล้วลองหันมาเป็นนักวิชาการแท้ๆ แล้งลองมองปัญหาความขัดแย้งของไทยและกัมพูชา อาจจะได้คำถามทางกฎหมายอยู่หลายข้อที่น่าศึกษาเหมือนกันครับ  

1.ข้ออ้างที่ทางคนเสื้อแดงพูดฟังขึ้นแค่ไหนในประเด็นเรื่องท่าทีของรัฐบาลไทยต่อกัมพูชา ในประเด็นเรื่องการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยแนวปฏิบัติ

 ถ้าพูดภึงกฎหมายระหว่างประเทศ กัมพูชาก็ทำผิดกฎบัตรสหประชาชาติเต็มๆ ในเรื่องของการแทรกแซงรัฐอื่น (แต่ข้อนี้ยกไว้ก่อนเพราะในอดีตไทยก็ทำบ่อยๆ ทั้งกับพม่าและกัมพูชา  เข้าทำนอง ทีมึงกูไม่ว่า ทีข้ามึงอย่าโวย)   แต่

ในเรื่องการตอบโต้ที่ชอบด้วยกฎหมายที่ ไม่ถึงกับเป็นการทำสงคราม หรือที่เรียกว่า retortion ก็มีอยู่ และการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉะนั้นการกระทำของรัฐบาลไทยนี่ก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่ด้วยความที่ผมไม่เคยสัมผัสงานทางปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศ ผมจึงไม่แน่ใจว่าข้ออ้างของกลุ่ม สส พรรคเพื่อไทยที่บอกว่ารัฐบาลทำผิดแนวปฏิบัตินั้นฟังขึ้นไหม ถ้าเอาหลักกฎหมายระหว่างประเทศทั่วไปมาจับเรื่องดังกล่าว การตอบโต้ หรือการกระทำต่างๆ ในทางกฎหมายระหว่างประเทศมักจะใช้หลักการต่างตอบแทน  ในความเห็นผมจึงไม่น่าผิด เพราะเป็นก่ารตอยโต้การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของกัมพูชา แต่ถ้าใครมีตัวอย่างของประเทศอื่นๆ ในการตอบโต้การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของอีกรัฐหนึ่งก็บอกกันเข้ามาได้นะครับ เพราะ ผมเองก็กำลังค้นหาประเด็นนี้อยู่เหมือนกัน อยากทราบแนวทางปฏิบัติไว้ครับ

 

2. เรื่อง MOU เขตทับซ้อนไหล่ทวีป เรื่องนี้คุยยาวครับ มีประเด็นทางกฎหมายเยอะมาตั้งข้อสังเกตได้ ไว้พรุ่งนี้ ผมเรียนเสร็จ และนอนไปอีก 1 ตื่น จะมาเขียนเพิ่มครับ เพราะคืนนี้ท่าจะไม่ได้นอนครับ แล้วจะมาต่อนะครับ...