หลักสูตรฝึกอบรมวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเกษตรกร
3.เนื้อหาสาระของหลักสูตร
เนื้อหาสาระของหลักสูตรฝึกอบรมวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเกษตรกรมี
10 หัวข้อวิชาดังนี้
3.1 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ( ทฤษฎี )
- ความเป็นมาความหมายและความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- การประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคล ระดับครัวเรือน และระดับชุมชน
3.2 เศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ( ทฤษฏี)
- สถานการณ์และปัญหาของการเกษตรเชิงพาณิชย์
- ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
- การนำทฤษฎีใหม่ไปใช้ในการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
3.3 การเกษตรแบบผสมผสาน (บรรยายและดูงานในพื้นที่)
- หลักการทำการเกษตรแบบผสมผสาน
- การปลูกพืชแบบผสมผสาน
- การเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน
- การวางแผนและจัดทำการเกษตรแบบผสมผสานตามสภาพของพื้นที่
3.4 การเกษตรแบบธรรมชาติ(ทฤษฏี และเข้าฐานปฏิบัติ)
- การปรับปรุงบำรุงดิน
- การทำปุ๋ยชีวภาพ จากสัตว์ พืช จากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์
- การทำสารสกัดชีวภาพป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
3.5 สุขภาพวิถีไทย( ทฤษฎี / ปฏิบัติ )
- การดูแลรักษาสุขภาพ
- การใช้สมุนไพรในชุมชนเพื่อป้องกันและรักษาโรคเบื้องต้น
- กิจกรรมการออกกำลังกายที่ทำได้ในชุมชน
3.6 การบริหารจัดการครัวเรือน( ทฤษฎี/ ปฏิบัติ)
- การทำบัญชีครัวเรือน
- การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว
3.7 การสร้างแหล่งอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน (เข้าฐานปฏิบัติ)
- ปฏิบัติการฐานการเรียนรู้การปลูกผักสวนครัว
- ปฏิบัติการฐานการเรียนรู้การเพาะเห็ด
- ปฏิบัติการฐานการเรียนรู้การเลี้ยวหมูหลุม
- ปฏิบัติการฐานการเรียนรู้การเลี้ยงและขยายพันธุ์กบ
- ปฏิบัติการฐานการเรียนรู้การเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลา
- ปฏิบัติการฐานการเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
3.8 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ( ทฤษฎี )
- การบริหารจัดการป่าชุมชนโดยชุมชน
- การจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน
- การรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์
3.9 ชีวิตวิถีพุทธ( ทฤษฎี/ ฝึกปฏิบัติ)
- หลักธรรมที่ใช้ในการดำเนินชีวิต
- การพัฒนาจิต
- ลดละเลิก อบายมุข เพื่อชีวิตเป็นสุขและพอเพียง
3.10 กิจกรรมนันทนาการประจำวัน ( ปฏิบัติ )
รายละเอียดเนื้อหาสาระหลักสูตรแต่ละหัวข้อวิชา
หัวข้อวิชาที่ 3.1 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
สภาพปัญหาและความจำเป็น
เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงส่งผลให้เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปตาม ลักษณะของการดำรงชีวิตของประชาชนก็เปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านการใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่ายารักษาโรค ซึ่งทั้งสิ้นนี้มีราคาที่สูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจของไทย จึงได้เกิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นและที่สำคัญ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็น ปรัชญา
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยโดยตลอด เพื่อให้เกิดแนวทางกรแก้ไขเพื่อการรวดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลง
เป้าหมาย
ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้และเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับในการดำเนินชีวิต
วัตถุประสงค์
1 เพื่อให้เข้าใจความเป็นมา ความหมายและความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2 เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3 เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับในการดำเนินชีวิต
เนื้อหาสาระ
1 ความเป็นมา ความหมายและความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2 การประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับในระดับบุคคล /ครัวเรือน ระดับชุมชนและระดับรัฐหรือระดับชาติ
กิจกรรมการอบรม
กิจกรรมที่ 1 ผู้อบรมแจกแบบทดสอบก่อนการอบรม เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมที่ 2 ผู้ฝึกอบรมเปิด วีดีทัศน์เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ชม
กิจกรรมที่ 3 ผู้ฝึกอบรมบรรยายเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- ความเป็นมา ความหมายและความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- การประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคล ระดับครัว ครัวเรือน และชุมชน
กิจกรรมที่ 4 ผู้ฝึกอบรมให้ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่มๆ ละ 5 คน ร่วมกันสรุปเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงลงบนแผ่นชาร์จ และส่งตัวแทนนำเสนอ
กิจกรรมที่ 5 ผู้ฝึกอบรมสรุป เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมที่ 6 ผู้ฝึกอบรมแจกแบบประเมินหลังเรียน
สื่อประกอบการอบรม
1 วีดีทัศน์เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2 ใบความรู้เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3 แผ่นพับเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
การวัดผลและประเมิน
แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน
...................................................
หัวข้อวิชาที่ 3.2 เศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
สภาพปัญหาและความจำเป็น
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติตนแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ เพื่อให้เกิดแนวทางการแก้ไขและการรอดพ้นจากสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ และที่สำคัญในภาคการเกษตรของไทยขณะนี้เกิดปัญหาขึ้นมากมายไม่ว่าจะในด้านต้นทุนการผลิต ทางด้านผลผลิตตกต่ำ และทางด้านการตลาด เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นกรอบแนวคิดที่บอกหลักการและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ และเป็นแนวทางการพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นขั้นตอน และยั่งยืน ส่งผลให้ภาคการเกษตรของไทยมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
เป้าหมาย
ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้และเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับในการดำเนินชีวิตและในภาคการเกษตรได้
วัตถุประสงค์
4 เพื่อให้เข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
5 เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
6 เพื่อให้เกิดการนำเอาหลักทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริไปใช้ในการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
เนื้อหาสาระ
3 สถานการณ์และปัญหาของการเกษตรเชิงพาณิชย์
4 ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
5 การนำเอาทฤษฎีใหม่ไปใช้ในการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
กิจกรรมการอบรม
กิจกรรมที่ 1 ผู้อบรมแจกแบบประเมินผลก่อนการอบรม เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงสู่การ
พัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
กิจกรรมที่ 2 ผู้ฝึกอบรมแจกแผ่นพับและใบความรู้ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงสู่การ
พัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน ให้ผู้เข้ารับการอบรม
- สถานการณ์และปัญหาของการเกษตรเชิงพาณิชย์
- ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
- การนำเอาทฤษฎีใหม่ไปใช้ในการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
กิจกรรมที่ 3 ให้ผู้เข้ารับการอบรมส่งตัวแทนออกมาเล่าประสบการณ์ ในประเด็น ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำการเกษตรของตน
กิจกรรมที่ 4 ผู้ฝึกอบรมสรุป เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาการเกษตร
แบบยั่งยืน ให้ผู้เข้ารับการอบรม
กิจกรรมที่ 5 ผู้อบรมแจกแบบประเมินผลหลังการอบรม เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงสู่การ
พัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
สื่อประกอบการอบรม
1 ตัวอย่างข่าวและสถานการณ์ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรรม
2 ใบความรู้เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงสู่พัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
3 แผ่นพับเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงสู่พัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน
การวัดผลและประเมิน
แบบประเมินผลก่อนเรียน และหลังเรียน
.............................................................
หัวข้อวิชาที่ 3.3 การเกษตรแบบธรรมชาติระยะเวลา 6 ชั่วโมง
สภาพปัญหาและความจำเป็น
สืบเนื่องจากในสภาพกาลในวิถีชีวิตของเกษตรกรในยุดปัจจุบัน นับวันจะมีความผูกพันกับสารเคมีและปุ๋ยเคมีและมีการใช้ปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเลื่อยๆเพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่มีปริมาณมากขึ้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวที่มีต่อระบบนิเวศน์โดยทั่วไป เช่นดินเป็นปัญหาดินแข็ง ดินเสื่อมโทรม สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในดินก็ตายและหายไปจากดินทำให้ระบบนิเวศเสียไป เนื่องจากมนุษย์เราในยุดปัจจุบันใช้สารเคมีเป็นจำนวนมาก ตลอดจนทำลายระบบสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ที่สำคัญคือ สุขภาพและชีวิตของเกษตรกรในยุคปัจจุบันมีอายุไขโดยเฉลี่ยลดลงจากอดีตมาก สิ่งเหล่านี้เกษตรกรไม่คำนึงถึงผลเสียแต่หวังที่จะได้มาซึ่งผลผลิตที่มีจำนวนมากๆอย่างเดียว จากการที่ใช้ปุ๋ยเคมีในระยะเวลาที่นานๆหรือทำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกษตรกรเสียเงินทุนในการเพาะปลูกมากขึ้นเลื่อยๆ และเพิ่มเงินทุนเป็นทวีคูณและส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกมากขึ้นตามตัว จากการที่เราได้ศึกษาและเรียนรู้เรื่องของเกษตรธรรมชาติ ได้เห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือ ระบบการการปรับปรุงบำรุงดิน และ การหันมาใช้อินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ที่ทำจาก พืชและสัตว์ และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และ เรียนรู้เรื่องของโรคและแมลงที่มีทั้งเป็นประโยชน์และโทษในการกำจัดแมลงศัตรูพืช ถ้าเราใช้ระบบการทำการเกษตรแบบธรรมชาติแล้ว ระบบนิเวศน์ก็จะกับมามีชีวิตชีวาและธรรมชาติก็จะคืนสู่สภาพเดิม ดินก็จะดีมีคุณภาพ ที่สำคัญที่สุดจะเกิดการลดต้นทุนในการผลิตในการเพาะปลูกของเกษตรกร
เป้าหมาย
เมื่อผู้ได้รับการอบรมแล้วสามารถนำความรู้ที่ได้รับสู่การปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันของตนเองได้เป็นอย่างดีตลอดจนถึงนำความรู้เหล่านั้นที่ตนเองได้รับลงมือปฏิบัติสู่การเผยแพร่ต่อไป
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- เพื่อให้เกิดความรู้ในเรื่องการทำการเกษตรแบบธรรมชาติได้เป็นอย่างดีและเป็นการลดต้นทุนในการผลิตของเกษตรกร
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะในการนำความรู้ไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองและเป็นการลดการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรได้
เนื้อหาสาระ
- 1. ความเป็นมา ความหมายของเกษตรธรรมชาติ
- 2. หลักเกษตรธรรมชาติ
2.1. มี การปรับปรุงบำรุงดิน ให้มีความอุดมสมบรูณ
2.2. ปลูกพืชหลายชนิด
2.2.1) การปลูกหมุนเวียน
2.2.2) การปลูกพืชแซม
3. อนุรักษ์แมลงที่มีประโยชน์
4. ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ
5. สูตรปุ๋ยและขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
5.1.ปุ๋ยน้ำชีวภาพ
5.2.ปุ๋ยหมักชีวภาพ
5.3. ปุ๋ยจุลินทรีย์แห้งหรือโบกาฉิ
5.4. การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากพืชและสัตว์
5.5. การทำปุ๋ยหมักวิศวกรแม่โจ้ 1
กิจกรรมการอบรม
- Ø ทดสอบก่อนเรียน
- Ø การนำสู่บทเรียน
- Ø บรรยายและนำสู่ขั้นตอนการปฏิบัติจริง
- Ø ทดสอบหลังเรียน
- Ø สรุปบทเรียน
สื่อประกอบการอบรม
วัสดุอุปกรณ์ในการฝึกปฏิบัติ
แบบทดสอบ ก่อนเรียน – หลังเรียน
ใบความรู้ ใบงาน
CD ประกอบการเรียนรู้เรื่องเกษตรธรรมชาติ
ทำเป็นสื่อที่นำเสนอ PowerPoint
แบบประเมินผล เช่น แบบสอบถาม แบบประเมินความพึงพอใจ
การวัดและประเมินผล
- แบบประเมินผล เช่น แบบสอบถาม แบบประเมินความพึงพอใจ
หัวข้อวิชาที่ 3.4 การเกษตรแบบผสมผสาน ระยะเวลา 6 ชั่วโมง
สภาพปัญหาและความจำเป็น
เนื่องจากเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยวทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศน์และผืนดิน ซึ่งเป็นเหตุทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกสูง และทำให้เกิดความเสี่ยงในการทำเกษตร จึงได้เกิดแนวคิดทางการทำเกษตรแบบผสมผสานขึ้น ตัวอย่างเช่น การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ การแบ่งพื้นที่ทำกินให้เกิดประโยชน์ที่หลากหลาย และยังสามารถช่วยปรับปรุงบำรุงดินและระบบนิเวศน์ ให้เกิดการหมุนเวียนตลอด จะทำให้เกิดการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย
ผู้เข้าร่วมการอบรมได้รับความรู้นำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน
วัตถุประสงค์
- เพื่อต้องการให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการทำการเกษตรแบบผสมผสาน
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะในการบริหารจัดการในพื้นที่ในการเกษตรของตนเองได้
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีทัศนคติที่ดีต่อการทำการเกษตรแบบผสมผสาน
เนื้อหาสาระ
ความหมายของระบบเกษตรผสมผสาน
1. ระบบเกษตรผสมผสาน 2. รูปแบบของระบบเกษตรแบบผสมผสาน 3. เกษตรผสมผสานที่มีปฏิสัมพันธ์เชิงเกื้อกูล
3.1. เกื้อกูลกันระหว่างพืชกับพืช
3.2. เกื้อกูลกันระหว่างพืช สัตว์ ประมง
4. เกษตรผสมผสานที่มีปฏิสัมพันธ์เชิงแข่งขันทำลาย
4.1. แข่งขันทำลายระหว่างพืชกับพืช
4.2. แข่งขันทำลายระหว่างพืช สัตว์ ประมง
5. ปัจจัยและความสำเร็จของระบบเกษตรผสมผสาน
5.1. ด้านการวางแผนการผลิต
5.2. ด้านการจัดการ
6. ประโยชน์ที่ได้รับของระบบเกษตรผสมผสาน
6.1. ลดความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพลม ฟ้า อากาศ
6.2. ลดความเสี่ยงจากความผันแปรของราคาผลผลิต
6.3. ลดความเสี่ยงจากการระบาดของศัตรูพืช
รูปแบบที่ 1 ข้าว + ไม้ผลบนร่องสวน + บ่อปลา
รูปแบบที่ 2 ข้าว + ไม้ผลบนร่องสวน + ไม้ดอกไม้ประดับ
รูปแบบที่ 3 ข้าว + บ่อปลา + ไม้ผลรอบบ่อปลา + ไก่บนบ่อปลา
6.4. ช่วยเพิ่มรายได้และกระจายรายได้ตลอดปี
6.5. ช่วยก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวพันธุ์
6. ช่วยกระจายการใช้แรงงาน
6.7. ช่วยก่อให้เกิดการหมุนเวียน ของกิจกรรมต่าง ๆ ในระดับไร่นา
6.8. ช่วยให้เกษตรกรมีอาหารเพียงพอต่อการบริโภคภายในครัวเรือน
6.9. ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น
กิจกรรมการอบรม
- Ø ทดสอบก่อนเรียน
- Ø การนำสู่บทเรียน
- Ø บรรยาย ( ตั้งหัวข้อเสนอ )
- Ø เรียนรู้ในแปลงและสถานที่จริง
- Ø ทดสอบหลังเรียน
- Ø สรุปบทเรียน
สื่อประกอบการอบรม
วัสดุอุปกรณ์ในการฝึกปฏิบัติ
แบบทดสอบ ก่อนเรียน – หลังเรียน
ใบความรู้ ใบงาน
CD ประกอบการเรียนรู้เรื่องเกษตรผสมผสาน
ทำเป็นสื่อที่นำเสนอ PowerPoint
แบบประเมินผล เช่น แบบสอบถาม แบบประเมินความรู้และสังเกตพฤติกรรม
การวัดและประเมินผล
แบบประเมินผล เช่น แบบสอบถาม แบบประเมินความรู้และสังเกตพฤติกรรม
................................................................
หัวข้อวิชาที่ 3.5 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ระยะเวลา 2 ชั่วโมง
สภาพปัญหาและความจำเป็น
เนื่องจากสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง เพราะถูกทำลายโดยมนุษย์ ซึ่งในระบบนิเวศประกอบด้วยสิ่งที่มีชีวิตหลายชนิด ที่มีการพึ่งพาอาศัยกันเป็นวัฎจักรหมุนเวียน ถ้ามีการทำลายสิ่งมีชีวิตบางชนิดเพิ่มมากขึ้นและบางชนิดลดจำนวนลงจนไม่ได้สัดส่วนกัน
ฉะนั้นเพื่อที่จะรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม มนุษย์จึงควรช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการหมุนเวียนใช้ทรัพยากร เช่น น้ำและดิน ให้ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า
เป้าหมาย
ผู้เข้ารับการอบรมมีส่วนร่วมในการจัดการ บริหาร ดูแล และรับประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการดำเนินกิจกรรม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เนื้อหาสาระ
- การบริหารจัดการป่าชุมชนโดยชุมชน
- การจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน
- การรักษาสมดุล ของระบบนิเวศน์
กิจกรรมการอบรม
- ทดสอบความรู้ก่อนการอบรม
- ดูซีดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
- บรรยายเนื้อหาประกอบ powerpoint
- กิจกรรมนันทนาการ
- เพลงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
- เกมส์
- แจกใบความรู้
- ทดสอบความรู้หลังการอบรม
สื่อประกอบการอบรม
- Powerpoint
- ซีดี เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
- ใบความรู้
การวัดและประเมินผล
- แบบสอบถาม
..................................................................
หัวข้อวิชาที่ 3.6 สุขภาพวิถีไทย ( ทฤษฎี / ปฏิบัติ) ระยะเวลา 2 ชั่วโมง
สภาพปัญหาและความจำเป็น
เกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพจากการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงทำให้เกิดปัญหาโรคต่างๆมากมายเช่นโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้นและ เกษตรมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การหันมาดูแลสุขภาพโดยใช้ภูมิปัญญาการรักษาแบบไทยเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยและผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษาโรคแผนปัจจุบันซึ่งเราสามารถเรียนรู้เองได้
เป้าหมาย
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถดูแลสุขภาพเบื้องต้นของตนเองและครอบครัวโดยใช้ภูมิปัญญาไทย
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความรู้และใช้สมุนไพรพื้นบ้านได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะในเรื่องการดูแลสุขภาพโดยใช้ภูมิปัญญาไทย
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเห็นประโยชน์ของการออกกำลังกายและนำไปปฏิบัติ
เนื้อหาสาระ
- การดูแลรักษาสุขภาพ
- การใช้สมุนไพรในชุมชนเพื่อป้องกันและการรักษาโรคเบื้องต้น
- กิจกรรมการออกกำลังกายที่ทำได้ในชุมชน
กิจกรรมการอบรม
- การบรรยายเนื้อหา
- ตั้งหัวข้อเรื่องสุขภาพสนทนาโต้ตอบกับผู้เข้ารับการอบรม
- ฉายวีดีทัศน์เรื่องฤษีดัดตน
- สาธิตการออกกำลังกายอย่างง่าย
- ปฏิบัติ
- ทดสอบความรู้
สื่อประกอบการอบรม
เอกสารประกอบการบรรยาย
เครื่องฉายวีดีทัศน์
เครื่องคอมพิวเตอร์
การวัดและประเมินผล
แบบทดสอบความรู้
..............................................................
หัวข้อวิชาที่ 3.7 การบริหารจัดการครัวเรือน ระยะเวลา 4 ชั่วโมง
สภาพปัญหาและความจำเป็น
ด้วยประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีความยากจน ประกอบกับสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงทำให้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรเป็นปัญหาที่สะสมมานานและทุกภาคส่วนก็ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลายแต่ก็ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืน ดังนั้นการน้อมนำกรอบแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้นความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้กับคนทุกระดับ ทุกอาชีพ และมุ่งเน้นความพออยู่พอกินอย่างพอเพียงและมีไมตรีจิตที่ดีต่อกัน ก็จะสามารถให้ทุกคนดำรงชีพและสามารถปรับตัวให้อยู่ได้ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อย่างมีความสุข
เป้าหมาย
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามรถจัดทำบัญชีครัวเรือนได้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการการครัวเรือนโดยการน้อม นำความรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับตนเอง/ครอบครัว
2. เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีคิด มีคุณธรรมจริยธรรม และสามารถทำงานร่วมกับ ผู้อื่นได้และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้กันในชุมชนเองและสร้าง ความอบอุ่นและสายใยสัมพันธ์ที่ดีในระดับครัวเรือน
3. เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารจัดการการครัวเรือน โดยกระบวนการเรียนรู้การทำบัญชีครัวเรือนและเทคนิคการออม
เนื้อหาสาระ
1. การทำบัญชีครัวเรือน
1.1 ความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีคิดและเทคนิคในการแก้ไขปัญหาด้านการบริหารจัดการครัวเรือน
1.2ความหมายของการทำบัญชี/ความจำเป็นและความสำคัญของการทำบัญชีครัวเรือนและรูปแบบบัญชีครัวเรือนอย่างง่าย
.3ความหมายของการออม / ความรู้และแนวคิดเรื่องระบบการออม
2. การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว
2.1ความหมาย / ความสำคัญและความจำเป็นของการสร้าง “ครอบครัวอบอุ่น”
2.2วิธีการสร้างความสุขและสร้างสายใยแห่งรักในครอบครัว
กิจกรรมการอบรม
1.ให้ผู้เข้ารับการอบรมดูวีดีทัศน์, ตัวอย่างเอกสาร/ใบความรู้/Power point
2.วิทยากรบรรยายและยกตัวอย่างประกอบการบรรยาย
3. กิจกรรม ถกแถลงการนำความรู้สู่การปฏิบัติและการนำความรู้ไปใช้จริงในวิถีชีวิตตามประเด็น ดังนี้
- ให้กลุ่มของท่านนำเสนอแนวทางการนำแนวคิดเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการครัวเรือน
-ท่านจะใช้วิธีการสร้างความอบอุ่นในครัวเรือนของท่านได้อย่างไร
สื่อประกอบการอบรม
1. วีดีทัศน์/ Power point
2. เอกสาร/ใบความรู้/แบบฟอร์มการทำบัญชีครัวเรือน
3. วิทยากร/ผู้มีความรู้/ปราชญ์ชาวบ้าน/ผู้ประสบความสำเร็จในการนำความรู้ไปใช้ได้ผลจริงในชีวิตประจำวัน
การวัดผลและประเมินผล
1. วิธีวัด
- ตรวจใบงานกิจกรรมการถกแถลงการณ์นำความรู้สู่การปฏิบัติจริงในวิถีชีวิต
- แบบประเมินก่อนเรียน
2. เครื่องมือวัด
- ใบงานกิจกรรมการถกแถลงฯ
- แบบประเมินก่อนเรียน
- แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
...........................................................
หัวข้อวิชา 3.8 การสร้างแหล่งอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
ปัญหาและความจำเป็น
จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรและอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในการดำรงชีวิต ทำให้เกิดภาวะหนึ้สินในครัวเรือนและกระจายเป็นปัญหาส่วนรวมของชุมชน จึงได้มีการจัดกิจกรรมขึ้นในชุมชนเพื่อเป็นการสร้างอาชีพและสร้างรายได้แก่ประชาชน
เป้าหมาย
- ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ ในการสร้างแหล่งอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน
- ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทักษะ ในการสร้างแหล่งอาหารเพื่อบริ