บทสรุปผู้บริหาร รายงานการวิจัยเรื่อง รูปแบบการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน (ผู้วิจัย : ศรุดา ชัยสุวรรณ)
การบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องกระทำให้เป็นระบบมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในระบบการบริหารมหาวิทยาลัยหลายส่วนเช่น นโยบาย กลยุทธ์ งบประมาณ ความพร้อมของบุคลากร วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ความชัดเจนของการพิจารณาภาระงาน การบริหารงานวิจัยที่ผ่านมามักให้ความสำคัญ ที่งบประมาณการวิจัยเป็นหลัก แต่ยังขาดระบบการจัดการที่ดีและครบถ้วนตามกระบวนการทำวิจัย การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเสนอรูปแบบการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาแนวคิด โครงสร้าง วิธีการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยของรัฐ ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาสภาพการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน โดยใช้วิธีการศึกษาดังนี้ 1) การใช้แบบสอบถามสภาพการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัยได้แก่ ผู้บริหารและอาจารย์ประจำ จำนวน 181 คน จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยสยาม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ 2) การสัมภาษณ์ ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน ได้แก่ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย คณบดี หัวหน้าสาขาวิชา จำนวน 25 คน จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยสยาม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพการบริหารงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเอกชน ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และ หาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับได้ 0.9819 และ 2) ประเด็นการสัมภาษณ์ ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะดังต่อไปนี้ 1) การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม โดยหาค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ 2) การวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ และการจัดกลุ่มสนทนาในลักษณะพรรณนาวิเคราะห์ ขั้นตอนที่ 3 ร่างรูปแบบการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัย เอกชน ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน โดยวิธีการจัดกลุ่มสนทนาผู้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบความเป็นไปได้ จำนวน 9 คน ขั้นตอนที่ 5 ปรับปรุงและนำเสนอรูปแบบการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน
ผลการวิจัยได้รูปแบบการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน ประกอบด้วย
1. การสร้างวัฒนธรรม ผลการวิจัยพบองค์ประกอบย่อย ได้แก่ การสร้างจิตวิจัย การสร้างบรรยากาศการวิจัย และการจัดการความรู้
1.1 การสร้างจิตวิจัย ประกอบด้วย
1.1.1 การสร้างความตระหนักให้แก่อาจารย์ว่าการวิจัยเป็นภารกิจที่สำคัญในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา
1.1.2 การส่งเสริมค่านิยมและทัศนคติที่ดีในการทำวิจัยของอาจารย์
1.1.3 การสร้างระบบกัลยาณมิตรให้นักวิจัยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้
1.1.4 การปรับระบบบริหารและโครงสร้างองค์กรให้เอื้อต่อการผลิตงานวิจัย
1.1.5 การส่งเสริมกระบวนการมองอนาคต (Foresight) และสร้างภาพอนาคต (Scenario Planning) ของ การวิจัย
1.2 การสร้างบรรยากาศการวิจัย ประกอบด้วย
1.2.1 การปรับระเบียบ กฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อการทำวิจัย
1.2.2 การสร้างเครือข่ายการวิจัย (Network/Cluster) ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยและกับต่างประเทศ
1.2.3 การพัฒนาระบบการประชาสัมพันธ์และสื่อสารเกี่ยวกับการวิจัย แหล่งทุนวิจัย
1.2.4 การยกย่องเชิดชูอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จในการผลิตผลงานวิจัย
1.2.5 การเสริมแรงและสร้างแรงจูงใจให้แก่อาจารย์ที่ผลิตผลงานวิจัย
1.3 การจัดการความรู้ ประกอบด้วย
1.3.1 การสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ทั้งในวงการวิชาการและการนำไปใช้ประโยชน์
1.3.2 การแต่งตั้งรองคณบดีฝ่ายวิจัย บริการวิชาการและประกันคุณภาพ เป็นผู้รับผิดชอบระบบรวบรวม คัดสรร วิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ที่เชื่อถือได้และรวดเร็วทันต่อการใช้ประโยชน์
1.3.3 การสร้างเครือข่ายเผยแพร่ผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
1.3.4 การสนับสนุนความร่วมมือระหว่างนักวิจัยกับองค์การภายนอกสถาบันเพื่อการนำผลงานไปใช้ประโยชน์
1.3.5 การสนับสนุนการจดสิทธิบัตรการซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจน การคุ้มครองสิทธิของงานวิจัย หรือสิ่งประดิษฐ์ หรือนวัตกรรมให้แก่นักวิจัยเจ้าของผลงาน
2. การพัฒนานักวิจัย ผลการวิจัยพบองค์ประกอบย่อย ได้แก่ การสร้างผู้นำนักวิจัย การพัฒนาอาจารย์นักวิจัย การฝึกและอบรมอาจารย์ผู้สอน และการผลิตบัณฑิตวิจัย
2.1 การสร้างผู้นำนักวิจัย ประกอบด้วย
2.1.1 การสร้างระบบกลไกให้ผู้บริหารเป็น ต้นแบบหรือผู้นำในการผลิตผลงานวิจัย
2.1.2 การสร้างความตระหนักให้แก่ผู้บริหารรู้ว่าต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเข้าใจในสาขาวิชาที่นักวิจัยในสถาบันเกี่ยวข้องอยู่
2.1.3 การสนับสนุนให้ผู้บริหารเป็นนักวิจัยอาวุโสเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่อาจารย์นักวิจัย
2.2 การพัฒนาอาจารย์นักวิจัย ประกอบด้วย
2.2.1 การสร้างระบบหรือกลไกพัฒนาเพื่อให้ได้นักวิจัยมืออาชีพ (Professional Researcher)
2.2.2 การกำหนดแนวทางหรือหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความสามารถของนักวิจัย
2.2.3 การตั้งกลุ่ม (Forum) เฉพาะทางเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัยทั้งภายในและระหว่างสถาบัน
2.2.4 การส่งเสริมให้อาจารย์นักวิจัยไปเสนอผลงานวิจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
2.3 การฝึกและอบรมอาจารย์ผู้สอน ประกอบด้วย
2.3.1 การพัฒนาระบบคัดเลือกอาจารย์ใหม่โดยการพิจารณาศักยภาพด้านการวิจัยควบคู่การสอน
2.3.2 การจัดระบบพี่เลี้ยงนักวิจัย (Mentor) เพื่อให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
2.3.3 การจัดให้มีการวิจัยเป็นทีมโดยมีนักวิจัยอาวุโสเป็นหัวหน้าโครงการ
2.3.4 การจัดประชุม ฝึกอบรม หรือสัมมนา วิทยาการวิจัยทั้งระดับพื้นฐานและระดับดำเนินการ
2.4 การผลิตบัณฑิตวิจัย ประกอบด้วย
2.4.1 การกำหนดให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทุกหลักสูตรทำการศึกษา/วิจัย โดยให้เป็นเงื่อนไขสำหรับการสำเร็จการศึกษา
2.4.2 การกำหนดนโยบายการสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์
2.4.3 การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สร้างนักวิจัยและมีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
3. การจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณการวิจัย ผลการวิจัยพบองค์ประกอบย่อย ได้แก่ การอำนวยการ การประสานงานและการบริหารจัดการงบประมาณ
3.1 การอำนวยการ ประกอบด้วย
3.1.1 การจัดตั้งหน่วยจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
3.1.2 การจัดวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่เอื้อต่อการทำวิจัย
3.1.3 การกำหนดภาระงานวิจัยในสัดส่วนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการปฏิบัติงานของบุคลากรในมหาวิทยาลัยให้เอื้อต่อการทำวิจัย
3.1.4 การจัดระบบฐานข้อมูลที่พร้อมจะนำมาใช้ในการวิจัย
3.1.5 การจัดห้องปฏิบัติการสำหรับการทำวิจัยของอาจารย์
3.2 การประสานงาน ประกอบด้วย
3.2.1 การประสานงานวิจัยกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก
3.2.2 การแสวงหาแหล่งทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัย ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ เพื่อให้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยสามารถดำเนินไปอย่างมีเอกภาพและต่อเนื่อง
3.2.3 การรวบรวม แลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อมูลสารสนเทศทางด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานอื่น
3.3 การบริหารจัดการงบประมาณ ประกอบด้วย
3.3.1 การวางแผนบริหารจัดการงบประมาณเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินโครงการวิจัย
3.3.2 การจัดให้มีคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัยและรายงานการวิจัย กรรมการตรวจประเมินและติดตามผลงานวิจัย เพื่อสร้างมาตรฐานงานวิจัย
3.3.3 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
3.3.4 การพัฒนารูปแบบเงินทุนสนับสนุนให้เอื้อต่อการขอทุนวิจัย
4. การติดตามและการประเมินผล ผลการวิจัยพบองค์ประกอบย่อยได้แก่ การจัดการต้นทาง การจัดการกลางทาง และการจัดการปลายทาง
4.1 การจัดการต้นทาง ประกอบด้วย
4.1.1 การประชุมชี้แจ้งเกี่ยวกับคู่มือ หรือระเบียบบริหารงานวิจัย
4.1.2 การวางแผนจัดกิจกรรมการพัฒนานักวิจัยเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์วิจัยของมหาวิทยาลัย
4.1.3 การวางแผนบริหารงานวิจัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินโครงการวิจัย
4.2 การจัดการกลางทาง ประกอบด้วย
4.2.1 การติดตามการดำเนินงานและบริหารงบประมาณโครงการ
4.2.2 การช่วยเหลือนักวิจัยเพื่อให้สามารถทำงานวิจัยได้ตามกำหนด
4.2.3 การจัดระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) เพื่อให้คำแนะนำและคำปรึกษาด้านวิชาการและวิทยาการวิจัยแก่อาจารย์นักวิจัย
4.3 การจัดการปลายทาง ประกอบด้วย
4.3.1 การรายงานค่าใช้จ่ายงบประมาณ
4.3.2 การรายงานความก้าวหน้าของโครงการวิจัย
4.3.3 การนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัย
4.3.4 การกำกับคุณภาพของผลงานการวิจัย
4.3.5 การผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
รูปแบบการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเอกชน ปรากฎดังต่อไปนี้
