แต่การวิจัยทางสังคมศาสตร์อันเป็น "ศาสตร์" ที่ว่าด้วยจิตและใจซึ่งสามารถลื่นไหลได้ในทุก ๆ "ลมหายใจ"

"การวิจัย" เหมือนกับว่าเราจะเข้าไป "เอา" อะไรสักอย่าง...!

ความคิดที่ "แว๊บ" ขึ้นมาหลังจากคำว่า "การวิจัยทางสังคมศาสตร์" ที่อยู่ดี ๆ ก็ "ผุด" ขึ้นมา...

เราก็เลยคิดต่อไปว่า ปัญหาของการวิจัย "ชุมชน" ที่มักเข้าไปสร้าง "ปัญหา" และนำพาคนให้ "หลง" ออก "หลง" เข้าชุมชนก็เพราะคำว่า "วิจัย" หรือเปล่า...?

อีกแว๊บหนึ่งก็คิดต่อถึงคำว่า "การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" อันนี้ "ถูกต้อง" มาก ถึง "มากที่สุด" เพราะต้องวิจัยให้มาก ๆ วิจัยให้ "หนัก ๆ..." ต้องค้น ต้องหา ต้อง "เอา" อะไรสักอย่างออกมาให้ "คุ้มค่า" กับเงินหรืองบประมาณที่ "ลงทุน" ไป...

แต่การวิจัยทางสังคมศาสตร์นั้นกว่าครึ่งหนึ่งว่ากันด้วยเรื่อง "จิต" คือ "พฤติกรรมศาสตร์" เรา (นักวิจัยและแหล่งทุน) จะหวังเอาอะไรสักอย่างที่เป็น "รูปธรรม" จากสิ่งที่เป็น "นามธรรม" นั้นก็จะต้องหัด "ปั้นน้ำให้เป็นตัว..."

สังคมนี้จึงต้องวุ่นวายกับการสมมติให้วิชาการทางด้านสังคมศาสตร์ซึ่งเป็น "นามธรรม" อยู่ ให้เป็น "รูปธรรม"

ตัวเลข สถิติ กิจกรรม อะไรต่ออะไรก็นำมาใช้ มาบอก มาเป็นตัวแทนซึ่ง "อ่อนไหว" อันเกิดขึ้นจากจิต จากใจได้ในทุก ๆ วินาที...

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์นั้น ผลอาจจะคงอยู่ได้นับแรมเดือน แรมปี ทศวรรษ หรือแม้กระทั่ง "ศตวรรษ"

แต่การวิจัยทางสังคมศาสตร์อันเป็น "ศาสตร์" ที่ว่าด้วยจิตและใจซึ่งสามารถลื่นไหลได้ในทุก ๆ "ลมหายใจ"

การนำสิ่งที่เลื่อนไหลและลื่นไหลนำมาเป็น "หยุด" ให้ "นิ่ง" เป็น "สถิติ" ซึ่งออกมาในรูป "ผลการวิจัย" นั้นจึงทำให้ผู้ที่นำไปใช้ ไปอ้างอิง นั้นต้องหยุดนิ่งและ "ล้าหลัง..."

การวิจัยทางสังคมศาสตร์จึงเป็นศาสตร์แห่งความเปลี่ยนแปลงซึ่งผู้วิจัยจะต้องสำแดงความ "ยืดหยุ่น (Flexibility)"

ต้องลื่นไหลให้เป็นดั่งน้ำที่ "ไหลนิ่ง"

อุดมการณ์ อุมคติต้องนิ่ง โดยความรู้ในชีวิตนี้ต้อง "วิ่ง" ให้ทัน "การณ์..."

การเป็นผู้วิจัยทางสังคมศาสตร์อย่า "เอา" อะไรกับชีวิต แต่ขอให้ "ทุ่มเท" ชีวิตเพื่อ "การวิจัย..."