ข้าวไร่แก้จน

                                   

                   บ้านแฮด เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ที่มีการปลูกข้าวไร่มานานโดยเฉพาะที่ ตำบลวังหว้า (มีพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบสายหลวงปู่มั่นคือ หลวงปู่จันดีที่มรณภาพแล้วสังขารไม่เน่าเปือยขณะนี้สังขารท่านบรรจุอยู่ในโลงแก้วที่วัดป่าบ้านวังหว้า)  เริ่มต้นเกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์จากญาติที่จังหวัดหนองคาย เริ่มแรกได้ปลูกในพื้นที่นาลุ่มโดยการหว่าน พบว่ามีปัญหาวัชพืชระบาดรุนแรงและผลผลิตต่ำ จึงได้เปลี่ยนวิธีการปลูกโดยการหยอดเมล็ดเป็นแถวในพื้นที่ที่เคยปลูกอ้อย ซึ่งเป็นช่วงพักดินรอการปลูกอ้อยในฤดูกาลถัดไป มีการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย ทำให้ได้ผลผลิตสูงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ข้าวไร่เป็นที่นิยมปลูกด้วยการปลูกสลับกับการปลูกอ้อยและมันสัมปะหลัง เนื่องจากการจัดการ ดูแลรักษาง่าย โรคแมลงน้อย ลดต้นทุนด้านแรงงาน

          ปัจจุบัน(2552)มีพื้นที่ปลูกประมาณ 7,960 ไร่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งที่มีการปลูกข้าวไร่ที่มีพื้นที่ติดต่อกันมากที่สุดในประเทศไทย ผลผลิตที่ได้จะนำมาบริโภคในครัวเรือนและจำหน่าย นำรายได้เข้าสู่ชุมชน และมีหน่วยงานต่างๆให้ความร่วมมือ ส่งเสริมและสนับสนุนทั้งภาคราชการ และท้องถิ่น นอกจากนี้ยังจัดตั้งเป็น "ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านวังหว้า" เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพันธุ์ข้าวไร่

         ข้อดี

        1.แก้ไขปัญหาการขาดแคลนพันธุ์ข้าวและใช้บริโภค

        2. ลดความเสี่ยงจากฝนทิ้งช่วง

        3. ลดต้นทุนแรงงาน

        4. ปลูกได้ในสภาพพื้นที่ดอนซึ่งเกษตรกรมีพื้นที่ถือครองเป็นจำนวนมาก

        5. ผลผลิตสูงในสภาพน้ำน้อย

        6. อยุเก็บเกี่ยวเร็ว ประมาณ 5-30 ตุลาคม

        7. ปัญหาโรคแมลงรบกวนน้อย

        8. อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากการใช้ดินเต็มตามศักยภาพ

            ความยั่งยืนในชุมชน

            ลดการเคลื่อนย้ายแรงงาน ชุมชนอบอุ่นครอบครัวอยู่พร้อมเพรียง พออยู่ พอกิน

           พันธุ์ที่ปลูก

            ซิวแม่จัน  เป็นข้าวเหนียวพื้นเมือง อายุประมาณ 140 - 150 วัน ลำต้นสูงประมาณ 110 - 150 ซม. ไวต่อช่วงแสงอย่างอ่อน ผลผลิตประมาณ 456 กก./ไร่

            สกลนคร เป็นข้าวเหนียวคู่ผสมระหว่างหอมอ้นและ กข.10 อายุประมาณ 128 วัน ลำต้นสูงประมาณ 123 - 146 ซม.ไม่ไวต่อช่วงแสง ผลผลิตประมาณ 467 กก./ไร่

            กข.15 เป็นข้าวเจ้า ลำต้นสูงประมาณ 140 ซม. ไวต่อช่วงแสง เก็บเกี่ยวประมาณ 10 พฤศจิกายน ผลผลิตประมาณ 560 กก./ไร่