เช้านี้อากาศสดใสไร้เมฆหมอกรอบด้าน 

ฝนคงหยุดที่จะโปรยปรายสักชั่วเพลาหนึ่ง 

ธรรมชาติคงให้โอกาสแก่สรรพสัตว์ได้เว้นวรรคเว้นช่วงจากสายฝน 

เพื่อจะได้ทำบางสิ่งในวิถีได้สะดวกมากขึ้น 

ทุกปรากฏการณ์ที่ธรรมชาติสรรสร้างให้เราได้สัมผัส

ก็เพื่อจะสั่งและสอนสรรพสัตว์ทุกชีวิต 

ให้พึงตระหนักรู้ไว้นำไปปรับปรุงไว้ดำเนินชีวิตได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ

ที่เรากำลังข้องเกี่ยวกับมัน

บางช่วงจังหวะของชีวิตจึงควรหยุดใจใคร่ครวญถึงพฤติกรรมที่ผ่านมา 

เปรียบประหนึ่งว่าเราได้กระจกบานใหญ่มาส่องดูตัว

เพราะธรรมดาว่าการส่องกระจกนั้น ย่อมมีจุดหมายหลัก ๒ สถานคือ

           

๑. สำรวจตัว หาข้อบกพร่องในร่างกายว่า มีจุดไหน

ส่วนไหนบ้างที่ควร แต่ง เติม เสริม จัดให้เหมาะสม

เพราะในบางส่วนอาจจะ หลงหู หลงตา หรืออยู่ในส่วนแห่งร่างกายที่สายตา

ไม่อาจทำหน้าที่ได้อย่างทั่วถึง กระจกบานใหญ่จะช่วยเหลือได้เป็นอย่างดี

           

๒. ชื่นชมตัวเอง หลังจากที่ได้แก้ไขข้อบกพร่องจนเป็นที่พอใจแล้ว

มองดูความงามในเรือนร่างของตัวเองดด้วยความชื่นชมโสมนัส

ถึงแอบยิ้มกับกระจกก็มี

 

ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลายหันมาพินิจพิจารณาตัวเองดุจมองกระจำบานใหญ่

ส่วนใดก็ตามที่ยังบกพร่องผิดพลาดอยู่ ก็สมควรที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยถือว่าผิดเป็นครู เป็นบทเรียนที่ให้คุณค่าแก่ชีวิตอย่างดียิ่ง

เคยเกียจคร้าน ส่อเสียด เอาเปรียบผู้อื่น ก็กลับตัวกลับใจ

มองเห็นโทษภัยจากอกุศลธรรมเหล่านั้น เลิก ละ ปล่อยวางเสีย

หันมาสมาทาน ประพฤติสิ่งที่ดีงาม  ถูกต้อง สิ่งใดที่ได้ประพฤติปฏิบัติมา

เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ก็ควรที่จะประคับประคองรักษาไว้ให้คงอยู่

และพยายามส่งเสริมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

พร้อมทั้งส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจ

เผื่อแผ่ไปถึงผู้อื่นอันเป็นหลักการเบื้องต้นแห่งการเสริมสร้างสันติภาพภราดรภาพให้เกิดขึ้นแก่ส่วมรวม เมื่อได้พิจารณาเห็น 

 และดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการ  

ทำได้ดังนี้ชีวิตก็สามารถยืนหยัดฝ่าฝันสิ่งต่างๆได้อย่างงดงามอย่างแท้จริง..

 

ท่านละย้อนดูกระจกแล้วสามารถที่จะชื่นชมตัวเองได้บ้างหรือยัง..

ธรรมะสวัสดีขอรับ..