บทที่ 1
บทนำ
“เพศศึกษา” ถือเป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ยากในการนำมาจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับสังคม โดยเฉพาะสังคมไทย เนื่องจากเรามักคิดเสมอว่า “เป็นเรื่องส่วนตัว” ไม่ควรนำมาเปิดเผยหรือพูดคุยในที่สาธารณะ แต่หลังจากตัวเลขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์รวมถึงตัวเลขการตั้งครรภ์ โดยไม่พึงประสงค์เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความคิดเรื่องการพูดถึง “เรื่องส่วนตัว” เริ่มเปลี่ยนไป
แม้ทุกฝ่ายจะตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษามากขึ้น แต่ความยากในการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศก็ยังไม่ลดลงจากเดิม เนื่องจากเรื่องเพศเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทัศนคติค่านิยมที่แต่ละคนยึดถือ ทั้งนี้ แนวคิดในการจัดการเรื่องเพศจึงต้องคำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญและคิดถึงประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ โดยคำนึงการจัดให้เยาวชนเรียนรู้รอบด้าน เพื่อนำไปสู่พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ครูผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ควรมีท่าทีและแนวคิดที่จะเอื้อให้การเรียนรู้ที่บังเกิดอย่างแท้จริง รวมไปถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ซึ่งยังคงเป็น “เรื่องยาก” ด้วยเรื่องเพศ (Sexuality) และการสำรวจทัศนะของตนเองต่อเรื่องเพศศึกษาของครูจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่กำกับกระบวนการคิดและการปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา
ในการทำความเข้าใจถึงความต้องการด้านเพศศึกษาด้วยการพิจารณาจากวิถีชีวิตและการใช้ชีวิตทางเพศของเยาวชนในปัจจุบัน พบว่าสภาพเศรษฐกิจสังคมของการใช้ชีวิตยุคนี้เอื้อให้เยาวชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและรวดเร็ว รวมถึงโอกาสการหาประสบการณ์ทางเพศก็มีมากขึ้น
จากผลการศึกษา และจากสภาพสังคมในปัจจุบัน เด็ก ๆ ทุกวัยถูกละเมิดทางเพศด้วยวิธีการต่าง ๆ จากคนใกล้ชิด (พี่ ลุง น้า อา) และบุคคลอื่นโดยที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง มิได้คาดคิด และไม่รู้เท่าทันสถานการณ์จึงไว้วางใจที่จะฝากบุตรหลานให้บุคคลเหล่านี้ดูแล เลี้ยงดู ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งด้วยความไร่เดียงสาของเด็กไม่เข้าใจเจตนาของผู้ใหญ่ เด็กต้องการความรักความอบอุ่น จึงปล่อยให้ญาติพี่น้องได้แสดงความรักด้วยความเต็มใจ ซึ่งบางครั้งการแสดงความรักด้วยวิธีการต่าง ๆ ทีมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ใจและเป็นไปเพื่อที่สนองความต้องการของผู้ใหญ่ ความเลวร้ายจึงเกิดขึ้นกับเด็กปฐมวัย ผู้ไร่เดียงสา คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาจึงจัดการฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เพศศึกษารอบด้านสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รู้เท่าทันพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ที่ไม่หวังดี