ในช่วงชีวิตของคนเรา บางครั้งก็ดูมีคความสุขดี แต่มีบางครั้งชีวิตกลับเปราะบางเหมือนแก้วที่ต้องประคับประคอง
จำได้ว่าช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด คงจะเป็นช่วงของวัยเรียน มีเพื่อนมากมายมีครูสั่งสอน มีพ่อแม่ที่คอยปกป้องดูแล ....ทุกๆอย่างดำเนินไปด้วยความราบรื่น น้อยครั้งนักที่จะมีความทุกข์เข้ามาให้เห็น....ไม่ใช่เราจะเป็นคนที่พรั่งพร้อมด้วยทุกสิ่งอย่าง แต่คงเป็นเพราะเรายังมีวุฒิภา่วะน้อย ไม่ต้องรับภาระหนัก ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายไปกว่าการตั้งใจเรียน บางครั้งอาจรักตัวเองและเพื่อนพ้องมากกว่าคนในครอบครัว จนลืมนึกถึงคำสั่งสอนของพ่อแม่ บางครั้งอาจไม่เคยกลัวความเจ็บปวด และความตาย เราจึงไม่รู้ความทุกข์ยากของพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ที่คอยเลี้ยงดูเรา.....
วันนี้ฉันโตเป็นผู้ใหญ่ความรู้สึกง่ายๆมันผ่านพ้นไปแล้ว ยิ่งตอนนี้มีครอบครัว มีลูก เราจึงต้องใช้ความคิดตลอดเวลา ต้องรอบครอบ ต้องวางแผนอนาคตทุกๆนาที เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดี...มันไม่ใช่นิยายที่จะปรุงแต่งเรื่องราวให้มันสวยงาม พลิกผันได้ตลอดเวลา...แต่มันเป็นเรื่องจริง เรื่องที่ไม่ได้แก้ไขอะไรได้มากนัก เราจึงต้องค่อยคิด ค่อยทำอย่างมีสติและรอบครอบ....แปลกนะฉันกลายเป็นคนขี้กลัว....กลัวจะเป็นอย่างโน้น กลัวจะเป็นอย่้างนี้.....ทำไมฉันกลัวอะไรมากมายขนาดนี้
............วันหนึ่งเมื่อฉันไปเฝ้าไข้สามีที่โรงพยาบาล( เนื่องจากมีอาการชัก ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ของคนที่เคยผ่าตัดสมอง ซึ่งหลังผ่าตัด มันเกิดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว) ทุกครั้งที่มีอาการชัก ทำให้ฉันวิตกและเกิดความรู้สึกกลัวมากยิ่งขึ้น คุณพยาบาลบอกว่า....ชีวิตคนเรานั้นมันมัน 50 :50 เราจึงต้องรักษาและดูแลตัวเองให้มาก เพราะหากเราพลาดไป เราไม่สามารถเรียกอะไรกลับมาเริ่มใหม่ได้ ยิ่งลูกยังเล็กอยู่ด้วย ครั้งนี้โชคดีที่เขาฟื้นกลับมา...แล้วครั้งหน้าล่ะ เราจะโชคดีอย่างนี้ไหม...........คำพูดเหล่านั้นยังคงสะท้อนอยู่ในสมองและความรู้สึก..........ใช่จริงๆด้วย....ชีวิตของตนเรานั้นสั้นนัก เราจึงต้องรักษาเลือดเนื้อและชีวิตของเราให้ดี เพื่อคนที่เรารักและรักเราทุกคน......ฉันจึงได้ข้อคิดอีกอย่างว่า....ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย จะขาดไปวันไหนก็ยังไม่รู้...........ทำความดีเอาไว้มากๆๆ หากว่าวันหนึ่งเราต้องไป เราก็คงมีผลความดีที่อาจจะช่วยเราได้บ้าง.................
ผู้เขียนต้องขออภัยหากต้องเขียนเรื่องที่มันเศร้าอย่างนี้...แต่มันเป็นความรู้สึกจริงๆ มันเป็นสิ่งที่ผู้เขียนต้องเก็บเอาไว้เตือนสติตัวเอง..............
ตลอดไป.............
ชีวิตคืออะไรน้า ทำไงจะออกมาดีที่สุด
สวัสดีค่ะ ขอเป็นกำลังใจดีๆให้นะคะ พี่แดงดูแลเด็กๆก็เห็นความเป็นความตาย
เด็กๆน่าสงสารมากค่ะ....วันนี้ดีที่สุด มีความสุขกับปัจจุบัน
มาให้กำลังใจครูค่ะ
คนที่เคยมีอาการชัก ต้องระวัง การขับขี่ยานพาหนะ ควรหลีกเลี่ยง
แฟนของครูเคยได้รับการตรวจวัดระดับยากันชักในเลือดมั้ยค่ะ พอดีกับระดับที่ต้องการหรือเปล่า
ขอโทษด้วยที่ผมไม่เคยเข้ามาอ่านเลยไม่รู้ปัญหาที่กำลังพบอยู่
ดีแล้วครับที่ลูกกระติกมาแนะนำ เข็มแข็งนะครับ
สวัสดีค่ะ ทุกสิ่งมีปาฏิหารย์เพราะเรามีความรักให้กันนี่เอง ความรักช่วยเยี่ยวยาทั้งผู้รัก และผู้ถูกรักค่ะ อยากให้ครูไปให้กำลังใจ ขอบคุณนะคะ
http://gotoknow.org/blog/deang2009/304951
ครูค่ะ
ไม่ทราบว่าแฟนของครู ผ่าตัดมานานเท่าไหร่แล้ว
เคยตรวจ X-ray สมองซ้ำหรือยังค่ะ (ถ้าเป็นเนื้องอก บางชนิด จะกลับเป็นซ้ำได้)
ด้วยความเป็นห่วงค่ะ
ขอบคุณหมอกระติก ที่เป็นห่วงใยนะคะ
หมอนัก X -ray ซ้ำไปหนึ่งครั้งแล้วหลังผ่าหกเดือน และนัดครั้งใหม่ 8 ธันวา 52 นี้ค่ะ
แต่คราวก่อนยังไม่มีก้อนเนื้อเกิดซ้ำ
ขอคำแนะนำด้วยนะคะ
พ่อหนูก็ชักเหมือนกัน อาการมาจากเลือดออกในสมองแล้วได้ผ่าตัดไป หมอเลยบอกอาการชักจะแทรกซ้อนนี่ก็ชักไปแล้วประมาณสี่ครั้งในปีนี่ พ่อผ่าตัดไป 1 ปีแล้ว เมื่อคืนพ่อก็ชักอีก จับพ่อแทบไม่ไหว ต้องช่วยกันจับหลายคน เพราะพ่อควบคุมตัวเองไม่ได้เวลาชัก สักพักก็จะเหนื่อยแล้วเริ่มรู้ตัว แต่ก็นานมากเหมื่อนกันว่าจะหยูดชัก