Web Based Learning (WBL), นางสาวสุพัตรา โพธิ์คำ

                               Web Based Learning (WBL)

การจัดระบบการเรียนการสอนออนไลน์ในปัจจุบัน ได้ก้าวเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อในการนำเสนอ โดยมีรูปแบบการนำเสนอผลงานแบ่งได้ 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

  • การนำเสนอในลักษณะ Web Based Learning

  • การนำเสนอในลักษณะ E-Learning

Web Based Learning (WBL)

WBL หมายถึง รูปแบบการเรียนการสอนที่อาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต โดยมีการใช้ TCP/IP , HTTPS เป็น Protocal หลักในการถ่ายโอนข้อมูล เป็นรูปแบบการประยุกต์ใช้คุณสมบัติไฮเปอร์มีเดีย (Hyper media) เข้ากับคุณสมบัติของอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนในมิติที่ไม่มีขอบเขตจำกัดด้วยระยะทาง และเวลาที่แตกต่างกันของผู้เรียน (Learning without Boundary) อันจะช่วยขจัดปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การขาดแคลนครูผู้สอนที่ได้รับยอมรับ หรือมีประสิทธิภาพ สร้างมาตรฐานเนื้อหาการเรียนรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งเปิดช่องทางการเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Informal Learning) และการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

ที่มา : บทความเรื่อง :: Web Based Learning (WBL)  โดย นางสาวสุรีพร บุญรักษา  http://gotoknow.org/blog/wbl/83998 

web-based learning  เป็นส่วนย่อยของการ เรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-เลิร์นนิ่ง (e-learning)
อี-เลิร์นนิ่ง (e-learning) หมายถึง การเรียน รู้บนฐานเทคโนโลยี (Technology-based learning) ซึ่งครอบคลุมวิธีการ เรียนรู้ หลากหลายรูปแบบ เช่น
- การเรียนรู้บนคอมพิวเตอร์ (computer-based learning)
- การเรียนรู้บนเว็บ (web-based learning)
- ห้องเรียนเสมือนจริง (virtual classrooms)
- ความร่วมมือดิจิทั่ล (digital collaboration)
ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่าน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท อาทิ อินเทอร์เน็ต (internet) อินทราเน็ต (intranet) เอ็กซ์ทราเน็ต (extranet) การถ่าย ทอดผ่าน ดาวเทียม (satellite broadcast) แถบบันทึกเสียงและ วิดีทัศน์ (audio/video tape) โทรทัศน์ที่สามารถโต้ตอบกันได้ (interactive TV) และซีดีรอม (CD- ROM) การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่มีความ สำคัญ มากขึ้นเป็น ลำดับ

ที่มา : บทความเรื่อง :: e-learning : ยุทธศาสตร์การเรียนรู้ในอนาคต นำเสนอบทความโดย ศ. ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
http://www.thaiwbi.com/topic/WBI/

web-based learning  คือการเรียนรู้ที่ใช้การนำเสนอแบบเว็บคือเขียนด้วยภาษา html แสดงผ่านตัวอ่านที่เรียก เบล้าเซอร์ที่อ่านได้แบบมัลติมีเดีย ข้อความ ภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียง สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาถ้าอ่านผ่านเบล้าเซอร์ทางเครือข่ายอินเตอร์เนต เช่นเดียวกัน web-base instruction เป็นคำสอนที่เขียนขึ้นด้วยภาษา html เช่นเดียวกัน และผ่านตัวอ่านเบล้าเซอร์ ผู้สอนจัดทำขึ้นสำหรับผู้เรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ปัจจุบันนิยมใช้ออกนำเสนอทางอินเตอร์เนต และมีระบบจัดการเรียนรู้ด้วยมักเรียกกันว่า e-Learning

ที่มา : บทความเรื่อง ::  Web-based learning กับ web-based Instruction ต่างกันตรงไหน?  http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080307010159AACauoS

 

WBI/WBL/WBT

เนื่องจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่สร้างรูปแบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ และมีการนำคำต่างๆ มาเรียกเพื่อสื่อความหมาย ไม่ว่าจะเป็นคำว่า WBI (Web Based Instruction) หรือ WBL (Web Based Learning) หรือ WBI (Web Based Training) คงมีหลายท่านสงสัยว่าแต่ละคำมีความหมายเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร จากการศึกษาเอกสารต่างๆ และประสบการณ์ของผู้เขียน พบว่าทั้ง 3 คำคือการเรียนการสอนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเครือข่ายเว็บไซต์เช่นเดียวกัน แต่มีใช้ต่างกันอันเนื่องจากรูปแบบการนำไปประยุกต์ใช้ ทั้งนี้จะพบว่าหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่ต้องการพัฒนาระบบฝึกอบรมพนักงานด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายเว็บ มักจะใช้คำว่า WBT ในขณะนี้ที่สถานศึกษาต่างๆ จะใช้คำว่า WBI ส่วน WBL จะหมายถึงสื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิสก์ผ่านเครือข่ายเว็บ ที่ผู้พัฒนาจะเป็นใครก็ได้ ผู้เรียนเป็นใครก็ได้ จึงเน้นไปที่การเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิตนั่นเอง

 

WBI และ CAI

  • CAI  ทำงานภายใต้  Standalone  หรือ  อาจทำภายใต้  Local  Area  Network 

  • CAI  มิได้ออกแบบเพื่อการสื่อสารถึงกันได้

  • WBI  ทำงานบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ผู้เรียนและอาจารย์  สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้  และอาจารย์สามารถติดตามพฤติกรรมการเรียน  ตลอดจนผลการเรียนของผู้เรียนได้

  • สิ่งที่ทำให้  WBI  ต่างจาก  CAI  ก็คือ  การสื่อสารนั้นเอง

  • WBI  สามารถสื่อสารภายใต้ระบบ  Multi-user  ได้อย่างไร้พรมแดน  โดยผู้เรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เรียนด้วยกัน  อาจารย์  หรือผู้เชี่ยวชาญ  ฐานข้อมูลความรู้  และยังสามารถรับส่งข้อมูลการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์(Electronic  Education  Data)  อย่างไม่จำกัดเวลา  ไม่จำกัดสถานที่  ไม่มีพรมแดนกีดขวางภายใต้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรืออาจเรียกว่าเป็น  Virtual Classroom  เลยก็ได้  และนั้นก็คือการกระทำกิจกรรมใดๆ  ภายในโรงเรียน  ภายในห้องเรียน สามารถทำได้ทุกอย่างใน  WBI  ที่อยู่บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

 

คุณสมบัติของ WBI/WBT/WBL

WBI เป็นการผนวกคุณสมบัติไฮเปอร์มีเดีย (Hyper media) เข้ากับคุณสมบัติของเครือข่าย  เวิลด์  ไวด์  เว็บ  เพื่อสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนในมิติที่ไม่มีขอบเขตจำกัดด้วยระยะทางและเวลาที่แตกต่างกันของผู้เรียน  (learning  without  boundary)

การใช้คุณสมบัติของไฮเปอร์มีเดียในการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายนั้น  หมายถึง  การสนับสนุนศักยภาพการเรียนด้วยตนเองตามลำพัง  (One  Alone)  กล่าวคือ  ผู้เรียนสามารถเลือกสรรเนื้อหาบทเรียนที่นำเสนออยู่ในรูปแบบไฮเปอร์มีเดีย  ซึ่งเป็นเทคนิคการเชื่อมโยงเนื้อหาหลัก  ด้วยเนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องรูปแบบการเชื่อมโยงนี้เป็นได้ทั้งการเชื่อมโยงข้อความไปสู่เนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้อง  หรือสื่อภาพ  และเสียง  การเชื่อมโยงดังกล่าวจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนด้วยตนเอง  โดยเลือกลำดับเนื้อหาบทเรียนตามความต้องการ  และเรียนตามกำหนดเวลาที่เหมาะสมและสะดวกของตนเอง                         
 
ส่วนการใช้คุณสมบัติของเครือข่ายเวิลด์  ไวด์  เว็บ  หมายความถึง  การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนหรือผู้เรียนอื่นเพื่อการเรียนรู้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในเวลาเดียวกัน  หรือ ณ  สถานที่เดียวกัน  (Human  to  Human  Interaction)  เช่นผู้เรียนนัดหมายเวลา  และเปิดหัวข้อการสนทนาผ่านโปรแกรมประเภท  Synchronous  Conferencing  System  เช่น  IRC  (Internet  Relay Chat)  หรือผู้เรียนผู้เรียนสามารถตามหัวข้อและร่วมการสนทนาในเวลาที่ตนเองสะดวกผ่านโปรแกรมประเภท  Asynchronous  Conferencing  System  เช่น  E-mail  Bulletin  Board  System หรือ  Listserv  การปฏิสัมพันธ์เช่นนี้เป็นไปได้ทั้งลักษณะบุคคลต่อบุคคล  (Person  to  Person) ผู้เรียนกับกลุ่ม  (Person  to  Group)  หรือกลุ่มต่อกลุ่ม  (Group  to  Group)

 

E-Learning

สื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ e-Learning สามารถกล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก WBI โดยมีจุดเริ่มต้นจากแผนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาของชาติ สหรัฐอเมริกา (The National Educational Technology Plan'1996) ของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการพัฒนารูปแบบการเรียนของนักเรียนให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 การพัฒนาระบบการเรียนรู้จึงมีการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาช่วยเสริมอย่างเป็นจริงเป็นจัง

ที่มา : บทความเรื่อง :: Web Based Learning (WBL)  โดย นางสาวสุรีพร บุญรักษา  http://gotoknow.org/blog/wbl/83998