ระหว่าง
เฮโรโดตัสและทูซีดิดิส
คงจะไม่เป็นการเกินไปนักหากจะกล่าวว่า ชาวกรีกเป็นที่ประสบความสำเร็จต่องานนิพนธ์ประวัติศาสตร์และเป็นผู้มีจิตวิญญาณของนักประวัติศาสตร์อย่างเต็มตัว การเขียนประวัติศาสตร์เล่มแรก ๆ ของโลกของชาวกรีกมีจุดประสงค์ในการรักษาวงศ์วานตระกูลของตน และมีความสนใจในด้านภูมิศาสตร์ เทววิทยา สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งเสริมชาวกรีกให้ผลิตงานทางประวัติศาสตร์อย่างมากมายที่บรรจุสิ่งที่กล่าวไปลงไปในงานนิพนธ์ทางประวัติศาสตร์ และยังได้ส่งต่ออิทธิพลทางความคิดนี้ให้กับคนรุ่นหลัง ๆ นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งจนสมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งประวัติศาสตร์ 2 ท่านคือ เฮโรโดตัส และ ทูซีดีดิส แต่ใครควรจะได้รับสมญานามนี้อย่างแท้จริง
เฮโรโดตุส ( Herodotus, 480 – 430 B.C)
เฮโรโดตัสผู้ซึ่ง ซิเซโร (Cicero) รัฐบุรุษชาวโรมันได้ยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งประวัติศาสตร์” (The father of history) เป็นชาวเมือฮาลิคาเนซุส ริมฝั่งทะเลเอเชียไมเนอร์ เกิดในตระกูลผู้ดี เป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมทางสติปัญญาดีและมีความรู้ความสามารถ ทั้งวัฒนธรรม วรรณคดี การเมือง เขาได้ส่งเสริการเขียนประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาเป็นอย่างมาก จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งประวัติศาสตร์อย่างที่ซิเซโรยกย่อง
จากการเข้าไปมีส่วนร่วมในการต่อต้านการปกครองรัฐบาลที่กดขี่ข่มเหงประชาชน เขาจึงถูกเนรเทศออกนอกประเทศ จากจุดนั้นเองเขาจึงได้เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ มากมาย เช่น ฟินิเชีย อียิปต์ เกาะซิซิลี อิตาลี กรีก ฯลฯ เขาได้รับความเชื่อ คติชน ต่าง ๆ จากสถานที่ที่เข้าไปสัมผัสด้วยตนเอง และได้รวมรวมเป็นหนังสือชื่อ Historia แปลว่าการค้นคว้าวิจัย การสืบถามหาข้อมูลที่เป็นจริง หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 9 เล่ม แบ่งเนื้อหาสาระดังนี้คือ 6 เล่มแรก กล่าวถึงเรื่องราวของเปอร์เซีย ประวัติศาสตร์อียิปต์ และการปกครองของอาณาจักรไปโอเนียน อีก 3 เล่ม กล่าวถึงสงครามระหว่างชาวกรีกกับชาวเปอร์เซีย
จุดประสงค์ในการเขียน
-
เพื่อบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการกระทำในอดีตของชาวกรีกและชนชาติเอเชียมิให้สูญหาย
-
เพื่อหาข้อมูลระหว่างชาวกรีกและชาวเอเชีย
-
เพื่อบอกข่าวคราวและแยกข้อมูลที่เป็นจริงและข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ และเรียบเรียงเชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสม
-
เพื่อใช้ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนซอนชาวกรีกว่า ชีวิตและการกระทำของบุคคลสำคัญใช้เป็นตัวอย่างต่อไป
ลักษณะของการเขียน
เฮโรโดตัสใช้การเขียนลักษณะพรรณนา และอธิบาย รวมทั้งการแซรกเรื่องราวทางภูมิศาสตร์ ประเพณี ความเป็นอยู่ และลักษณะของประชาชนผู้อาศัยในดินแดนต่าง ๆ ลงในหนังสือของเขาด้วย ลักษณะของการเขียนมีสาระสำคัญดังนี้
-
ได้เขียนกิจกรรมทางการเมือง ข้อปฏิบัติทางสังคมและวัฒนธรรม
-
ได้เริ่มธรรมเนียมการเขียนประวัติศาสตร์ของชนชาติหนึ่งไปสัมพันธ์กับอีกชนชาติหนึ่ง
-
ได้เริ่มเปลี่ยนวิธีการใช้ตำนานและเทพนิยายมาเป็นศาสตร์แห่งประวัติศาสตร์
-
ได้เขียนถึงความขัดแย้ง รวมทั้งวิเคราะห์ความเหมือน ความต่าง ของอารยธรรมตะวันตกกับตะวันออกในหลาย ๆ ด้าน โดยชี้ให้เห็นว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่เป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองอารยธรรมทำส่งครามต่อกัน
-
ได้นำหลักการเขียนตามหลักเหตุผลมาใช้ โดยพยายามวิเคราะห์เหตุผลแห่งการกระทำของมนุษย์ว่า มนุษย์ทำอะไร และทำไมจึงทำอย่างนั้น
ปรัชญาการเขียน
-
เฮโรโดตัสได้ให้ความเห็นว่า ประวัติศาสตร์ต้องเขียนให้น่าอ่าน น่าสนใจ เขาไม่เขียนเรื่องลำดับเหตุการณ์แบบพงศาวดาร แต่เขียนวิเคราะห์ที่อยู่เบื้องหลังของเหคุการณ์ที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์
-
เฮโรโดตัสเชื่อว่า สิ่งใดที่ไม่เปลี่ยนแปลง สามารถเรียนรู้ได้ ประวัติศาสตร์คือการพยายามรู้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงซึ่งไม่อาจรู้ได้
-
ไม่มีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการเขียน แต่มีความจริงใจ มีความอยากรู้อยากเห็น และมีจิตวิญญาณที่ดี
ข้อมูลที่ใช้ในการเขียน
เฮโรโดตัสได้ใช้ข้อมูลจากการสอบถามเก็บมาจากเรื่องราวที่ได้ยินได้ฟังมารวมถึงการสังเกตของตนเอง ตำนานต่าง ๆ บันทึกของนักบวชชาวอียิปต์
วิจารณ์งานเขียน
ข้อดี
-
กล้าเปลี่ยนแปลงแนวการเขียนประวัติศาสตร์แบบเก่าที่เกี่ยวพันธ์กับความเชื่อในเรื่องเทพเจ้ากับมนุษย์ มาสู่ความเป็นประวัติศาสตร์ในความหมายของปัจจุบัน เป็นผู้ที่มีเหตุผลและใช้วิจารณญาณ ไม่คล้อยตามตามความคิดของสังคม มองสภาพสังคมที่เป็นจริง
-
มีจิตใจเป็นกลาง ไม่ปล่อยให้ความเป็นชาตินิยมทำลายผลงานจนเกิดเป็นอคติ โดยการนำเสนอความคิดของทั้งสองฝ่าย จากกรีกและเปอร์เซียในการรบกัน มีการแสดงความเที่ยงธรรมต่อชาวเปอร์เชีย และยกย่องความกล้าหาญของเปอร์เซีย
-
มีความสามารถในวรรณศิลป์ มีการบรรยายถึงสถานที่ต่าง ๆ เครื่องแต่งกายและประเพณีต่าง ๆ ที่เขาไปพบเห็น ออกมาให้เห็นเป็นภาพพจน์
ข้อเสีย
-
ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ เขาจึงไม่สามารถเข้าใจเหตุการณ์ลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างถ่องแท้
-
งานเขียนของเฮโรโดตัสไม่ได้เป็นความคิดส่วนตัวของเขา เหตุการณ์ทางทหารขาดความละเอียด เนื่องจากไม่ได้เป็นทหารโดยตรง
ธูซีดีดิส (Thucydides, 456 – 396 B.C.)
ธูซีดีดิสเป็นชาวเอเธนส์ ในตระกูลสูงและมีฐานะมั้นคง มีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชากองทหารเรือช่วงที่เกิดสงครามเพโลโพนีเซียน (431 – 404 B.C.) ให้นำกองทัพเรือไปยังดินแดนแทรซ แต่เขาได้นำกองทัพเรือไปไม่ทันการณ์จึงถูกลงโทษ โดยการเนรเทศออกนอกรัฐเอเธนส์เป็นเลา 20 ปี
ธูซีดีดิสเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ เพื่อศึกษาความรู้ละนำข้อมูลต่างๆ มาเขียนประวัติศาสตร์สงครามระหว่างเอเธนส์กับสปาร์ตา เขาสนใจอย่างมากที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนของสตรูคือสปาร์ต้าให้มากที่สุด งานเขียนชิ้นสำคัญคือ The history of The Peloponnesian War. ในปีที่ 431 ก่อนคริสตกาล เขาได้รับอิทธิพลทางความคิดจากนักปรัชญากลุ่มโซฟิสต์ คือ โพรตากอรัส และ กอร์เจียส
จุดประสงค์ในการเขียน
The history of The Peloponnesian War. สามารถนำมาใช้เป็นบทเรียนในการบริหารงานราชกาลได้
วิจารณ์งานเขียน
ข้อดี
ลักษณะงานเขียน
-
มีการวิเคราะห์และวิจารณ์หลักฐาน คือ ตรวจสอบหลักฐานอย่างรอบคอบ ทั้งจากฝ่ายเอเธนส์และฝ่ายสปาร์ต้า
-
มีการค้นคว้าหาข้อมูล โดยยึดหลักความจริงและความแน่นอนเป็นสำคัญ คือ ละทิ้งข้อความที่กล่าวถึงโดยไม่มีหลักฐานมายืนยัน ไม่กล่าวถึงเทพเจ้าและสิ่งเหนือธรรมชาติ ใช้หลักศีลธรรมใยการตัดสินมนุษย์ ละทิ้งสาเหตุต่าง ๆ ที่เกิดจากจินตภาพและความเชื่ออย่างงมงาย และไม่นำเรื่องของตนเองพัวพันกับเรื่องที่เขียน
-
เขียนเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกันกับเรื่องราวนั้น ๆ ไม่แทรกสิ่งนอกเรื่องลงในหนังสือ
-
มีการให้ข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่าย คือทั้งเอเธนส์และสปาร์ต้า คัดเลือกและกกลั่นกรองข้อมูลที่เป็นจริงทางประวัติศาสตร์ จัดข้อมูลที่เป็นจริงและตีความหมาย เนื่องจากที่ตนเองเป็นทหารจังได้ศึกษายุทธวิธีการทำสงครามและศึกษาเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อสงครามไว้ในงานเขียนด้วย วิธีการทางประวัติศาสตร์ของธูซีดีดิสเช่นนี้จึงได้รับการยกย้องว่า “บิดาการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในประวัติศาสตร์”
ปรัชญาการเขียน
ธูซีดีดิสได้ให้ความเห็นว่า “การเขียนประวัติศาสตร์ของข้าพเจ้า มิได้มาจากข้อมูลที่ได้มาโดยบังเอิญหรือได้มาจากความเชื่อในความคิดของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว แต่เขียนจากประสบการณ์ของตนเองและจากประสบการณ์ของผู้อื่นซึ่งข้าพเจ้าพิสูจน์และว่าเชื่อถือได้...” (ดนัย ไชยโยธา, 2537 : 103)
เขาสนใจปัญหาทางประวัติศาสตร์ ค้นหาสาเหตุเบื้องหลังและสาเหตุปัจจุบัน ศึกษาพลังผลักดันทางการเมือง นิยมการปกครองโดยประชาชน โจมตีการปกครองแบบอาณาธิปไตยแบบทรราช
วิจารณ์งานเขียน
ข้อดี
-
มีวิจารณญาณ ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อ มีความเป็นกลางในงานเขียนอย่างมาก
-
ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์
-
ได้รับการยกย่องว่างานเขียนของเขานั้นได้ให้ความรู้ทางกการเมืองสมัยใหม่ ให้ความหมายอย่างชัดเจนว่าอะไรคือประชาธิปไตยอะไรคือเผด็จการ
-
ใช้วิธีการเขียนแบบประวัติศาสตร์แบบใหม่แก่โลกคือการเขียนแบบประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ต้องมีความสำพันธ์กัน
ข้อเสีย
-
ไม่เข้าใจมโนทัศน์หรือความคิดรวบยอดของเวลา หรือมองไม่เห็นข้อเท็จจริงในโลกทัศน์ของประวัติศาสตร์จริง ๆ
-
ไม่ให้ความสำคัญของปัจจัยทางภูมิศาสตร์ในเห็นการณ์ทางประวัติศาสตร์
-
ไม่ได้ศึกษาพลังแห่งความสำเร็จด้านวัฒนธรรม รัฐธรรมนูญของชาวกรีก ชีวิตในเมืองและสถาบันสังคม งานเขียนมุ่งเฉพาะทางด้านการทหารและการทูต
-
ไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของสตรี
-
ลักษณะของการเขียนเคร่งคลัดมากจนอ่านไม่สนุก
-
ใช้วิธีการให้บุคคลพูดตอบโต้กันมากจนเกินไป
วิเคราะห์งานเขียนของเฮโรโดตัสกับงานเขียนของธูซีดีดิส
-
เฮโรโดตัสใช้ข้อมูลจากทุกสิ่งเช่นบันทึกของนักบวช การบอกเล่าของคนทั่วไป แต่ธูซีดีดิสใช้ข้อมูลโดยการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ เน้นความจริง ความถูกต้อง ข้อมูลที่เป็นจริงเป็นเหตุเป็นผล มีการวิเคราะห์ข้อมูลก่อน
-
ธูซีดีดิสเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ The history of The Peloponnesian War โดยตรงเพราะเป็นแม่ทัพเรือของเอเธนส์ แต่เฮโรโดตัวเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นนักเดินทาง ดังนั้นข้อมูลในเชิงลึกและการใกล้ชิดกับเหตุการณ์โดยตรงจึงเป็นประโยชน์ต่องานเขียนของธูซีดีดิส และมีความน่าเชื่อถือ
-
งานของธูซีดีดิสให้ความสำคัญทางด้านเหตุการณ์ของสงคราม ไม่ได้ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบโดยรวมอย่างเช่น วัฒนธรรม ลักษณะทางภูมิประเทศเหมือนอย่างเฮโรโดตัส
-
งานของธูซีดีดิสได้รับการยกย่องมากกว่าถูกตำหนิ
-
เฮโรโดตัสมีความสามารถทางด้านวรรณศิลป์ทำให้งานอ่านแล้วไม่น่าเบื่อต่างกับธูซีดีดิส
-
เฮโรโดตัสได้ซึ่งรับสมญานามว่าเป็นบิดาประติศาสตร์วัฒนธรรม และ ธูซีดีดิสได้รับสมญานามว่าบิดาประวัติศาสตร์การเมือง
ไม่เห็นได้อะไรเลย
พี่สันติเป่านิ ห้าาๆๆๆ
ขอยืมมาเขียนรายงานส่งอ.ผุสดีนะค่ะ
จุ๊ๆ อย่าบอกคัยนิ >///<
คนกันเองซะงั้น ชิมิ๊ๆ