รักแรกพบ
เคยรู้สึกแปลกใจไหม
ทำไมผู้หญิงผู้ชายคู่หนึ่ง ถึงรู้จักมักจี่จนมีความสัมพันธ์
ถึงขั้นใช้ชีวิตคู่อยู่เป็นสามีภรรยา ออกลูกออกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองได้
หลายคนบอกว่าเป็นเพราะ 'ความรัก'
ความรักที่ค่อยๆ ฟูมฟักจากศูนย์จนเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ
บางคนอาจจะเหนื่อยหน่ายไปก่อนที่จะไปถึงจุดหมายปลายทาง
ขณะที่หลายคนก็ดั้นด้นไปจนประสบความสำเร็จ
บนเส้นทางความรักของแต่ละคน ทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายอาจจะไม่คล้ายคลึงกัน
บางคนบอกว่าเริ่มต้นจาก ความเป็นเพื่อน แล้วค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น ความรัก
ขณะที่บางคนบอกว่า เห็นปุ๊บรักปั๊บ
หลายคนยอมรับว่าเห็นผู้หญิงบางคนเพียงครั้งแรกในชีวิตก็คิดรักทันที
ขณะที่ผู้หญิงบางคนก็เคยบ่นกับตัวเองว่าทำไมทันทีที่พบผู้ชายคนนี้จึงมีจิตเสน่หา อยากผูกสมัครรักใคร่ขึ้นมาทันที ทั้งที่ยังไม่เอ่ยวาจาสนทนากันแม้แต่คำเดียว
ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรในชีวิตมนุษย์
ถึงแม้บางคนจะหยุดหาคำตอบให้ตัวเอง ก็หาคำตอบไม่ได้
บอกได้แต่เพียงว่า มันเป็นความรู้สึกที่เข้ามาในชีวิตได้จริง
เป็นความรู้สึกที่คนส่วนใหญ่ให้คำจำกัดความสั้นๆ ว่า “รักแรกพบ”
หลายคนไม่เชื่อว่า “รักแรกพบ” มีจริง เป็นเพียงความรู้สึกหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นมาในชีวิต แล้วเราก็เอาคำว่า "รัก" ใส่เข้าไปในความรู้สึกนี้ พร้อมกับมีถ้อยคำที่อธิบายถึงห้วงเวลาที่เกิดความรู้สึกนั้นๆ "แรกพบ" มาบรรจบรวมเป็นคำเดียวว่า “รักแรกพบ”
ไม่ว่า “รักแรกพบ”เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ แต่เราต้องยอมรับว่าความรู้สึกที่พึงพอใจใครสักคน ขณะที่พบครั้งแรกทั้งๆ ที่ยังไม่ได้คุยกันนั้นเกิดขึ้นได้จริง
เกิดขึ้นจากสิ่งที่เราพบเห็นภายนอก เช่น รูปร่าง หน้าตา รวมไปถึงการกระทำใดๆ ที่เป็นไปในขณะนั้น
กิริยาท่าทาง ที่แสดงออกต่อหน้าต่อตา แม้แต่แววตาที่ประกายออกมายังความรับรู้ของเรา ก็เข้าข่ายที่อาจทำให้เราเกิดความรู้สึกชอบพอ ที่เราพอใจเรียกกันว่า “รักแรกพบ”ได้
แต่เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
ในความยากที่จะอธิบายได้ชัดแจ้ง ก็มีนัยสำคัญที่เชื่อกันว่าปรากฏการณ์ที่เกิดกับชีวิตมนุษย์ที่เรียกว่า “รักแรกพบ”นี้ น่าจะมีส่วนสำคัญที่ เกิดจากประสบการณ์จากวัยเด็กถึงวัยรุ่นที่รู้สึกชื่นชม ชอบพอ พออกพอใจไปจนถึงคลั่งไคล้ อยากใกล้ชิด
ความรู้สึกนี้จะติดตราตรึงให้ ห้วงลึกของอารมณ์ สะสมวันแล้ววันเล่า
ผู้ชายบางรายอาจจะชื่นชมรูปร่างหน้าตาหญิงสาวที่ไว้ผมยาวมาตั้งแต่เด็กๆ พอมาพบผู้หญิงผมยาวในจินตนาการดั้งเดิมของตนตอนโตก็จะเกิด “รักแรกพบ”ทันที
ขณะที่ผู้หญิงบางคนอาจจะชื่นชมบุคลิกลักษณะของผู้ชายอารมณ์ดีมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อมาพบผู้ชายที่มีบุคลิกดีอย่างที่ตนเองชื่นชมไว้ ก็เก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่ ต้องปล่อยให้พรั่งพรูออกมาเป็น รักแรกพบ จนได้
รักแรกพบจึงเป็นอะไรที่จู่ๆ วันหนึ่งได้เจอคนที่ตรงกับใจในวัยเด็กและวัยรุ่นนั่นเอง
เพราะอยู่ดีๆ คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยคุยกันแถมมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงรสนิยมที่แตกต่างกันจะเกิดจิตปฏิพัทธ์กันทันทีเมื่อแรกพบคงเป็นไปไม่ได้ ย่อมมี เหตุปัจจัย เป็นธรรมดา
แต่ที่ไม่ค่อยธรรมดาคือ พวกรักแรกพบ มักจะเป็นความรักที่รุนแรง
ความรุนแรงในที่นี้ไม่ใช่มีนัยไปถึงการลงไม้ลงมือตบตีให้มีบาดแผล หรือรุนแรงถึงชีวิตแต่อย่างใด
เป็นความรุนแรงที่คุกรุ่นอยู่ในจิตใจและอาจจะแสดงออกบ้างแต่ไม่น่ากลัวอะไร
เป็นความรุนแรง ในเชิงรุกเร้า อยากเข้าใกล้และให้ความถี่ที่จะเข้าถึงมากหน่อย
แตกต่างจากพวกที่ไม่ใช่รักแรกพบ ที่มักจะค่อยๆ คบหาสมาคมดูใจกันไปทีละนิดทีละหน่อย จะไม่ค่อยจู่โจมเหมือนทหารแรงเยอร์
ใครที่เจอเหตุการณ์รักแรกพบกับชีวิตเมื่อไหร่ก็ต้องจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ดี
จัดระยะถี่ระยะห่างให้เหมาะสม อย่าไปจมปรักกับความต้องการของหัวใจแต่เพียงอย่างเดียว เพราะคู่กรณีที่เราไปหมายตาแล้วบอกว่ารักแรกพบด้วย เขาอาจจะไม่มีอารมณ์ความรู้สึกอยู่ในระดับเดียวกับเรา ต้องเข้าใจว่าอาจ ต้องใช้เวลา ปรับความถี่ของคลื่นหัวใจ ให้ใกล้เคียงกันตามสมควร
สำหรับรายที่ศรศิลป์กินกันพอดี มีความรู้สึกรักแรกพบสาดแสงแรงรักปักอกเมื่อแรกเห็นด้วยกันทั้งคู่ ก็อาจไม่ต้องดูทิศเหนือทิศใต้กันให้เสียเวลา
เรียนรู้รายละเอียดของชีวิตกันบ้าง พอเป็นข้ออ้างได้ว่าเรียนรู้ดูใจกันแล้วเป็นอย่างดี ก็อาจจะรีบมีข่าวดีให้พ่อแม่พี่น้องร่วมฉลองมงคลสมรสกันได้เลย
ไม่ว่าจะ “รักแรกพบ”หรือ “พบแล้วค่อยๆ รัก” ขอให้ศรรักปักแน่นจนยากที่จะคลอนแคลนก็แล้วกัน!
รักแรกพบเป็นเพียงสถานะภาพหนึ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วความรักเกิดขึ้นได้ทุกสถานะการณ์
ความรักเป็นตัวเชื่อมให้คนสองคนมาอยู่ด้วยกัน
ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ไกลแค่ไหน
แรงแห่งรักจะทำให้คนทั้งสองเห็นว่าใกล้แค่เพียงส่งใจก็ส่งถึงกัน
รักแรกพบ หรือพบแล้วค่อยๆรัก มันก้คือความรักที่เกิดจากหัวใจ
จนไม่มีกำแพงใดๆมากั้นขวางความรักที่เกิดขึ้นได้
ความรักก็อดทนนาน กระทำคุณให้ ความรักมีหลายระดับ บางทีเราคิดว่ารัก แต่อาจจะเป็นแค่การลุ่มหลง..บางคนไม่สมหวังในรักก็ทำร้ายคนที่ตนรัก และทำร้ายตนเอง ถ้าเป็นอย่างนั้น อย่าไปเรียกว่าความรักเลย เสียภาพพจน์ ของความรักหมด...หนูว่าจริงไม๊จ๊ะ