จดหมายข่าวอาจารย์หมอเมียคิน ฉบับ 9 สิงหาคม 2552 เล่าถึงนักวิ่งระดับแนวหน้าว่า 'Faster Runners Have Longer Strides' = นักวิ่งที่วิ่งได้เร็วกว่ามีช่วงก้าวขา (stride = ก้าวเท้า ระยะทางระหว่างก้าวเท้า) ยาวกว่า" การศึกษาภาพวิดีโอมาราธอนนิวยอร์คพบว่า นักวิ่งแนวหน้าสุด 150 รายแรกมีจังหวะวิ่ง (cadence = จังหวะ ความถี่) เร็วใกล้เคียงกัน คือ 92-94 ก้าวต่อนาที ... ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ช่วงก้าวเท้ายาวกว่านักวิ่งทั่วไป เรื่องนี้ตรงกับผลการศึกษานักวิ่งชาวจาไมกาคือ อูเซน โบลท์ ซึ่งสูงกว่านักวิ่งระดับเทพรายอื่นๆ คือ 193 เซนติเมตร ทำให้มีก้าวยาว และมีการฝึกวิ่งสปริ๊นท์ (sprint = วิ่งเร็วมากในเวลาสั้นๆ) ทั้งแนวราบ และวิ่งขึ้นเนินมาตั้งแต่เด็ก ข่าวร้ายคือ คนเรามีจังหวะความยาวของก้าวที่เหมาะสมที่สุดระยะหนึ่ง ไม่ใช่ทุกคนจะก้าวยาวเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้วิ่งเร็วได้เสมอไป ... เรื่องนี้ทำให้พอบอกได้ว่า ถ้าต้องการให้คนไทยเป็นแชมป์วิ่งในอนาคต... เราต้องการเด็กที่มีรูปร่างสูงมาฝึกวิ่งเร็วคล้ายๆ กับที่ต้องการนักกีฬาสูงหน่อยมาเล่นบาสเกตบอล วอลเลย์บอล และกีฬาอื่นๆ ที่อาศัยความสูงอีกหลายรายการ เอ็นของคนเรา โดยเฉพาะเอ็นร้อยหวาย สะสมกำลังงานจากการวิ่งได้มากจนถึง 60-75% ถ้าวิ่งถูกวิธี และมีความยาวพอเหมาะ ... ถ้าเราแข็งแรงเท่าเดิม และฝืนก้าวท้าวยาวขึ้นเรื่อยๆ... กำลังงานสะสม (ที่เอ็น) จะตกลง ทำให้เหนื่อยมากขึ้น และมักจะวิ่งได้ช้าลง วิธีที่นักวิ่งระดับเทพทำกัน คือ การทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น โดยอาศัยวิธีฝึกสำคัญๆ ได้แก่ (1). ฝึกวิ่งสปริ๊นท์ (sprint) เร็วมากๆ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ (เน้นความเร็ว) (2). ฝึกวิ่งขึ้นเนิน 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ (เน้นต้านแรงดึงดูดโลก หรือความแรง) ... คนที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นหลายๆ คนจะมีความยาวของก้าวเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ และวิ่งได้เร็วขึ้นด้วย ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ที่มา
ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]
Thank drmirkin > Dr.Gabe Mirkin's Fitness and Health E-Zine. August 9, 2009.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 25 กันยายน 2552.
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.