เนื้อหาสาระและประสบการณ์ที่ผู้เรียนจะได้รับจากการเรียนในระดับปริญญาตรีประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวิชาปรับวิธีคิด(กระบวนทัศน์) กลุ่มวิชาจัดการชีวิต และกลุ่มวิชาที่เกี่ยวกับการจัดการชุมชนในด้านต่างๆ ตามสาขาวิชาที่ผู้เรียนสนใจ

  1. กลุ่มวิชาปรับวิธีคิด หรือ กระบวนทัศน์ เป็นการเรียนรู้เพื่อปรับวิธีการมองความเป็นจริงของตนเองและของโลกภายนอกที่แวดล้อมตนใหม่ เห็นความสัมพันธ์กันของสรรพสิ่ง (กระบวนทัศน์แบบองค์รวม) ทำความเข้าใจแนวคิดและความหมายของคำสำคัญ (วาทกรรม) ที่มีความหมายต่อชีวิตและสังคมในปัจจุบัน โดยผู้เรียนสืบค้นข้อมูลรากเหง้าของตระกูล (ครอบครัว) ตน และร่วมกันค้นหารากเหง้าของชุมชนตน  นำมาวิเคราะห์ทำความเข้าใจในคุณค่า ศักยภาพ และข้อจำกัดต่างๆ ตามความเป็นจริง  เกิดความเชื่อมั่นในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เห็นคุณค่าของศาสนา ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นตน เกิดความภูมิใจในท้องถิ่นตน เห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของตน ขณะเดียวกันก็เคารพในความคิดที่แตกต่างจากตน เคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น วิชาในกลุ่มนี้ได้แก่วิชากระบวนทัศน์พัฒนายั่งยืน วิชาภูมิปัญญาท้องถิ่น วิชาเศรษฐกิจพอเพียง วิชาสังคมประชาธิปไตย วิชาสันติศึกษา เป็นต้น  
  2. กลุ่มวิชาจัดการชีวิต เป็นการนำเอาแนวคิดและคุณค่าต่างๆ ที่ได้เรียนรู้จากกลุ่มวิชาแรกมาวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหาของตนและสภาพแวดล้อม เพื่อจัดการกับชีวิตของตนและครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มตั้งแต่การทบทวนชีวิตตนที่ผ่านมา แล้วเริ่มตั้งเป้าหมายชีวิตที่จะเดินต่อไปบนทิศทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม วางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองทั้งในด้านการงาน การเงิน สุขภาพ และการใช้เวลาในชีวิต เพื่อให้การดำเนินชีวิตประจำวันของตนดำเนินไปอย่างสมดุลย์ในทุกบทบาทที่ตนรับผิดชอบ และบรรลุเป้าหมายต่างๆ ที่วางไว้ วิชาที่เรียนในกลุ่มนี้ได้แก่วิชาการวางเป้าหมายและแผนชีวิต วิชาการรู้จักตนเอง วิชาการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตและงาน เป็นต้น
  3. กลุ่มวิชาที่เกี่ยวกับการจัดการชุมชนในด้านต่างๆ จุดเน้นจะอยู่ที่การทำแผนแม่บทชุมชนโดยวิธีประชาพิจัย การทำวิสาหกิจชุมชน การสร้างสวัสดิการชุมชนผ่านการออมภายในชุมชนเอง การสร้างกองทุนของชุมชน การจัดการด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม พลังงาน สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งผู้เรียนจะเรียนโดยการปฏิบัติจริงกับชุมชนของตน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริงในชุมชนขณะเรียน นั่นคือ ชุมชนของผู้เรียนค่อยๆ พัฒนาไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น มีระบบเศรษฐกิจพึ่งตนเองในระดับที่สูงขึ้น สุขภาพดีขึ้น มีการคิดค้นและใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นอย่างเหมาะสม ลดการพึ่งพาภายนอกลง มีอิสระมากขึ้น วิชาที่เรียนในกลุ่มนี้ได้แก่ วิชาการทำแผนแม่บทชุมชน วิชาการเป็นวิทยากรกระบวนการ วิชาการทำวิสาหกิจชุมชน วิชาการสร้างกองทุนและสวัสดิการชุมชน วิชาเกษตรกรรมยั่งยืน วิชาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมชุมชน วิชาระบบสุขภาพชุมชน วิชาการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม วิชาการให้การปรึกษา วิชาสุขภาพจิตชุมชน วิชาคุณธรรมและจริยธรรมในงานสุขภาพชุมชน วิชาการนวดแผนไทย วิชาการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรู้ วิชาน้ำและการจัดการ วิชาเทคโนโลยีการถนอมอาหาร วิชาเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิชาการจัดการพลังงานในชุมชน วิชาการพัฒนาที่อยู่อาศัย และวิชาการจัดการของเสียในชุมชน เป็นต้น

            วิชาในกลุ่มแรกและกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มวิชาว่าด้วย ความเป็นมนุษย์ ซึ่งสถาบันนำมาแทนกลุ่มวิชาที่ในระบบการศึกษาทั่วไปเรียกว่า วิชาศึกษาทั่วไป ส่วนวิชาในกลุ่มที่สามเป็นวิชาว่าด้วยการจัดการในแต่ละสาขา ซึ่งในขณะนี้มีสาขาการพัฒนาท้องถิ่น(โดยบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขา) สาขาสุขภาพชุมชน และสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชุมชน

            ระดับปริญญาโท มีสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และสาขาสุขภาพชุมชน วิชาที่เรียนมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อเข้าใจท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งเข้าใจบริบทและปฏิสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นกับสังคมใหญ่ เข้าใจหลักวิชาการที่ว่าด้วยการพัฒนาท้องถิ่น ตั้งแต่การวางแผนในภาพรวม รวมทั้งเครื่องมือในการสำรวจ การวิจัยเพื่อให้เข้าถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของท้องถิ่น ไปจนถึงการนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์สังเคราะห์จนเกิดแผนพัฒนาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับความเป็นจริง การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ก่อให้เกิดผลการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกลยุทธ์ที่ดีและมีธรรมาภิบาล โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน ซึ่งวัดได้จากขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของชุมชนท้องถิ่น การเชื่อมประสานพลังของประชาสังคมให้ร่วมมือกันทำงานแบบภาคีที่เท่าเทียม การสร้างเครือข่ายชุมชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็ง เป็นรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน

            วิชาที่เรียนในระดับปริญญาโทได้แก่ วิชากระบวนทัศน์การพัฒนา วิชาบูรณาการทฤษฎีความรู้และวิธีวิจัย วิชายุทธศาสตร์ทุน วิชายุทธศาสตร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม วิชายุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น วิชายุทธศาสตร์วิสาหกิจชุมชน วิชายุทธศาสตร์การเกษตร วิชายุทธศาสตร์สุขภาพ วิชาการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการกินเป็นอยู่เป็น วิชาการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการจัดการอาชีพ รายได้ หนี้สินและสวัสดิการ วิชาการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตวิญญาณ วิชาระบบการดูแลสุขภาพในชุมชน วิชายุทธศาสตร์การพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพชุมชน  วิชาการสัมมนาหัวข้อเฉพาะ การฝึกปฏิบัติการภาคสนาม การศึกษาอิสระ และการทำวิทยานิพนธ์