บทที่ ๒
ความหวังของรอฝีล
วันนี้เป็นวันเสาร์เด็กๆมักนอนตื่นสายแต่รอฝิลยังคงตื่นแต่เช้า เขาต้องช่วยพ่อและย่าทำงาน อากาศยามเช้าสดชื่น และย่าก็บอกว่าคนที่นอนตื่นสายจะเสียเปรียบเพราะจะมีเวลาน้อยลง วันนี้รอฝิลไม่ต้องออกทะเลกับพ่อ เพราะพ่อจะไปทำธุระที่ตัวเมืองพังงา รอฝิลจึงรีบทำการบ้านจนเสร็จ แต่ยังไม่ถึงเวลาเรียน ย่าให้เขาไปซื้อโกปี้ เขาเดินผ่านบ้านโต๊ะซาเกี๋ย ไปสั่งโกปี้เห็นบนพื้นใกล้ๆที่แกนั่ง มีแก้วและเปลือกกล้วยห่อขนมวางอยู่ แกคงกินโก้ปี้เสร็จแล้ว รอฝิลจึงย้อนกลับมา เขารีๆรอๆอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา โต๊ะซาเกี๋ยเห็นรอฝีลก็ยิ้มอย่างเอ็นดู
“ อ้าว บ่าวฝีล มาทำไหรแต่เช้า ”
“ ซื้อโก้ปี้ให้ย่า โต๊ะ เพลงที่โต๊ะร้องทุกวันๆ เค้าเรียกเพลงไหรครับ”
“ สูตี้โหร่ไปทำไหรนี่”
“ ผมชอบ มันแปลกแต่ก็เพราะดี”
“ อ๋อ! เพลงตันโย้ง บางแห่งเรียกตันหยง ของดั้งของเดิมเท่บ้านเรา”
“ ชื่อแปลกนะ ไม่เคยได้ยินแล้วมันแปลว่าไหรครับไอ้ตันโย้งนี่นะ”
“ ตันโย้งแปลว่าดอกพิกุล”
รอฝิลยิ้ม “ โต๊ะ หัดให้ฝีลร้องบ้างนะ ฝีลชอบ มันแปลกดี” โต๊ะซาเกี๋ยยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เสียงแม่ค้าขายโกปี้เรียกเสียก่อน รอฝีลเดินไปรับของแล้วรีบกลับบ้าน
โต๊ะซาเกี๋ยนั่งอมยิ้มคนเดียว นี่แกหูฝาดไปหรือเปล่า บ่าวฝีลบอกแกว่า เพลงเพราะแล้วก็ชอบ มันนานนักหนาแล้ว ที่แกร้องเพลงนี้โดยไม่มีใครสนใจฟังเลย เดี๋ยวนี้คนเกาะปันหยี เมินเฉยกับเพลงตันโย้ง แต่ละบ้านเปิดแต่เพลงสมัยใหม่ เสียงดังโฉ่งฉ่าง เด็กๆก็ได้แต่เต้นแร้งเต้นกาไปตามเพลง เพลงพื้นเมืองที่คนรุ่นปู่รุ่นย่าสร้างสรรค์ไว้ก็สูญหาย ยากที่จะหาคนสืบทอด ได้แต่ตายไปพร้อมกับพ่อเพลงแม่เพลง แกได้แต่กลุ้มใจ
รอฝีลเดินร้องเพลงกลับถึงบ้าน เขาตั้งใจว่าเดี๋ยวจะต้องไปหัดร้องเพลงกับโต๊ะซาเกี๋ย จะได้ไปร้องให้เพื่อนๆที่โรงเรียนฟัง เขาจำได้ว่าครูภาษาไทยบอกว่าปีนี้พวกเขาจะได้เรียนเรื่องเพลงพื้นเมือง แล้วโต๊ะก็บอกว่าตันโย้งเป็นเพลงดั้งเดิมของเกาะปันหยี เขาตั้งใจว่าจะต้องหัดร้องให้ได้ก่อนที่คุณครูจะสอน รอฝีลจึงนำกระดาษจดเนื้อร้องเมื่อคราวก่อนออกมาร้อง

ตันเอ๋ยตันหยง หยงไหหละน้องหยงต้นเหร
กลับบ้านไม่รอดเสียแล้วเด้ ถูกเหน่น้ำตาปลาดูหยง
ขอข้าวสักหวัก ไม่เห็นคนรักกินไม่ลง
ถูกเหน่น้ำตาปลาดูหยง กินข้าวน้องเอ๋ยไม่ลงคอ