ชื่อหนังสือ  หัวขโมยแห่งบารามอส
ผู้แต่ง  RABBIT
              ผมยืมหนังสือเล่มนี้มาจากเพื่อนครับ เรื่องหัวขโมยแห่งบารามอส  เหตุที่สนใจก็เพราะเป็นหนังสือแฟนตาซีที่คนไทยเขียน และได้รับความนิยมอย่างมากช่วงหนึ่ง แต่ผมไม่ได้อ่านหรอกครับช่วงนั้นเพิ่งมาอ่านทีหลัง หนังสือเรื่องนี้มีทั้งหมดสี่เล่ม สีภาคด้วยกัน คือ หัวขโมยบารามอสกับมงกุฎแห่งใจ หัวขโมยบารามอสกับคฑาแห่งพลัง หัวขโมยบารามอสกับแหวนแห่งปราชญ์ และหัวขโมยบารามอสกับดาบแห่งกษัตริย์ซึ่งแต่ละชื่อก็แฝงไปด้วยความหมายนะครับ มงกุฎแทนความบ้าในรัก  คฑาแทนความละโมบ แหวนแทนความลุ่มหลง และดาบแทนความโกรธเกรี้ยวบ้าคลั่ง แสดงถึงกิเลสที่มนุษย์ทุกคนมี เป็นของอาธรรพ์ที่สยบได้ด้วยพลังแห่งสมบัติศักดิ์สิทธ์ทั้งสี่ คือ ความมุ่งมั่น ความเมตตา ความมีปัญญา และความกล้าหาญ  วรรณกรรมเรื่องนี้แสดงด้านเลวของจิตใจมนุษย์และด้านดีของปีศาจ ทำให้ย้อนกลับมาถามตัวเองว่าในมุมมองของสัตว์ที่เรากินเป็นอาหารทุกวัน มนุษย์ก็เปรียบเสมือนปีศาจที่ร้ายกาจน่าสะพรึงกลัว อีกทั้งแฝงไปด้วยข้อคิดต่างๆมากมาย ที่เรามักมองข้ามไป ชวนให้ผู้อ่านคิดตามไปด้วยและช่วยเตือนสติของเราที่กำลังหลงในกิเลสต่างๆจนเป็นทาสของกิเลสเหล่านั้นอยู่ทุกชั่วขณะ
            เรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอสเป็นนิยายแฟนตาซีที่ดำเนินเรื่องโดยมีตัวเองเป็นหัวขโมยนามเฟริน เดอเบอโรว์  ผู้เดินทางเข้าไปสมัครเป็นนักเรียนในโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กตาแผนการขโมยตัวเจ้าชายของผู้เป็นพ่อ จนพบกับสหายสองคนคือเจ้าชายคาโลแห่งคาโนวาล และคิล นักฆ่าแห่งซาเรส ทั้งสามได้อยู่ห้องพักเดียวกัน และวันหนึ่งเขาทั้งสองพบว่า เฟรินเป็นผู้หญิงที่ถูกสาปให้อยู่ในร่างของผู้ชาย ยิ่งกว่านั้นเธอยังเป็นองค์หญิงแห่งจอมปีศาจเดมอส ซึ่งถูกลักพาตัวไปในช่วงสงครามระหว่างเอเดน(ดินแดนมนุษย์)กับเดมอส(ดินแดนปีศาจ) เมื่อหลายพันปีก่อน และมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ที่ทั้งสามต้องร่วมมือร่วมใจกัน รวมถึงเรื่องราวของความรักระหว่างเพื่อนที่เริ่มมีใจให้กัน การแย่งชิงดินแดน สงครามและการเสียสละ รวมถึงเวทย์มนตร์คาถา และฉากต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงการตัดสินใจที่เฟรินต้องเลือกว่าจะเข้าข้างฝ่ายไหน ระหว่างเดมอสหรือเอเดน ที่เธอมีเลือดอยู่อย่างละครึ่ง
            นิยายเริ่องนี้เป็นนิยายที่แฝงไปด้วยข้อคิดต่างๆมากมายหลายตอนด้วยกัน เช่น ตอนที่เฟรินพบความจริงที่ว่าคิลหักหลังตน ฆ่าจิ้งจอกเก้าหาง เฟรินรู้สึกโกรธแค้นเป็นทุกข์ทรมาน แต่หลังจากฟังคำกล่าวของเอวิเดส ที่ว่า
            “คนเรานะลูก มีเหตุผลที่มาต่างกัน จึงมีการกระทำต่างกัน ความคิดต่างกัน ในโลกนี้จริงๆ ไม่มีถูกไม่มีผิด มุมเรามอง เราว่าเขาทรยศ ทำผิด มุมมองเขาอาจว่าทำตามหน้าที่ ไม่ผิด เขาพูดอย่างนั้นลูกจะว่าไง
           “ทุกอย่างอยู่ที่ห้วงความคิด ถ้าเราไม่รู้จักหมุนเปลี่ยนห้วงคิด โลกทั้งโลกก็มีแต่ศัตรูกับคนทรยศ แต่ถ้าหมุนเปลี่ยนความคิดสักนิด โลกทั้งโลกก็มีแต่เพื่อน”
            หรือตอนสอบเลือกตำแหน่งหัวหน้า และเสนาธิการต่างๆ 
            ซีบิลว่าเพื่อให้คนรู้จักโต พระเจ้าถึงทรงประทานข้อสอบให้พวกเราได้เรียนรู้
            เฟรินแย้งกลับว่า ถ้าเป็นจริงพระเจ้าก็ทรงโง่เหลือเกินที่ทรงเลือกสรรวิธีโงๆ มาให้คนเติบโต
            ซีบิลกลับหัวเราะแล้วว่า
            “อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้  พระเจ้าฉลาดแต่คนโง่” เขาสบตาแล้วขยายความ “พระเจ้าฉลาดที่ประธานข้อสอบที่ยากที่สุดมาพร้อมกับคำตอบ แต่คนโง่เห็นแต่ข้อสอบแต่มองไม่เห็นคำตอบ ถึงได้รู้สึกแต่ว่าปัญหาไม่มีทางแก้”
             หรือตอนที่อดีตสมเด็จจักรพรรดิแห่งเวนอลได้กล่าวกับกษัตริย์ริชาร์ดไว้ว่า
            “อำนาจที่แสวงหาจากภายนอก ไม่เคยเป็นนิรันดร์ และชัยชนะเหนือใจตัวเองเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์”
            และอื่นๆอีกมากมาย
            หนังสือเล่มนี้ทำให้ข้าพเจ้าเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆมากมาย ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะรักผู้อื่นและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น และไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ทจะเสียสละเพื่อนผู้อื่นแม้แต่กระทั่งชีวิตของตนต่อส่วนรวม หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออีกเล่มที่เปลี่ยนแปลงชีวิต และทัศนคติ ของข้าพเจ้าไปอย่างสิ้นเชิง
           ข้าพเจ้าเชื่อว่าหนังสือนิยายชุดนี้จะสร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับท่านผู้อ่านทุกท่าน บางครั้งท่านอาจพบคราบน้ำตาที่หลงเหลือเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ และท่านอาจพบว่าท่านกำลังอ่านหนังสือชุดนี้ อยู่อีกรอบก็เป็นได้
 
 
เอกสารอ้างอิง
            หนังสือชุดหัวขโมยแห่งบารามอส
[บันทึกและปรับปรุง : 14 กันยายน 2552]