โอ้ว . . . เยี่ยม

         เมื่อต้นปี 2551 ข้าพเจ้าได้ไปบวชชีพราหมณ์ ที่จัดที่วัดตรีญาติ  อ.เมือง จ.ราชบุรี  ข้าพเจ้าไปบวชชีพราหมณ์กับแม่ ก่อนไปข้าพเจ้ารู้สึกกังวลใจ กลัวปฎิบัติตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง

        

 

         วันที่ไปบวชชีพราหมณ์ ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้า อาบน้ำและแต่งตัวนุ่งผ้าถุงสีขาว ใส่เสื้อสีขาวห่มผ้าสไบสีขาว ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยนุ่งผ้าถุงมาก่อน ข้าพเจ้าเดินไม่ถนัดกลัวผ้าถุงหลุด หลังจากที่ข้าพเจ้าทำตามกิจวัตรประจำวันตามที่ทางวัดกำหนดเสร็จแล้ว ข้าพเจ้ามีโอกาสพูดคุยกับผู้ที่มาบวชผู้หนึ่งเขาตั้งใจมาบวชเพื่อใช้การปฎิบัติธรรมในการรักษาโรคที่เป็นอยู่ เขาเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนตั้งใจเรียน ไม่เที่ยวเตร่ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่เรียนทางด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียนจบปริญญาตรีภายใน 3 ปีครึ่งและเรียนต่อที่นั่นจนจบปริญญาโท เมื่อจบได้มาทำงานเป็นเรขาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีและเป็นวิทยากรบรรยายตามที่ต่างๆ เขาตั้งใจทำงานหน้าที่การงานก็เจริญรุ่งเรือง เขาสนุกกับงานไปประมาณ 2 ปี ก็ต้องมาพบกับเรื่องเศร้า เขาป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อบริเวณคอเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ กลืนอาหารไม่ได้ ต่อมาได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช แพทย์บอกว่าโรคนี้พบน้อย เขาตั้งใจทานยาสม่ำเสมอ เขารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชเวลา 2 ปี อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย หน้าและตัวบวมมากขึ้น เขาไม่รู้สึกท้อแท้และไม่รู้สึกสิ้นหวัง คิดอย่างเดียวว่าต้องต่อสู้ เขายังเป็นที่พึ่งของครอบครัวและทำประโยชน์ให้กับสังคมได้เขาคิดว่ายังไงสักวันก็จะต้องหาย บังเอิญได้ทราบว่ามีผู้ป่วยมารักษาตัวที่วัดนี้แล้วอาการเจ็บป่วยก็ดีขึ้น เขาจึงลองมาที่วัดนี้ดูบ้าง เขาปฎิบัติตนอย่างเคร่งครัด ถือศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกลม กินยาสมุนไพรจากทางวัด ข้าพเห็นน้องชายของผู้ป่วยที่มาบวชด้วย เอายามาใส่เครื่องปั่นเพื่อทำให้เป็นน้ำสำหรับดื่ม เขากางเต้นที่นอนในป่าช้าและเดินจงกลมจนดึกจนเข้านอน ปฎิบัติแบบนี้ประมาณ 1 อาทิตย์ก็เริ่มมีอาการดีขึ้น เริ่มออกเสียงได้แต่ยังไม่ชัด รับประทานอาหารอ่อนได้ ขณะที่ข้าพเจ้าพูดคุยเขาปฎิบัติธรรมได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว เสียงพูดคุยก็ดีขึ้น รับประทานอาหารได้ เขาดีใจมากและมีกำลังใจมากขึ้น ข้าพเจ้าได้อวยพรให้เขาหายเป็นปกติโดยเร็ว

              จากประสบการณ์ในครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้ามุ่งมั่นที่จะสอบเข้าเรียนต่อในคณะแพทยศาสตร์ให้ได้ ข้าพเจ้าอยากช่วยรักษาโรคให้ผู้ป่วยหายเพื่อให้เขาดำรงชีวิตอยู่ได้เพราะหลังจากได้คุยแล้วข้าพเจ้าเข้าใจความรู้สึกมากๆแล้วทำให้รู้ว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน ถ้าใครได้มาคุยกับผู้ป่วยจริงๆจะรู้ว่าพวกเขาน่าสงสารมากๆ และยังทำให้ข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆ นอกจากนี้การปฎิบัติธรรมยังทำให้ข้าพเจ้าสามารถชำระล้างจิตใจให้สะอาดขึ้นด้วย

 

 

***  ลองไปกันดูน้าเพื่อนๆ อาจจะได้มุมมองอะไรดีดีกลับมา