น้ำใจของเด็กๆ ยากจนริมทาง สร้างความรู้สึกดีๆ จนไม่อาจลืม
 
 
        
          ฉันเดินทางไปกัมพูชาด้วยรถตู้เก่าคร่ำ จากปอยเปตปลายทางสู่เสียมเรียบ รถวิ่งแบบกระโดดโลดเต้นไปมาบนถนนที่มีหลุมบ่อเป็นเครื่องประดับ ชนิดนั่งก้นไม่ติดเบาะ เพราะถ้าก้นติดเบาะเมื่อไหร่เวลารถกระแทก ก้นอาจพังและใช้การไม่ได้อีกต่อไป เพราะหลุมบ่อที่ว่านี้มีอยู่ทุกๆ สองเมตร  ทางที่ดีก็นั่งแบบยกก้นไว้เหมาะที่สุด
 
          มิตรภาพที่ดีของเพื่อนร่วมทางอีกอย่างคือ คนที่นั่งด้านหน้าจะตะโกนบอกเป็นระยะๆ เมื่อพบเห็นหลุมอุกาบาตขนาดใหญ่เพื่อให้คนข้างหลังระวังก้นของตัวเอง ฉันอดขำกับการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ นี่ถ้ามาเครื่องบินเสียก็ไม่ต้องทุลักทุเลขนาดนี้  ด้วยความอยากเห็นสภาพบ้านเมืองของเขมรหลังสงคราม  แล้วเป็นไงล่ะ

 

          รถวิ่งมาได้สักพัก ประมาณว่าเจอหลุมอุกาบาตขนาดมหึมา เป็นเหตุให้เพลาหลุด การเดินทางหยุดชะงักไร้กาลเวลากำหนด ว่าจะได้เดินทางต่ออีกเมื่อไหร่ ผู้โดยสารทยอยลงมายืดเส้น ยืดขา คลำก้น คนขับรถ กับเด็กผู้ช่วยมุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถ
 
          ฉันเดินเรื่อยเปื่อย วนไปวนมาอยู่แถวนั้น เด็กๆ และชาวบ้านมามุงดูกันเหมือนมีการแสดงมายากลขนาดย่อม เอาละซี ฉันจะเอาตัวไปไว้ไหนดี สอบถามชาวบ้านได้ความว่าที่นี่ชื่อเมืองกาลันห์ อยู่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย แล้วมันอยู่ตรงไหนในแผนที่เขมรกันล่ะหว่า  คนเก่งแผนที่และทิศทางอย่างฉันได้แต่ยืนงง  ฉันถามถึงพระตะบอง ทุกคนชี้ไปอีกทาง 

 

          จู่ๆ ก็มีมือดำๆ ของใครบางคนเอื้อมมาจากไหนไม่รู้ ลูบแขนฉันตั้งแต่ข้อศอก แล้วคว้าหมับที่มือ ถือไว้มั่นไม่ยอมปล่อย ฉันเริ่มมองหาตัวช่วย ซึ่งไม่มีใครช่วยได้หรอก เพราะไม่รู้จักใครสักคน 
 
          "ทำไมขาวจัง" เจ้าของมือดำๆ ยิ้มฟันขาว ยิงคำถามออกมาเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว โล่งอกไปทีนึกว่าจะถูกปล้นเสียแล้ว!

 

           เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุประมาณสิบกว่าปีคือเจ้าของมือนั้น เธอเรียกฉันว่าพี่สาวคนสวย อาจจะเป็นเพราะฉันให้ขนมเธอก็ได้เธอจึงกล้าเรียกฉันแบบนี้ อยู่เมืองไทยไม่เคยมีใครมองเห็นความสวย ความสวยเพิ่งมาโดดเด่นที่เขมรนี่แหละ ฉันอดภาคภูมิใจไม่ได้ ว่าแล้วก็ล้วงขนมให้เธออีกอัน ในฐานที่พูดจาดีมีเหตุผล

 

           เธอชวนฉันเข้าไปนั่งพักในบ้าน ที่อยู่ใกล้ๆ ที่รถเสีย ฉันบอกคนขับรถ ซึ่งเขาก็ไม่ว่าอะไร เพราะกว่าจะซ่อมเสร็จคงเป็นชั่วโมง    ฉันเดินตามเด็กน้อยไปที่บ้านซึ่งอยู่ริมถนน มีคูน้ำขนาดใหญ่กั้นบริเวณบ้านกับถนนเอาไว้ หน้าบ้านมีหมูตัวมหึมาประมาณวัวผูกเชือกไว้ใต้ต้นไม้ บ้านไม้หลังเล็กๆ ซอมซ่อ ฉันนั่งรออยู่ที่แคร่ใต้ถุนบ้านเธอหาน้ำมาให้ แล้วชวนคุยด้วยภาษาไทย เด็กๆ พูดภาษาไทยได้จากโทรทัศน์ และเรียนจากโรงเรียน แม่ของเธอเยี่ยมหน้าออกมายิ้มทักทาย พอรู้ว่าเป็นคนไทยก็ผลุบหายเข้าบ้านไป
 
            ฉันนั่งพักอยู่ที่บ้านเด็กผู้หญิงคนนี้อยู่ประมาณชั่วโมงเศษ ผู้โดยสารบางคนก็แวะมาสมทบด้วย เพราะเห็นชัยภูมิดี  เด็กๆ หลายคนแวะเวียนมาเมียงมอง ฉันล้วงขนมจากกระเป๋าออกมาแจกจ่าย ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าลูกอมรสมะนาว ที่จริงฉันน่าจะซื้อขนมมามากกว่านี้

 

            เมื่อคนขับส่งสัญญาณว่ารถซ่อมเสร็จ เราจึงลากัน เด็กหญิงตัวน้อยจูงมือฉันมาส่งที่บันไดรถ พร้อมกล่าวคำอวยพรที่ฉันแสนซาบซึ้ง

 

             "นอนหลับฝันดีนะพี่สาว"

 

            การเดินทางต่างบ้านต่างเมือง และนอนในที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะในบ้านเมืองที่มีการฆ่าฟันกันล้มตายเป็นหลักล้าน การนอนหลับฝันดีถือเป็นสิ่งประเสริฐที่ทุกคนฝันหา

 

            น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของเธอทำให้ฉันประทับใจยิ่งนัก เด็กหญิงตัวเล็กๆ ยากไร้ ฉันไม่รู้ว่าอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไร เธอไม่มีสิ่งใดมอบให้ฉันผู้ไปเยือนแบบไม่คาดฝัน นอกจากคำอวยพรที่มาจากใจ ฉันค้นพบว่ามิตรภาพเป็นสิ่งที่มีอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ และฉันเขียนบทกวีนี้ให้เธอและประเทศของเธอ
 
 
                            ฝันดีกัมพูชา
"นอนหลับฝันดีนะพี่สาว"         ตาวาวแววใส-ใสกระจ่าง
มือน้อยโบกลาระหว่างทาง      ก่อนจะห่างไกลลิบ-ลิบลับฟ้า
ขอฝันดีเป็นของเจ้า               สายลมเศร้าพัดผ่านนานนักหนา
แผ่นดินบอบช้ำ-กัมพูชา          ไฟสงคราม หยาดน้ำตา เปื้อนฟ้าดิน
ขอยิ้มใสฝันดีเป็นนิรันดร์         ทุกทุกวันงามสะพรั่งดั่งเจ้าถวิล
คืนค่ำเดือนฉายใจโบยบิน       ดื่มกินแสงดาวพรายไม่วายวาง
"ขอเจ้าหลับฝันดีกว่าพี่สาว      ทุกย่างก้าวสดใส-ใสสว่าง"
มือน้อยโบกลาระหว่างทาง      ก่อนจะห่างไกลลิบ-ลิบลับฟ้า...