คอลัมน์ มิตรน้ำหมึก โดยณรงค์ จันทร์เรือง เรื่อง ชุดนักเขียน  ลงพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่  ๒๘ ส.ค.  –   ๓ ก.ย. ๕๒ ทำให้ผมย้อนคิดกลับไปสมัยกว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา   ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาแพทย์   ว่าเราแต่งกายในวันปกติที่เข้าเรียนกันอย่างไร

         เสื้อนั้นต้องเป็นเสื้อเชิ้ร์ตสีขาว ใช้สีอื่นไม่ได้เด็ดขาด ทั้งผู้หญิงและชาย   ผู้หญิงสวมเสื้อเครื่องแบบ   และติดตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์อันทรงเกียรติ   เป็นตรารูปกลมสัญลักษณ์งูพันคบเพลิงบนพื้นสีเขียว  

          ส่วนผู้ชายจะสวมเสื้อเชิร์ตขาวแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้   ถ้าสวมเสื้อแขนยาวก็อาจพับหรือไม่พับแขน   แต่ถ้าจะพับแขนก็ต้องพับให้ถูกต้องสไตล์แพทย์และนักศึกษาแพทย์ (ซึ่งพับแบบเดียวกัน)

          เรื่องนี้รุ่นพี่เขาสั่งสอนกำชับเราตั้งแต่เริ่มข้ามฟากไปเรียนที่ศิริราช (ผมข้ามฟากปี ๒๕๐๕)   ว่าห้ามพับแขนแบบพับเล็กๆ หรือม้วนกลมๆ เด็ดขาด   เพราะนั่นมันเป็นมาดนักเลง   ไม่ใช่มาดหมอ   และห้ามพับ ๑ – ๒ พับขึ้นมาไว้เหนือข้อมือเด็ดขาด   เพราะนั่นมันมาดจิ๊กโก๋   มาดหมอต้องพับขึ้นมาเหนือข้อศอกพอดี   ต้องพอดี ห้ามพับขึ้นมาสูงเกิน เพราะจะทำให้ดูไม่สุภาพ   และขนาดของพับต้องใหญ่ประมาณ ๒ นิ้วฟุต   ห้ามพับเล็ก เพราะจะดูเป็นมาดนักเลง   นี่คือส่วนหนึ่งของการ “อบรมน้องใหม่” ที่ตอนผมเป็นน้องใหม่ที่ศิริราชน่าจะใช้เวลาประมาณ ๗ ชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่มีพักเลย

          หลังจากนั้นคนที่แต่งตัว “ไม่ถูกต้อง” ก็จะมีรุ่นพี่เข้ามาเตือน    หรือเพื่อนๆ ด้วยกันนั่นแหละช่วยกันเตือน

          กางเกงขายาวนั้น ก็ระบุให้ใช้ทรงสุภาพ สีสุภาพโดยไม่จำกัดสี   แต่ที่เราใช้กันมากที่สุดคือสีกรมท่า สีเทา และสีขาว    สมัยนั้นนักศึกษาแพทย์ชายเวลามีงานพิธีจะสวมชุดขาวผูกเนคไทสีเขียวมีตรามหาวิทยาลัย   การสวมกางเกงขาวในวันธรรมดาจึงไม่ถือเป็นเรื่องแปลก   และมีอาจารย์บางคน เช่น อาจารย์หมอภูเก็ต วาจานนท์ (ล่วงลับไปแล้ว) สวมกางเกงขาวเสื้อแขนยาวสีขาวทุกวัน  

          กระโปรง นศพ. หญิง เขากำหนดให้ใช้ ๒ สี คือสีดำกับสีกรมท่า    หลักการของชุด นศพ. หญิง คือต้องเรียบร้อย ไม่โป๊   หลักการสำหรับการแต่งกายของ นศพ. คือต้องดูน่านับถือ   เพราะต้องเตรียมตัวเป็นแพทย์   แต่ก็เป็นธรรมดาที่จะมี นศพ. หญิงบางคนมีรสนิยมในการแต่งกายแตกต่างออกไปบ้าง   เช่นสวมเสื้อรัดรูป ถ้ารัดมากพี่ๆ หรืออาจารย์ก็จะเข้ามาเตือน  ให้คลายลงหน่อย   กระโปรงก็มีการร่นขึ้นร่นลงของชายกระโปรงตามแฟชั่น   ตอนผมเป็นน้องใหม่ ถ้า นศพ. หญิงคนไหนนุ่งกระโปรงที่ชายสูงเหนือเข่า ก็จะโดนอาจารย์เตือน    แต่ตอนที่ผมเป็นแฟนกับ นศพ. อมรา เศวตวรรณ ตอนที่เขาเป็น นศพ. ปี ๓ (พ.ศ. ๒๕๑๐) นั้น นศพ. หญิงเกือบทุกคนนุ่งกระโปรงเหนือเข่า เพราะเป็นแฟชั่น    และดูไม่น่าเกลียด เพราะเหนือขึ้นไปเพียงเล็กน้อย

วิจารณ์ พานิช
๒๘ ส.ค. ๕๒