แปลบทที่ 6 ผู้บริหาร: กุญแจสู่ความสำเร็จ

บทที่  6

6  The Principal : The Key to Work

ผู้บริหาร:  กุญแจสู่ความสำเร็จ

 

            ผู้บริหารเป็นผู้วางนโยบายให้กับโรงเรียนเพื่อนำมาซึ่งความสำเร็จหรือความล้มเหลวของระบบการบริหารจัดการโดยยึดที่ตั้งเป็นฐาน(Site – based Management) ในระดับโรงเรียนผู้อำนวยการเป็นผู้ให้การสนับสนุน กระตือรือร้น และมีความเป็นผู้นำ มีการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน ใช้กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาส่งเสริมโรงเรียนให้ดีขึ้น ภายใต้การบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน โรงเรียนจะมีความเป็นอิสระในการบริหารตามศักยภาพ สามารถกำหนดโอกาสได้ดังนี้

·       มีความยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลง และมีการควบคุมการปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนให้สำเร็จ

·       ใช้ความรู้และทักษะของบุคลากรที่มีในองค์กร

·       บุคลากรในองค์กรมีส่วนร่วม มีความเป็นเจ้าของ ร่วมพิจารณาในการดำเนินงานตามนโยบายมากขึ้น

·       ให้โอกาสในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน

                ทั้งหมดนี้คือโอกาสที่จะได้รับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากผู้อำนวยการหรือผู้บริหารที่ไม่มีพฤติกรรมที่เป็นเชิงบวก ไม่ให้การสนับสนุน การบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานก็จะไม่มีประสิทธิภาพ และโอกาสดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้น

                การกำหนดโอกาสในการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานตั้งอยู่บนความเป็นจริงนั้นมีข้อจำกัดอยู่ว่า ผู้อำนวยการหรือผู้บริหารสามารถประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนให้ดีขึ้นนั้น จะต้องให้ความยินยอม มีวิธีการควบคุม ตลอดจนเงื่อนไขด้วย ถึงแม้ว่านโยบายและแนวทางปฏิบัติจะเป็นการบังคับ ทั้งสองสิ่งนี้ก็เป็นเพียงข้อบังคับเล็กน้อยที่สามารถยอมรับได้ อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างบุคลากรในองค์การให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการกระจายอำนาจในการตัดสินใจให้แก่ผู้บริหารระดับล่างในบางพื้นที่ ยังเพิ่มทรัพยากรบุคคลและร่วมพิจารณาเพื่อให้แผนการพัฒนาโรงเรียนประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

                ไม่เพียงแต่เป็นการลดบทบาทของผู้บริหารลง การบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานที่ ยังเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานมีความยุ่งยากมากกว่าเดิมและเป็นบทบาทใหม่ของผู้บริหาร หน้าที่และภาระงานของผู้บริหารคือให้แรงจูงใจ ให้คำแนะนำและชี้แนะแนวทางให้กับผู้อื่นด้วย แทนที่จะควบคุมพวกเขาอย่างเดียว บทบาทของผู้บริหารคืออำนวยความสะดวกให้บุคลากรในการดำเนินงานไม่ใช่การสั่งการให้พวกเขาดำเนินการตามผู้บริหาร  ผู้บริหารในปัจจุบันนี้ไม่เพียงแต่บริหารจัดการตามตำแหน่งหน้าที่เท่านั้น ยังต้องนำโรงเรียนไปสู่อนาคตด้วย

                ความสำเร็จของการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถ

      ของผู้บริหารมีองค์ประกอบสู่ความสำเร็จ  9 ประการ ดังนี้

1.       การนำระเบียบแบบแผนมาใช้ในการบริหารจัดการให้เป็นรูปธรรม

2.       ความเข้าใจในบริบทหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

3.       การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำ

4.        มีวิสัยทัศน์กว้างไกล

5.       ปรับกลยุทธ์ทักษะการวางแผน

6.       กำหนดบทบาทใหม่

7.       ส่งเสริมสนับสนุนงานด้านสิ่งแวดล้อม

8.       มีความเข้าใจในความเคลื่อนไหวของบุคลากร

9.       มีความโปร่งใสเรื่องการเงิน

       องค์ประกอบทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางที่สามารถให้เป็นรูปธรรมเป็นกิจกรรมและเป็นสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการ   ในที่นี้จะเป็น3 ขั้นตอนแรกของผู้บริหารที่ประสบผลสำเร็จในการบริหารโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน

1. การนำระเบียบแบบแผนมาใช้ในการบริหารจัดการให้เป็นรูปธรรม

2. มีความเข้าใจบริบทหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

3. การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นำระเบียบแบบแผนมาใช้ในการบริหารจัดการให้เป็นรูปธรรม

 

    การส่งเสริมการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานให้มีประสิทธิภาพ ผู้บริหารจะต้องนำระเบียบแบบแผนที่เป็นรูปธรรมใน 2 ระดับ

    ประการแรก คือ พิจารณาบทบาทของโรงเรียนในความพยายามของสพท.ที่จะส่งเสริมการบริหารจัดการแบบยึดโรงเรียนเป็นฐาน (ระเบียบจากภายนอก / นอกระบบ)

    ประการที่สอง คือ นำความคิด หรือทรรศนะของผู้บริหารโรงเรียนมาดำเนินการ (ระบบจากภายในองค์กร / ในระบบ)

 

   ระบบภายนอก (The External System)

           จุดที่ต้องระมัดระวังในการรับการสนับสนุนส่งเสริมจาก สพท.ตามการบริหารจัดการ

โดยยึดโรงเรียนเป็นฐานคือ เมื่อแต่ละโรงเรียนได้รับความช่วยเหลือ ความสำคัญอยู่ตรงที่บุคลากรของโรงเรียนต้องมีความเข้าใจในสิ่งต่อไปนี้

·       เจตนาของสพท.ในการนำการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานมาใช้

·       กลยุทธ์ในการเตรียมการสำหรับการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน

·       สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นตามแผนของสพท.ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดหวังที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและบทบาทของการสนับสนุนส่งเสริม

·       ระยะเวลาที่กำหนดสำหรับหรับทีมงานที่ดำเนินการ การพัฒนาและความรับผิดชอบ

                         ในการตัดสินใจ

                ถ้าหากบุคลากรของโรงเรียนไม่มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวแล้วผู้บริหารต้องยืนยันกับบุคลากรของโรงเรียนว่า สพท.ได้นำเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาตามข้อมูลดังกล่าวแล้วซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความเชื่อถือและไว้วางใจระหว่างสพท.กับโรงเรียนนิติบุคคลและเป็นการเพิ่มสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายของผู้บริหารในการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน

                ขั้นตอนที่สองของผู้บริหารในการพิจารณาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในการตัดสินใจให้เรียนเป็นอิสระจากการบริหารจัดการ คำถามต่อไปนี้เหมาะสมที่จะนำมาใช้พิจารณาหรือไม่

·       แนวทางและผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมีข้อจำกัดในการตัดสินใจหรือไม่

·       ในความคาดหวังที่จะให้เกิดมีความไม่แน่นอนว่าผู้บริหารและทีมงานสามารถแสดง         

ความคิดเห็นในการดำเนินงานให้สำเร็จหรือไม่

                ถ้าคำตอบของแต่ละคำถามคือใช่แล้ว ผู้บริหารต้องหาความชัดเจนจากส่วนกลางก่อนที่จะ

มีการดำเนินงาน(ดูการอภิปรายในบทที่ 2 เรื่องการกำหนดบทบาทใหม่)

 

                ระบบภายใน (The Internal System)

                ผู้บริหารต้องพัฒนาความแตกต่างของโรงเรียนถึงแม้ว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนในท้องถิ่น(อำเภอ)   อาจจะมีลักษณะโดยทั่วไปคล้ายคลึงกันแต่โรงเรียนแต่ละแห่งก็จะมีลักษณะพิเศษของตัวเอง อาจจะเป็นขนาดของโรงเรียน จำนวนนักเรียน แผนการเรียนการสอน บุคลากรของโรงเรียนหรือองค์ประกอบอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างหรือลักษณะเฉพาะด้วยสิ่งนี้ผู้บริหารจะต้องมีหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจและบูรณาการ แสดงให้บุคลากรเห็นว่าอะไรคือความจำเป็นต่อโรงเรียน เพื่อให้บรรลุตามที่สพท.กำหนดไว้

 

ความเข้าใจในบริบทหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

 

                แม้ว่าจะเป็นการยอมรับโดยทั่วไปว่าการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานจะมีความแตกต่างระหว่างโรงเรียนแต่ละโรงเรียนผู้บริหารต้องเจอกับจำนวนของคำถามเดิม ๆ คือ โรงเรียนของฉันจะได้รับการบริหารจัดการอย่างไร อะไรคือองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จ การบริหารจัดแบบยึดโรงเรียนเป็นฐานต้องทำอะไรกับสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ ฉันต้องทำอย่างไรให้พอดีกับความต้องการที่เป็นอยู่ในเวลานี้ในเวลาที่มีอยู่

 

                คำตอบสำหรับคำถามดังกล่าวในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมีอยู่ 4 ข้อ คือ

1.       ประเด็นปัญหาที่ผู้บริหารและโรงเรียนเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

2.       แผนหลักและการเปลี่ยนแปลงต้องแข่งกับเวลา กำลังความสามารถ และการพิจารณาของผู้

บริหารและคณะทำงาน

3.       โครงสร้างการตัดสินใจและกิจกรรมของโรงเรียนที่เป็นอยู่ในเวลานี้

4.       การใช้เวลาของผู้บริหารและกิจกรรมในปัจจุบัน

 

   จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริหารที่จะต้องทำรายการทรัพย์สินของโรงเรียนหรือประวัติของโรงเรียนก่อนกระบวนการทั้ง 4 ข้อ ที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จชองการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานสิ่งนี้จะช่วยให้ผู้บริหารเห็นกรอบหรือขอบข่ายที่จะใช้ในการแปลความหมาย อภิปรายและการนำเสนอแนวทางต่อบุคลากรของแต่ละโรงเรียน

 

ใบงานต่อไปนี้เป็นการตรวจสอบทั้ง 4 ประเด็นที่กล่าวมา

 

·       ใบงานที่ 17 เกี่ยวกับประเด็น และปัญหาหลักที่โรงเรียนเผชิญอยู่

·       ใบงานที่ 18 เกี่ยวกับแผนและโครงการหลัก

·       ใบงานที่ 19 เกี่ยวกับโครงสร้างการตัดสินใจและกิจกรรมของโรงเรียน

·        ใบงานที่ 20 เกี่ยวกับการใช้เวลาในปัจจุบันของผู้บริหาร และรูปแบบกิจกรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใบงานที่ 17

การสำรวจประเด็นและปัญหาหลักของผู้บริหาร

อธิบายสั้น ๆ ถึงประเด็น และปัญหาหลักที่โรงเรียนของคุณเผชิญอยู่และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุด บางปัญหาอาจจะคล้ายกับปัญหาที่เกิดในโรงเรียนอื่น ๆในพื้นที่เดียวกันและบางปัญหาเป็นปัญหาเฉพาะที่เกิดในโรงเรียนของคุณ (ตัวอย่าง อาจรวมถึงงบประมาณที่ถูกตัด, การลดจำนวนบุคลากร,การเปลี่ยนลักษณะนิสัยของนักเรียน,การเปลี่ยนแปลงการบริหาร,การเพิ่มหรือการลดจำนวนนักเรียน, ความปลอดภัยของนักเรียน , ปัญหาเกี่ยวกับแผนการจัดการเรียนรู้ หรือ ความสัมพันธ์ของบุคลากร)

 

กลุ่มผู้เกี่ยวข้อง

ประเด็นและปัญหาหลัก

อธิบายสั้น ๆ

หน่วยงานส่วนกลาง