31 สิงหาคม --เรา "ตรวจสอบสถานการณ์ปัญหา" ของพวกเรากัน โดยมีท่านอ.หมอวิจารณ์ พานิช พี่เปา-แห่งสยามกัมมาจล ร่วมตรวจสอบ เขย่าสมองและหัวใจของพวกเรา, เรารับปากกับอาจารย์หมอว่าจะส่ง AAR ..ส่งการบ้านแล้วนะคะ
ท่านอ.หมอวิจารณ์และพี่เปา (แห่งมูลนิิธิสยามกัมมาจล) บอกว่า เห็นอะไรบางอย่างในอีเมล์หลายฉบับที่พวกเราสื่อสารกัน เกี่ยวกับกรณีน้องหม่อง
-
อ.หมอเริ่มจากว่า เป้าหมายของพวกเราคืออะไร (หุหุ-เรามองไม่เห็น ช้างทั้งตัว)
-
อ.หมอและพี่เปาชวนคุย-ชวนคิดว่า เรากำลัง "แก้" ตรงไหน ที่ "ปัญหา" หรือ "สาเหตุของปัญหา"
-
ตำแหน่งแห่งที่ของพวกเราคืออะไร อยู่ตรงไหน--เป็น "เจ้าของปัญหา" หรือ "เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา" หรือ "เป็น facilitator"
-
เราทำงานกับใครบ้าง เขามีฐานะเป็นอะไร เป็น เจ้าของปัญหา หรือเป็นจำเลย หรือเป็นอะไร?
-
วิธีการที่่พวกเราทำคืออะไร อย่างไร --มีเครือข่าย เดินการทำงานด้วยเครือข่าย/เดินไปกับเครือข่าย
-
วิธีการที่ใช้อยู่ หลักๆ น่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหา (หุหุ case by case?) กับความพยายามสร้างระบบ การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ แล้วเราให้น้ำหนักกับมันอย่างไร 80:20 นั้น คืออะไร
คำตอบจากวงคุยนั้นก็คือ
-
แน่นอนว่า เราต่างพยายามทำงานเพื่อการแก้ปัญหา และแก้ที่สาเหตุของปัญหา
-
เราพยายามให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่/ทำบทบาทของตัวเอง และมันก็ไม่ง่าย ที่จะทำแบบนี้
-
เราไม่มีแรงพอที่จะไปทำ case by case, ทุกเคสที่เราทำ เราต้องการให้มันเป็น "ต้นแบบ" ของการแก้ไขปัญหาที่มีลักษณะเดียวกัน หรือต้องการสร้างระบบในการแก้ไขปัญหา นั่นเอง
-
เราเป็นเจ้าของร่วมของปัญหา ในแง่ของความพยายามผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาและสาเหตุของปัญหา
-
แต่หลายครั้ง เราก็กลายเป็นเจ้าของปัญหาเสียเอง
-
และเราครอบครองบทบาทการแ้ก้ไขปัญหา/สาเหตุของปัญหานั้นเสียเอง
ดูเหมือนเราคิดได้ช้า ตอบได้ช้า อีกทั้งมีความสับสน ไม่แน่ใจ รวมถึงแน่ใจ--ในแต่ละคำตอบ
อาการแบบนี้ น่าจะเป็นเพราะ เราไม่แม่นยำ ในตัวเราเอง ในแต่ละขณะ แต่ละก้าว
นั่นคือเหตุผลที่เราต้องทบทวน หรือถูกยั่วให้คิด ถูกกวนตะกอน ถูกเขย่าใ้ห้เตลิดเปิดเปิง
พี่เปาถามว่า ที่เราคุยกันวันนี้้ เกิด value อะไรบ้างหรือเปล่า หรือทำให้พวกเราเตลิดเปิดเปิง
ฉันตอบไปว่า "ทั้งสองอย่างเลยค่ะ เพียงแต่ว่า อย่างหลังเกิดก่อน"
: )
ดูท่า เราคงยังต้องคิดหนักและหาคำตอบต่อไป
บางคำถามเป็นการถูกเขย่าเพื่อให้เกิดการทบทวน ว่าเรายังเดินอยู่บนทางที่เราอยากเดินหรือเปล่า
แต่บางคำถามก็ดูแสนจะยากเย็น อย่างเรื่อง 80 : 20
ขอบพระคุณ อ.หมอวิจารณ์ และพี่เปา ที่กรุณาสละเวลาอันมีค่าให้กับทีมพวกเรา
ขอบพระคุณะอ.แหวว ที่แนะนำให้พวกเราได้รู้จัก และเิอื้อให้เกิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากอ.หมอวิจารณ์และพี่เปา
แนวทางที่น่าจะต้องเดินกันก็คือ การทำให้เจ้าของปัญหากลายเป็น SS
เราเป็นคนกระตุ้นให้เกิด SS
เรามีความรู้พื้นฐานในการกระตุ้นให้เกิด SS
ต่อยอดถักทอความรู้ในการทำให้เกิด SS ต่อ และ COP
ในงานด้านไอซีทีก็พยายามอยู่เหมือนกัน
ว่างๆเรามานั่งทบทวนกันดีกว่า
กลางเดือนนี้ดีไหม
คิด ๆ ๆๆๆๆๆๆ ทำอย่างไรดี อยากร่วมมือกันทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เป็นข้อคิดชีวิตที่ดี
และนี่คือบทเรียนชีวิตของผู้ที่ผ่านประสบการณ์มานาน
แต่อย่างไรก็เป็นกำลังใจให้กับคนทำงานกันทุกคนนะครับ เพราะรู้ว่าเหนื่อยมาก แต่ก้ไม่ท้อกันใช่ไหมครับผม
ยังสงสัยอยู่เลยว่า คนทำงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายจะใช้ทฤษฎี SS อย่างเป็นระบบได้อย่างไรหนอ ?? หนึ่ง สอง สาม เป็นอย่างไร ??