ได้มีโอกาสไปอ่านบทความของคุณนิ้วกลม เรื่องการเขียนหนังสือ

จึงอยากจะเอามาแบ่งปันให้สำหรับผู้ที่อยากเขียนหนังสือ แต่ยังหาแรงบันดาลใจไม่ได้

เผื่ออ่านแล้วจะมีแรงเขียนกันนะคะ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผมเริ่มต้นเขียนหนังสือเพราะเหตุผลง่ายๆ–อยากเขียน
เมื่ออยากก็เขียน
เขียนหนังสือนะ ไม่ใช่ค้ายาบ้า ไม่ต้องคิดมาก ไม่มีตำรวจมาจับ

เมื่อได้มีโอกาสเขียนหนังสือให้คนอื่นที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่ได้อ่าน
ความเบิกบานก็เกิดขึ้นในใจ
ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนอ่านเหล่านั้นเขาคิดยังไง
แค่รู้ว่ามีคนนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของหน้ากระดาษก็ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้ว

เมื่อมีคอลัมน์เป็นของตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีเวทีแสดงความคิดความเห็น
คล้ายเวที AF หรือ The Stars
แค่ไม่ได้กระโดดโลดเต้นอะไรนัก แต่จิกหัวตัวหนังสือให้มันกระโดดแทน

การได้แสดงความคิดความเห็นนั้นชวนให้มีความสุข
ก็เหมือนการพูด
คนเราได้พูดจากับคนอื่นนับเป็นความรื่นรมย์ของชีวิต
ยิ่งได้พูดในสิ่งที่อยากพูด
ไม่ต้องพูดตามมารยาทเพื่อเอาใจคนฟังที่เราต้องเกรงใจ
เหมือนในชีวิตประจำวัน

นั่นเป็นความน่ารักของการเขียนหนังสือ
คือแสดงความคิดไปแบใส่หน้ากระดาษ
ใครใคร่อ่านก็อ่าน ไม่ใคร่อ่านก็เปิดผ่านไป
ตัวหนังสือไม่เคยส่งเสียงรบกวนใคร
ถ้าเขาไม่ได้เงี่ยหูมาดูใกล้ๆ เอง

เมื่อมีหนังสือเป็นของตัวเองเล่มแรก
ความรู้สึกเหมือนเห็นหน้าลูก
ตื่นเต้น ดีใจ ตาลุกวาว
เฮ้ย…เราก็ทำกับเขาได้เหมือนกัน
นับว่าสมรรถภาพแข็ง-แรงดีไม่หยอก

เป็นความภูมิใจ สะใจ
ได้ทำฝันให้เป็นก้อน
จับต้องได้จริง

แล้วหนังสือก็นำมาซึ่งพลัง
อยากเขียน อยากอ่าน อยากสะสมประการณ์มากขึ้น

หนังสือเล่มที่หนึ่งนำมาซึ่งหนังสือเล่มต่อไป
อาจเลยเถิดไปถึงเล่มที่ร้อย

ผมเขียนหนังสือไปเรื่อย
ด้วยความเพลิดเพลินเจริญใจ

ความคิดเป็นเรื่องสนุก
ยิ่งคิดบ่อยก็ยิ่งสนุกคิด

ออกกำลังสมองก็เหมือนออกกำลังกาย
ยิ่งออกบ่อย สมองก็ยิ่งแข็งแรง
ไม่แก่ง่าย ไม่ระบม
ล้มก็ไม่ค่อยเจ็บหนัก

เวลาผ่านไป
ตัวหนังสือหลายตัวเริ่มกระเด้งกลับมาสู่ลูกตาผม
เป็นคำบอกกล่าวว่าได้อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร
หลายตัวหนังสือส่งข่าวดีมา
แน่นอนว่าอ่านแล้วชื่นใจ
ราวกับได้อาบน้ำตกเจ็ดสาวน้อยเจ็ดครั้งเจ็ดวันเจ็ดคืน

แน่นอนว่ามีบางตัวหนังสือติติง
ก็เป็นเรื่องดีจะตายไป
เก็บไว้ปรับปรุงพัฒนา
ผมมักจะขอบคุณเจ้าของตัวหนังสือเหล่านั้นเสมอ

สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน
คือตัวหนังสือสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้
ผมเห็นแต่ “หัว” และ “หาง” ของตัวหนังสือ
แต่มันก็มีมือล่องหน โยงใยให้คนเกาะเกี่ยวกัน
ผูกสัมพันธ์ขึ้นมา
ช่างน่ารัก

การโต้ตอบอีเมล เอ็มเอสเอ็น
บางครั้งก็กลายเป็นการรู้จักมักจี่

การได้ไปปลูกต้นไม้กับผู้อ่าน
ก็ได้เป็นเพื่อน พี่ น้องนุ่งกันยุ่งเหยิงไปหมด

การได้มีงานเปิดตัวผู้อ่านกับพี่ก้องและน้องอั๊พ
ก็ทำให้ได้กระชับสัมพันธ์เห็นหน้าค่าตากันชัดเจนขึ้น

ใครจะไปเคยคิดว่าชาตินี้จะมีการออกไปโบกรถกับผู้อ่านด้วย!
โอ้ว อะเมสซิ่งจริงๆ พระเจ้าจ๊อด

พี่ๆ น้องๆ หลายคนเกาะกลุ่มกลมเกลียวจากการอ่านหนังสือของคนเขียนคนเดียวกัน
กระทั่งทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีคนเขียนเป็นหัวข้อสนทนา
พี่น้องก็หลั่นล้าขึ้นเหนือล่องใต้ไปไหนมาไหนกันได้อย่างสบายใจ

มีบางคนส่งข่าวว่าใช้หนังสือเราเป็นสื่อกลางหัวใจ
บอกใบ้ความในใจสู่คนรัก
โอ้ว ช่างน่ารักน่าชัง

บางคนรักกันเพราะถกกันเรื่องหนังสือของนิ้วกลม
บางคนเลยเถิดถึงขั้นแต่งงาน
ฟังแล้วน่าเบิกบานไปกับทั้งคู่ด้วยอีกหนึ่งแรง

ตัวหนังสือตัวเล็กๆ ก่อเกิดเรื่องดีๆ ที่คิดไม่ถึงมากมาย
เกินคาดเดา และไม่ได้ตั้งใจ
หลายเรื่องผมคิดว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวหนังสือของผมหรอกครับ
มันเกิดจากความน่ารักของผู้อ่านเองมากกว่า

ผมเชื่อว่าคนอ่านหนังสือส่วนใหญ่เป็นคนน่ารัก
(เช่นกันกับคนเขียนหนังสือ หุหุ)

ผมชอบโลกที่แวดล้อมไปด้วยนักอ่านนักเขียน
ผมว่าโลกใบนี้อบอุ่น สวยงาม มีน้ำใจ และใช้ปัญญา
ไม่ได้คุยกันด้วยอารมณ์ ความรุนแรง อย่างไร้สาระ

ตัวหนังสือยังลากจูงให้ผมมีโอกาสได้ไปนั่งสนทนา
กับคนที่ผมเคยแต่เงยหน้ามองเขาอยู่ไกลๆ
บุคคลที่เป็นฮีโร่ทั้งหลายของผม คนที่ผมชื่นชม
และเคยส่งแรงบันดาลใจในวัยที่ผมเด็กกว่านี้

พี่โหน่ง, พี่จิก, พี่จุ้ย, พี่ตุ้ม, พี่คุ่น, พี่วินทร์, พี่ภิญโญ, พี่โตมร
ทุกครั้งที่ได้ไปเข้าใกล้พี่ๆ เหล่านี้รู้สึกดีเหมือนนักเตะตัวสำรองบอลถ้วยง.
ได้ร่วมลงสนามกับปิยะพงษ์ ผิวอ่อนในระยะประชิด

หนังสือยังจูงมือให้ได้ไปเจอกับคนในวงการหนังสือที่น่ารักอีกมากมาย
พี่ปิงปอง, อ.ปกป้อง, คุณยุ้ย, พี่ก้อง, อั๊พ, แทนไท, วรรณสิงห์, พี่นวล,
พี่สมคิด, เต้ย-ใบพัด, พ่ง, พี่เหมา, น้องๆ ที่มาส์, พี่นุช, เจหวาน,
พี่คมสัน, พี่เดือน, พี่แป๊ด, ฯลฯ

แถมยังฟลุ๊คทำให้ได้รู้จักกับคนที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้รู้จัก
อย่างแสตมป์, ลูกตาล, ปาล์ม, ซันนี่
ซึ่งก็น่ารักน่าชังทั้งนั้นเชียว

ผมไม่ได้เขียนบล็อกครั้งนี้ขึ้นมาเพื่อบอกว่ารู้จักคนมากมายอะไร
รายชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาก็ใช่ว่าเขาจะสนิทสนมกับผมแบบนับญาติกัน
(ทั้งที่หลายคนผมก็อยากตีซี้เขาจะตายไป)
แต่ทุกครั้งที่ได้นั่งคุยเล่นและถามหาคำปรึกษาจากพี่ๆ เพื่อนๆ เหล่านี้
ก็มักจะได้รับคำแนะนำดีๆ ชวนให้ประทับใจอยู่เสมอ
พี่ๆ ให้คำปรึกษาราวกับเกิดมาจากมารดาเดียวกันยังไงยังงั้น

เขียนบล็อกครั้งนี้ขึ้นมาในเช้าวันนี้
เพียงเพราะอยากบันทึกความประทับใจเอาไว้
เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่อยากเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

เพราะผมว่าโลกที่มีตัวหนังสือลอยไปมาใบนี้มันน่ารัก
และแวดล้อมไปด้วยผู้คนดีๆ มากมาย
ทั้งคนเขียน คนอ่าน ที่พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจ สิ่งดีๆ และมิตรภาพให้กันเสมอ

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ยื่นมาให้กัน
และยินดีที่ได้รู้จักกันผ่านตัวหนังสือ

คิดเหมือนผมไหมครับว่า
โชคดีจังที่โลกนี้มีตัวหนังสือ
ทำให้เราได้สื่อสารกับคนที่อยู่ไกลโพ้นได้
จนรู้สึกราวกับอยู่ใกล้กัน

ด้วยมิตรภาพ.

http://www.roundfinger.com/blog/?paged=6