28-8-52
ดิฉันไปประชุมที่เชียงใหม่ครั้งนี้เป็นงานเกษียณอายุของเจ้าหน้าที่กรมรวมทั้งท่านอธิบดีซึ่งเกษียณปีนี้ค่ะ
หลังจากดิฉันจัดประชุมให้น้องแพทย์ใช้ทุนกรมควบคุมโรคครึ่งวันเช้าของวันที่20สค. ในช่วงบ่ายดิฉันว่างจากภารกิจจึงถือโอกาสไปเที่ยวดอยสุเทพและเข้าไปชมภูพิงค์ราชนิเวศน์
ไปครั้งนี้เราไปถึงช้าและมีฝนตก ดิฉันถือโอกาสนั่งรถบริการในภูพิงค์ให้พาเที่ยวโดยจ่ายเงิน300บาท สามารถนั่งได้3คนพอดี มาครั้งนี้คุณชัยณรงค์ สามีมาด้วย และมีลูกน้องเก่าจากเขื่อนภูมิพลมาบริการนายเก่า2วันค่ะ เราสามารถเที่ยวครบและมีคนอธิบายให้เข้าใจ รู้สึกคุ้มค่ากับเงิน300ที่เสียไปค่ะ ถามน้องผู้หญิงที่ขับรถ เธอบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวเพราะเวลาชาวอาหรับมา ผู้ชายจะขับรถให้ผู้หญิงอาหรับที่มาเที่ยวไม่ได้
ในวันศุกร์ที่21 ดิฉันตื่นแต่เช้า แวะไปซื้ออาหารเพื่อไปทำบุญที่วัดที่อำเภอแม่แตง เพื่อกราบพระอาจารย์เปลี่ยน และถือโอกาสกินอาหารเช้าที่วัด ในช่วงที่รอพระอาจารย์ลงมาฉันอาหาร ดิฉันเล่าให้คุณชัยณรงค์ฟังว่าดิฉันมีโอกาสมาที่นี่หลายครั้งเพราะท่านผู้ทรงนพ. จรูญ เป็นคนพามากราบท่านค่ะ
หลังจากคุยกันไม่นาน นพ.จรูญและภรรยาพร้อมน้องๆจากรพ.พระปะแดงก็ขับรถเข้ามาที่วัด ดิฉันดีใจที่ใจเราตรงกันและได้พบกันโดยบังเอิญค่ะ หลังจากนั้นมีหมอน้องๆอีก 2คนจากรพ.พระปะแดงก็ตามเข้ามาพร้อมเครื่องออกซิเจนเพื่อให้พระอาจารย์ได้ใช้เพราะทราบว่าท่านไม่ค่อยสบาย
พระอาจารย์เล่าว่าเป็นโรคที่แปลก บางครั้งก็สบายดี บางครั้งเหนื่อยจนทำอะไรไม่ได้ หมอทั้งเอกชนและศิริราชพบว่าอาจจะมีแคลเซี่ยมเกาะที่ลิ้นหัวใจ กินยาก็ไม่หาย ท่านเล่าว่าท่านใช้พลังจิตเอาแคลเซี่ยมออกไปได้บ้าง อาการไม่ดีขึ้น ท่านว่าท่านคงเป็นโรคที่เกิดจากกรรมในอดีตชาติด้วย (ท่านเล่าเรื่องกรรมที่ท่านเห็นแต่ดิฉันฟังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ท่านเห็นจึงไม่ขอเล่าค่ะ )
หมอรัตน์จากรพ.พระปะแดงแสดงวิธีใช้ออกซิเจน พระอาจารย์ยอมใช้สักพักก็ขอเอาออกค่ะ
ดิฉันเคยประทับใจพระอาจารย์เพราะท่านเคยดูแข็งแรงมากๆ มาคราวนี้ดูท่านอ่อนเพลียกว่าเดิมมากทำให้นึกถึงคำว่ากายไม่ใช่ของเรา บังคับไม่ได้จริงๆ
เมื่อกลับจากวัดก็กลับมาพักเพื่อรองานเกษียณในช่วงเย็นซึ่งปีนี้หมอนุ้ยจากสถาบันบำราศเป็นพิธีกรคุ่กับคุณหนึ่งจากสคร.10ค่ะ
ในวันเสาร์ที่21 ก่อนกลับกรุงเทพ ดิฉันและน้องโต๊ด ผู้ช่วยโครงการและคุณบงกชจากกองการเจ้าหน้าที่ถือโอกาสไปเที่ยวที่สันกำแพงเพื่อดูน้ำพุร้อน ดิฉันเคยมาพักที่นี่แต่ไม่มีโอกาสแช่น้ำพุร้อน มาครั้งนี้ถือโอกาสแช่เท้า พอแตะน้ำอุณภูมิประมาณ50องศา ต้องรีบขยับย้ายไปที่ไกลๆเพื่อจะได้แช่เท้าสบายขึ้นค่ะ
มาครั้งนี้ลืมนำกล้องมาด้วยเนื่องจากหมอปานยืมไปถ่ายslide การประชุมวิชาการ
ดิฉันให้สามีคุณบงกชถ่ายภาพจากบ่อน้ำพุร้อนเพื่อเป็นที่ระลึกค่ะ
ถ่ายคู่กับครอบครัวคุณบงกชซึ่งรับผิดชอบเป็นผู้ช่วยเลขาโครงการTalent Management และจะเป็นคนดูแลทั้งหมดแทนผอ.กองการเจ้าหน้าที่
ถ่ายคู่กับโต๊ด น้องที่ช่วยดูแลโครงการให้ดิฉันค่ะ