ระบบดูแลช่วยเหลือการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กวัยรุ่น

"  ..... เชื่อพี่  ฟังเพื่อน ดูแลน้อง ผูกสัมพันธ์..... (  เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา )  "

                                                                                                                                                                                               

                                นักเรียนที่กำลังเป็นวัยรุ่น เป็นช่วงที่ครูอย่างพวกเราเข้าถึงพวกเขายาก  เข้าถึงในที่ว่านี้  หมายถึง ข้อมูลบางอย่างที่เป็นความลับเฉพาะกลุ่ม  ครูไม่รู้แต่เพื่อนรู้ และเพื่อนๆช่วยกันปกปิด  บางครั้ง   ครูมารู้ก็ตอนที่เกือบจะสายเกินไปแล้ว จะช่วยเหลือ  แนะนำอะไร ก็ลำบาก  แต่ละรุ่นแต่ละปี  การสั่งสมประสบการณ์การดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวัยนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ครูต้องค้นหา  ค้นพบ  นำไปใช้                 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของเด็ก

                                มีวิธีการที่เสนอแนะอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็เป็นสิ่งที่อยากเล่าให้ฟังถึงการนำไปใช้แล้วได้ผล  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ไว้วางใจเพื่อนมากกว่าใครทั้งสิ้น  ไม่ว่า พ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือแม้แต่ครู  ครูจึงใช้กิจกรรมเชื่อพี่  ฟังเพื่อน ดูแลน้อง ผูกสัมพันธ์  โดยให้พี่ๆชั้น ม. 3 จับฉลาก ให้ทุกคน      มีน้องชั้น ม. 2   น้องชั้น ม. 2  ทุกคนก็จับฉลากให้ได้น้อง ม. 1 เช่นเดียวกัน  พี่แต่ละชั้นที่จับฉลากได้น้อง  ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เพื่อที่จะคอยดูแลให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ตลอดจน การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและเป็นพี่ที่ดี  น้องก็ให้ความเคารพนับถือพี่ด้วยความจริงใจ  ทั้งพี่และน้อง     ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับครู เพื่อหาแนวทางให้คำแนะนำและช่วยเหลือ           การทำกิจกรรมครั้งแรก ต้องกระตุ้นให้พี่ๆตระหนักและเห็นความสำคัญของการเป็นแบบอย่างที่ดี             ให้น้องศรัทธา บางครั้งพี่ต้องรับผิดชอบในบางสิ่งที่น้องได้ทำแล้วไม่เรียบร้อยเหมาะสม  ขณะเดียวกัน    น้องก็อาจจะต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่พี่ทำเช่นเดียวกัน เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญซึ่งกันและกัน จะก่อให้เกิดความผูกพัน ห่วงใย  เข้าใจและรับผิดชอบซึ่งกันและกัน จะมีบ้างที่พี่หรือน้องบางคนที่ไม่ยอมรับในกิจกรรมที่ทำ แต่สังคมส่วนใหญ่ ให้ความร่วมมือ ก็เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียนที่ไม่พึงประสงค์ได้  ยกตัวอย่าง กรณีที่น้อง   ม.1 แต่งตัวมาโรงเรียนแต่มาไม่ถึงโรงเรียน 2  - 3 วัน พี่ที่ดูแลก็จะหาข้อมูล     มาให้กับครูที่ปรึกษาว่า น้องไปไหนทำอะไร  พี่บางคนไม่ยอมกลับบ้าน อยู่ร้านเกม ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้       จะถึงครู และเข้าสู่ระบบการดูแลช่วยเหลือในระดับชั้น  ช่วงชั้น และระดับโรงเรียนต่อไป

                                การแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กวัยรุ่น บางครั้ง  บางเรื่อง ที่ไม่มีอะไรเสียหาย พอที่จะยืดหยุ่นกันได้ ครูเห็น ก็ควรทำเป็นไม่เห็น ได้ยินก็ควรทำเป็นไม่ได้ยินบ้าง แต่บางเรื่องก็ไม่ควรที่จะผ่านเลยไปแม้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ  ด้วยเพราะเรามีจิตวิญญาณและความเป็นครูที่ยังคงอยู่             ทุกลมหายใจ  การทำงานร่วมกับเด็ก ให้คิดว่าเราก็เคยเป็นเด็ก แยกแยะระหว่างความถูกต้อง  ความเหมาะสม ความจริง และสิ่งที่ควรจะเป็น  ความศรัทธาและเชื่อมั่นจะค่อยๆเกิดขึ้นในใจเด็กนักเรียน  บางสิ่งที่เราไม่รู้เราก็จะรู้โดยที่เราไม่ต้องถาม  บางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้น เด็กๆจะหาวิธีการแก้ไขให้เรียบร้อย เมื่อถึงจุดนี้  สังคมเล็กๆ กับความสุขน้อยๆ จึงเป็นยาชูกำลังที่สำคัญที่ครูจะก้าวเดินต่อไป นึกเสมอว่า หากเราจะทำอะไรที่มีผลกระทบกับใคร ควรที่จะยึดหลักตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่อง"เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"

เล่าเรื่อง  โดย  นายศักดินันท์  ศรีไพร  โรงเรียนวัดหนองบัว ( ปทุมาภิพัฒน์ ) สพท.จันทบุรี  เขต  1