ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ศูนย์อนามัยที่ 8 ที่โรงแรมเอกไพลิน จ.กาญจนบุรี ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2552 ผู้เข้าประชุมประกอบไปด้วยโรงเรียนในเขตจังหวัดพิจิตร และอุทัยธานี จำนวนจังหวัดละ 24 แห่ง เข้าร่วมประชุมเพื่อวิเคราะห์ผลกิจกรรมหลังการทำงานร่วมกันมาเป็นเวลา 3 เดือน
การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมกับการประชุมโรงเรียนในโครงการการก้าวสู๋โรงเรียนระดับเพชรของศูนย์อนามัยที่ 8 ด้วย
สำหรับการประชุมนอกจากการให้ความรู้เรื่องการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อเข้าสู่โรงเรียนระดับเพชร ซึ่งนำเสนอโดยอาจารย์สมชาย ผอ.โรงเรียนบ้านเขาวง จ.อุทัยธานีแล้ว จะมีการนำเสนอข้อกำหนดการจัดการกับสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนโดยคุณกมลกาญจน์ นักวิชาการจากศูนย์อนามัยที่ 8 ด้วย
ในการประชุมจะแบ่งกลุ่มตามเครือข่ายซึ่งมีทั้งหมด 6 เครือข่าย ให้วิเคราะห์กิจกรรมที่ผ่านมาตามข้อกำหนด AAR ซึ่งได้แก่ เป้าหมายคืออะไร ทำได้หรือไม่ ทำไมจึงแตกต่าง และจะแก้ไขความแตกต่างนี้ได้อย่างไร

นอกจากนี้ยังให้คณะครูช่วยประเมินผลโครงการ การแก้ไขปัญหา กิจกรรมที่ทำมีปัญหาอย่างไร จะทำต่อไปหรือไม่ และสุดท้ายโรงเรียนยังคงจะเข้าร่วมโครงการต่อไปอีกหรือไม่

ที่ประชุมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากมาย ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า
ในส่วนกิจกรรมของเครือข่าย
- ครูไม่รู้ว่ากิจกรรมที่เครือข่ายตั้งเป็นข้อกำหนดคืออะไร ทำให้ไม่ทราบว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
- ครูที่มารับโครงการ ไม่ได้ไปถ่ายทอดให้ครู และผอ.ทราบ
- ครูและนักเรียนยังไม่มีทักษะในการจัดทำโครงงาน ในรูปแบบของเด็กไทยทำได้
- ที่สำคัญโรงเรียนที่เข้าโครงการไม่ได้มีความอยากที่จะเข้าร่วมกิจกรรมโดยแท้จริง แต่เป็นการเข้าร่วมเพราะถูกขอร้องและร้องขอมา
ในส่วนกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- ครูที่มาอบรมการใช้ Gotoknow ไม่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ ทำให้กลับไปทำไม่ได้
- ครูที่มาอบรม Gotoknow เป็นคนละคนกับครูที่รับผิดชอบโครงการ และไม่ได้ไปถ่ายทอดซึ่งกันและกัน
- ครูไม่รู้ว่ากิจกรรม Gotoknow ควรจะให้นักเรียนเป็นผู้เขียน แต่ครูเป็นที่ปรึกษา (อันนี้สืบเนื่องมาจากโรงเรียนยังได้มีกิจกรรมเด็กไทยทำได้ ทำให้นักเรียนไม่มีอะไรจะเขียน)
- ครูไม่รู้จะเขียนอะไร ทำให้บางคนเข้าใจผิดไปลอกความรู้จากตำรามาเขียนใส่ และเขียนเป็นข้อความสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียว ทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจว่าจุดมุ่งหมายต้องการสื่อถึงอะไร
สรุป
- คงต้องมีการปรับเครือข่าย โดยให้มีการสมัครเข้าออกตามความต้องการ ไม่เอาปริมาณเป็นที่ตั้ง
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการเป็นวิทยากรการจัดทำโครงงานในโครงการเด็กไทยทำได้สำหรับครู
- ส่งเสริมให้ครูจัดอบรมนักเรียนแกนนำเด็กไทยทำได้ ให้สามารถทำโครงงานได้ โดยตั้งกลุ่มครูช่วยกันสอน
- สำหรับกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อาจต้องปรับเป็นรูปแบบอื่น ๆ ตามความต้องการของโรงเรียน อาจไม่จำเป็นต้องใช้ Gotoknow เพียงอย่างเดียว
- สำหรับเครือข่ายที่ยังต้องการใช้ Gotoknow ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำเป็นต้องมีการอบรม และตั้งข้อตกลงเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคนิคการเขียน และการให้ข้อเสนอแนะ
ในภาคกลางคืนมีการเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อความกลมเกลี่ยวระหว่างโรงเรียนในจังหวัด ในเขต และระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และครู เป็นที่สนุกสนามมากมายครับ

สำหรับปีหน้า 2553 เครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ศูนย์อนามัยที่ 8 จะขยายต่อไปให้มากขึ้น และคงต้องปรับกระบวนการทำงานให้ดีิ่ขึ้นต่อไปอีก
ขอบคุณครับ
ได้รับการบอกเล่าจากภรรยาที่ไปอบรม เป็นเช่นนั้นจริง เพราะไม่ได้รับการอบรม gotoknow เอง แต่ต่อไปนี้ก็จะสอนให้เป็น สามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังเด็กนักเรียนได้ ขอบคุณครับ
มาเยี่ยมค่า มาพบกันที่ เอเชีย แอร์พอร์ต รังสิต
26-27 นี้นะคะ
สวัสดีค่ะ การพัฒนาต้องเป็นไอเดียของครูมันถึงจะ work ถ้าเป็นวิธีการคิดจาก ทันตบุคลากรมันไม่ออกหรอกจริงๆนะ