• เดินไปตรงกลางนี่สัมมาปฏิปทา กามสุขัลลิกานุโยคอยู่ทางซ้ายนี่ อัตตกิละมัตถานะโยคอยู่ทางขวานี่ ข้าฯ จะไม่เอาใจใส่ความสุข ความทุกข์ จะวางมัน
  • ความอยากได้สุขเตะทางนี้บ้าง ความทุกข์ไม่พอใจเตะทางโน้นบ้าง สองอย่างเท่านั้นเล่นงานเราตลอดกาล เพราะเดินทางกลางเราจะวางสุข เราจะวางทุกข์ สัมมาปฏิปทาต้องเดินกลาง มันมีแต่ความอยากได้ สุขมากระทบ ถ้าไม่ได้สุขมันก็ทุกข์เท่านั้น มันจะเดินกลาง ๆ ตามพระพุทธเจ้าเดินนั้นมันลำบาก ...มันไม่ไปกลาง ๆ สักที พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้ทำอย่างนั้น ท่านให้ค่อย ๆ วางมันไปทางสายนี้คือ สัมมาปฏิปทา ทางเดินออกจากภพจากชาติ ทางไม่มีภพ ไม่มีชาติ ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีดี ไม่มีชั่ว
  • อันที่ว่าไม่มีภพไม่มีชาติ มนุษย์ทั้งหลายไม่เห็น จิตมนุษย์มองไม่เห็น จึงได้ข้ามไปข้ามมาอยู่อย่างนั้น สัมมาปฏิปทา สายกลางที่พระพุทธเจ้าเดินนี่ มันพ้นภพ พ้นชาติ เป็นอัพยากตธรรม จิตนี่ว่าง ถ้าใครไม่เดิน เกิดสงบไม่ได้ ทำไมจึงสงบไม่ได้ เพราะมันเป็นภพเป็นชาติ มันเกิดมันตายอยู่นั่นเอง แต่ทางนี้ไม่เกิด ไม่ตาย ไม่ต่ำ ไม่สูง ไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่ดีไม่ชั่วกับใคร ทางนี้เป็นทางตรง เป็นทางสงบระงับ สงบจากความสุข ความทุกข์นี่ ความดีใจ ความเสียใจนี่ อันนี้คือลักษณะปฏิบัติ
  • ...เรียนจากจิตใจตนเองตามธรรมชาตินี้ ลองดู ถ้ามันชอบก็ไปตามมัน เมื่อมันชอบขึ้นมาก็ไปตามมันดู มีแต่มันลากเราไปหาความทุกข์โน่น มันจะพาไปไหนอีก แหม ไอ้นี่เก่งขึ้นถึงขนาดนี้นะ ถ้าเชื่อมันมีแต่มันจะพาไปหาทุกข์ เราปฏิบัติตัวเอง ดูตัวเองนั่นแหละ มันจะค่อยรู้จักค่อยรู้ขึ้นเห็นขึ้นไปเอง ให้เราพากันตั้งอกตั้งใจทำ ถ้าหาอยากปฏิบัตินั้นพยายาย อย่าคิดให้มาก ถ้าจะนั่งสมาธิแล้ว อยากให้มันเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้แล้วหยุดดีกว่า เวลานั่งสงบจะนึกว่า ใช่อันนั้นไหม ใช่อันนี้ไหม หยุด อย่าเอามาพูด เอาความรู้ปริยัติใส่หีบใส่ห่อไว้เสีย