GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สวมแว่นส่องวิธีปลูกฝังคุณธรรมเด็กเวียดนาม : (3) มหาวิทยาลัย และอิทธิพลขงจื๊อ

         เช้าวันที่ 11 พค. 49 ออกไปวิ่งริมถนนหน้าโรงแรม    มีรถจักรยานบรรทุกสินค้าไปขายที่ตลาดไม่ขาดสาย    ส่วนใหญ่บรรทุกดอกไม้ และผู้ถีบเป็นผู้หญิง                                          
         ตอนกินข้าวเช้าคุยกับ อ. เยืองว่าครูเงินเดือนประมาณ 5,000 บาท    ผู้ช่วย อ. เยืองชื่อไทยว่าหงส์    ชื่อเวียดนามว่าห่าม แปลว่ากุหลายแดง    ทำงานทัวร์ ไปเรียนภาษาไทยที่ มรภ. นครพนมได้ 6 เดือนแล้ว   จะเรียน 2 ปี
         ที่ฮานอยนี้มี “วัฒนธรรมเก้าอี้เตี้ย”   คนนิยมไปนั่งกินของว่างดื่มเบียร์    โดยนั่งเก้าอี้เตี้ย   เมื่อคืนคุณธีรพลและคณะได้ไปลองเสพวัฒนธรรมนี้แล้ว และได้ถ่ายรูปมาให้ดู  
         ระหว่างนั่งรถไปมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอยในช่วงยวดยานคับคั่งในตอนเช้า   พบว่ารถจักรยานมีมากที่สุด    รองลงมาคือจักรยานยนต์   การจราจรน่าเวียนหัว แต่เขาก็อยู่กันได้ด้วยความเคยชิน   ที่สี่แยกรถขวักไขว่มาก

                                        

                          บรรยากาศการจราจรกลางสี่แยกแห่งหนึ่งกลางกรุงฮานอย
         เดือนที่หนาวที่สุดคือ พย.  ธค.    เมืองลาวกายติดหนานหนิง กวางสี ของจีน มีหิมะตก   ฮานอยอยู่ห่างชายแดนจีนเพียง 140 กม. 
         ฮานอยมีทะเลสาบ 10 กว่าแห่ง ทะเลสาบตะวันตก (โห่เตย) ที่โรงแรมที่เราพักตั้งอยู่ใหญ่ที่สุด    ที่อยู่กลางเมืองคือทะเลสาบคืนดาบ    ซึ่งคุณไพบูลย์กับเราได้เดินรอบตอนค่ำวันนี้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที  
  
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์   มหาแห่งชาติฮานอย  

                                   

                                    หน้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย   

                                   

                   บรรยากาศในห้องบรรยายสรุป คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
         ห้องประชุมติดแอร์สบาย    คณบดีชื่อ มา หยก จือ และรองคณบดี ชื่อ ศ. ดร. ลาย (เหวียน เตืองลาย) มาต้อนรับและบรรยายสรุป   ศ. ดร. ลาย เป็นศาสตราจารย์ด้านไทยศึกษา   มีอาจารย์คนไทย (จาก มธ.)   และ นศ. เวียดนามที่เรียนภาษาไทยมานั่งฟังด้วย

                                   

                     คณบดี (คนขวาเสื้อสี)  และรองคณบดี (คนซ้าย สวมเสื้อขาว) 
         คณะนี้เปิดปี 1993  สอน 5 ภาษา คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี  อินเดีย  และเอเชียอาคเนย์
         นักศึกษาแต่ละคนต้องเรียนภาษา 1200 ชม.  2 ภาษา  เช่นแผนกเอเชียอาคเนย์ต้องเรียนภาษาอังกฤษ  และไทยหรือมาเลย์

                                    

                                นักศึกษาชาวเวียดนามที่เรียนสาขาไทยศึกษา  

                                   

                                 นักศึกษาสาขาไทยศึกษา ปี 2  ชาวดานัง

                                  

                                            ห้องไทยคดีศึกษา   

                                  

                 รูปหมู่ที่คณะสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติ

         วิชาที่เรียนมี 3 วิชาหลัก คือ (1) วิชาบังคับทั่วไปเกี่ยวกับเวียดนาม   (2) วิชาบังคับเกี่ยวกับภาคตะวันออก ได้แก่ ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม  ศึกษาศาสตร์  เศรษฐศาสตร์  สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์   (3) วิชาเฉพาะ  ตัวอย่าง เรียนภาษาญี่ปุ่น  ต้องเรียนประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม  เศรษฐศาสตร์  คววามสัมพันธ์ ต่างประเทศของญี่ปุ่น  ศาสนา  ภูมิศาสตร์  ศิลปะ  กฎหมาย  รวมเรียน 1200 ชม.
         เรียนจบไปทำงาน กระทรวงการต่างประเทศ  บริษัทต่างประเทศในเวียดนาม  ตำรวจ  สถาบันวิจัย  ได้เงินเดือน ระมาณ US$ 200 – 300   ทำงานบริษัทต่างประเทศเงินเดือนสูงกว่า
การเรียนต่อบางคนไปทำปริญญาโทที่ประเทศไทย   ไปสอนภาษาเวียดนามที่ประเทศไทย   บางคนทำ โท เอกที่นี่ หรือ ที่ต่างประเทศ
         นร. จบ ม. 6 สอบเข้ามหาวิทยาลัย คะแนนต่างกัน   คณะนี้รับ นศ. คะแนนสูงสุดในมหาวิทยาลัยนี้ เพราะจบไปมีงานดี   รับปีละ 100 คนแต่มี นร. เข้าสอบหลายพัน
         คณะฯ มีความสัมพันธ์เกือบทั่วโลก กับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ที่จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และไทย    มีความสัมพันธ์  โดยแลกเปลี่ยน อจ. นศ. ตำรา  และวิจัยร่วม    นศ ได้ทุนรัฐบาลมากที่สุดในมหาวิทยาลัยนี้   มี อจ. ต่างประเทศมาสอน ได้แก่จากเกาหลี 3 คน  จากญี่ปุ่น 2  จากไทย 1 คน   แลกเปลี่ยนโดยไม่มีเงินเดือนให้ ขอทุนจากญี่ปุ่น  เกาหลี   อจ. ไทยได้ทุนจากไทย
         คุณธรรมเป็นวิชาหลัก   เริ่มตั้งแต่ชั้นประถม   สั่งสอนระดับครอบครัว   รร. และผู้ปกครองร่วมกัน   ระดับมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ระหว่าง รร. และครอบครัวห่างกัน เพราะ นศ. มาจากทั่วประเทศ ต้องมีวิธีการอีกรูปแบบหนึ่ง    แต่มหาวิทยาลัยต้องมีความสัมพันธ์กับครอบครัว    โดย รายงานการเรียน ความประพฤติ แก่ ครอบครัวทุกเทอม    กลุ่มเยาวชนช่วยให้ นศ. หล่อหลอมตัวเอง   พรรคคอมมิวนิสต์ขยายสมาชิกอยู่ตลอดเวลา เพราะอนาคตของประเทศอยู่ที่เยาวชน    คนที่ความรู้ดี คุณธรรมดี ประพฤดี จะได้รับเป็นสมาชิกพรรค   นร. จะแข่งกันเพื่อเป็นสมาชิกพรรค    สื่อมวลชนก็เหมือนกัน    นศ. ดี 3 ประการดังกล่าว ได้รับยกย่อง   ไม่ดีโดนตำหนิ ลงโทษ   สิ้นเทอมมีการคัดเลือกด้านคุณธรรม  
         ปรัชญาของมหาวิทยาลัยนี้ อันดับ 1  เรียนเก่ง แต่ไม่มีคุณธรรมใช้ไม่ได้   เดิมขนบธรรมเนียมประเพณีอาเซียดีในด้านคุณธรรม   แต่ยุโรปเข้ามาทำให้เปลี่ยนแปลงไป    ต้องหาทางรักษาไว้  
         วิชาบังคับได้แก่  ปรัชญา  ประวัติศาสตร์เวียดนาม  วัฒนธรรมเวียดนาม
         วิชาปรัชญา เรียนประวัติปรัชญา  เรียนปรัชญาสากลด้วย   รวมศาสนา   อิสลาม  คริสต์  พุทธ
         ท่านคณบดี มา หยกจือ ขอลาไปประชุม และมอบให้ ศ. ลาย ชี้แจงต่อ

         วิชาที่เรียนมี 3 วิชาหลัก คือ (1) วิชาบังคับทั่วไปเกี่ยวกับเวียดนาม   (2) วิชาบังคับเกี่ยวกับภาคตะวันออก ได้แก่ ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม  ศึกษาศาสตร์  เศรษฐศาสตร์  สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์   (3) วิชาเฉพาะ  ตัวอย่าง เรียนภาษาญี่ปุ่น  ต้องเรียนประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม  เศรษฐศาสตร์  คววามสัมพันธ์ ต่างประเทศของญี่ปุ่น  ศาสนา  ภูมิศาสตร์  ศิลปะ  กฎหมาย  รวมเรียน 1200 ชม.         เรียนจบไปทำงาน กระทรวงการต่างประเทศ  บริษัทต่างประเทศในเวียดนาม  ตำรวจ  สถาบันวิจัย  ได้เงินเดือน ระมาณ US$ 200 – 300   ทำงานบริษัทต่างประเทศเงินเดือนสูงกว่าการเรียนต่อบางคนไปทำปริญญาโทที่ประเทศไทย   ไปสอนภาษาเวียดนามที่ประเทศไทย   บางคนทำ โท เอกที่นี่ หรือ ที่ต่างประเทศ         นร. จบ ม. 6 สอบเข้ามหาวิทยาลัย คะแนนต่างกัน   คณะนี้รับ นศ. คะแนนสูงสุดในมหาวิทยาลัยนี้ เพราะจบไปมีงานดี   รับปีละ 100 คนแต่มี นร. เข้าสอบหลายพัน         คณะฯ มีความสัมพันธ์เกือบทั่วโลก กับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ที่จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และไทย    มีความสัมพันธ์  โดยแลกเปลี่ยน อจ. นศ. ตำรา  และวิจัยร่วม    นศ ได้ทุนรัฐบาลมากที่สุดในมหาวิทยาลัยนี้   มี อจ. ต่างประเทศมาสอน ได้แก่จากเกาหลี 3 คน  จากญี่ปุ่น 2  จากไทย 1 คน   แลกเปลี่ยนโดยไม่มีเงินเดือนให้ ขอทุนจากญี่ปุ่น  เกาหลี   อจ. ไทยได้ทุนจากไทย         คุณธรรมเป็นวิชาหลัก   เริ่มตั้งแต่ชั้นประถม   สั่งสอนระดับครอบครัว   รร. และผู้ปกครองร่วมกัน   ระดับมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ระหว่าง รร. และครอบครัวห่างกัน เพราะ นศ. มาจากทั่วประเทศ ต้องมีวิธีการอีกรูปแบบหนึ่ง    แต่มหาวิทยาลัยต้องมีความสัมพันธ์กับครอบครัว    โดย รายงานการเรียน ความประพฤติ แก่ ครอบครัวทุกเทอม    กลุ่มเยาวชนช่วยให้ นศ. หล่อหลอมตัวเอง   พรรคคอมมิวนิสต์ขยายสมาชิกอยู่ตลอดเวลา เพราะอนาคตของประเทศอยู่ที่เยาวชน    คนที่ความรู้ดี คุณธรรมดี ประพฤดี จะได้รับเป็นสมาชิกพรรค   นร. จะแข่งกันเพื่อเป็นสมาชิกพรรค    สื่อมวลชนก็เหมือนกัน    นศ. ดี 3 ประการดังกล่าว ได้รับยกย่อง   ไม่ดีโดนตำหนิ ลงโทษ   สิ้นเทอมมีการคัดเลือกด้านคุณธรรม            ปรัชญาของมหาวิทยาลัยนี้ อันดับ 1  เรียนเก่ง แต่ไม่มีคุณธรรมใช้ไม่ได้   เดิมขนบธรรมเนียมประเพณีอาเซียดีในด้านคุณธรรม   แต่ยุโรปเข้ามาทำให้เปลี่ยนแปลงไป    ต้องหาทางรักษาไว้            วิชาบังคับได้แก่  ปรัชญา  ประวัติศาสตร์เวียดนาม  วัฒนธรรมเวียดนาม         วิชาปรัชญา เรียนประวัติปรัชญา  เรียนปรัชญาสากลด้วย   รวมศาสนา   อิสลาม  คริสต์  พุทธ          ท่านคณบดี มา หยกจือ ขอลาไปประชุม และมอบให้ ศ. ลาย ชี้แจงต่อ

ศ. ดร. ลาย  ได้เล่าว่า 
         ตนชื่อเหวียน เตือง ลาย  (เตืองลาย = อนาคต) รองคณบดีภาคตะวันออกศึกษา  ถือว่าตนเป็นลูกครึ่งไทย เพราะเกิดที่ จ. สระแก้ว (ตอนนั้นเป็น จ. ปราจีนบุรี) ที่อรัญประเทศ  เรียน รร. ไทยถึง ป. 2     แม่เป็นคนกัมพูชา พ่อเวียดนาม  พ่อพากลับเวียดนามอายุ 9 ขวบ  พูดเวียดนามไม่ได้   ต้องจ้างครูมาสอนภาษาเวียดนาม 3 เดือน เข้า ม. 1 ได้
         ตอนเป็น นศ. มหาวิทยาลัยนี้ ปี 4 เกือบจบ  คิดทำวิทยานิพนธ์ไทยศึกษาเพราะตนมีประสบการณ์ชีวิต   เข้าสถาบันภาษาศาสตร์   ต้องกลับมาเรียนภาษาไทยใหม่เพราะลืมไปหมดแล้ว    (ศ. ดร. ลายพูดไทยแบบคนต่างชาติ   ไม่คล่องเหมือน อ. เยือง)    เคยไปเรียน 4 เดือนที่ สวช. ไทย  ตอนนั้นเป็น ดร. แล้ว 
         มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติส่ง นศ. มาเรียนที่นี่ เพราะที่นั่นยังไม่มีความรู้เรื่องไทยศึกษา
         เมื่อก่อนภาษารัสเซียเปนภาษาต่างประเทศอันดับ 1   บางคนได้ทุนไปเรียนที่รัสเซีย   ตนไปประเทศเชค เวลาเรียนใชัภาษารัสเซียเหมือนกัน   เวลานี้ภาษาอังกฤษสำคัญที่สุด   มี นร. มากที่สุด 
         ทุนนิยม ทางการเมืองดูแล  มหา ตามเศรษฐกิจ   เมื่อก่อนตามแผนกลาง   เวลานี้ให้ นร แข่งขันกัน   เวลานี้ในเวีอดนามใครทำงานหาเงิน สร้างฐานะทางเศรษฐกิจ ถือว่ารักชาติ    สมาชิกพรรคทำธุรกิจได้แล้ว ถ้าทำได้ผลดี ถือว่ารักชาติ  
         คณบดี  และตน เป็นนักวิชาการ ไม่ใช่นักการเมือง    ในคณะมีพรรค  ตนเป็นหัวหน้า   อ. จือเป็นรอง   พรรคปกครองจากข้างหลัง    ฝ่ายวิชาการปกครองในระบบ   คณบดีจะทำอะไรใหม่ๆ ต้องปรึกษาตนก่อน   สมาชิกพรรคในคณะที่เป็นอาจารย์มี 10 คน ที่เป็นนัศึกษามี 5 คน
         เมื่อเวียดนามเปิดประเทศ จึงมีธุรกิจเอกชน   เวลานี้เอกชนสำคัญกว่ารัฐ  พรรคคอมมิวนิสต์เน้นเอกชนมากขึ้น
         มหาวิทยาลัยเอกชนมีมาก    โดยที่การเรียนการสอนต้องทำตามกฎของรัฐบาล 
         การศึกษาในมหาวิทยาลัยเน้นคุณธรรมมากกว่าความรู้    ทำโดย คะแนนด้านคุณธรรม 60%   คะแนนความรู้ เพียง 40%    ลุงโฮว่า คนความรู้มากแต่คุณธรรมไม่ดี ใช้ไม่ได้   คนคุณธรรมดีแต่ความรู้ น้อยทำอะไรยาก    จึงต้องมีทั้งสองอย่าง    คะแนนคุณธรรมดูจากกิจกรรมที่หลากหลายมาก   เช่นตอนปิดเทอม นศ. ไปอาสาช่วยคนอื่น   แสดงร้องเพลงของมหา   มีหลายเรื่องนอกจาการเรียน 

         ผมมองว่าเขาเอากิจกรรมนอกหลักสูตรเข้ามาไว้เป็นส่วนสำคัญของการประเมินผลการเรียนรู้    
         เขามีการจัดการการเรียนรู้ด้านคุณธรรมนอกมหาวิทยาลัย และ มีเกณฑ์ชัดเจน   มี อจ. ดูแล นศ. ทั้งรุ่น ในทุกด้าน  
         ดร. รุ่ง แก้วแดง ขอคู่มือประเมินคุณธรรม   เขาจะจัดให้ภายหลัง
         นศ. มีกิจกรรมตอนปิดเทอม   มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมให้ไปสอนเด็กในชนบท   เด็กยากจน   ช่วยคนพิการ   คนยากจน  ช่วยแนะนำ นร. ที่จะมาสอบที่ฮานอย  ช่วย ตร. จราจร   กิจกรรมสิ่งแวดล้อมในเมือง  เป็นต้น    เรียกว่ากลุ่มเยาวชนอาสาสมัคร   
         กลุ่มแม่บ้าน  กลุ่มผู้สูงอายุ  กลุ่มเยาวชน เป็นการจัดตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์  ในหลากหลายระดับ แม้ในบริษัทเอกชนก็มีการจัดตั้ง   กลุ่มอยู่ใต้การดูแลของพรรค  
         นักเรียนประถม ที่มีผ้าผูกคอแดง  เรียกว่า อนุชนโบว์แดง   เมื่ออายุ 15 จะได้เป็นสมาชิก  เยาวชนโฮจิมินห์  ซึ่งเป็นกลุมใหญ่ที่สุด    คำว่าเยาวชนหมายถึงอายุ 15 – 30 
         คนที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคเป็นผู้บริหารได้แค่ตำแหน่งรอง    สมาชิกต้องเป็นทั้งคนดีและเก่ง   เปนคำของลุงโฮ
         อ. เยืองเล่าว่า ตนเป็นสมาชิกพรรค ตอนเป็น นร. ชั้น ม. 6   ตนจึงเข้าประชุมทั้งสมาชิกเยาวชน และสมาชิกพรรค    เมื่ออายุเลย 30 จึงเข้าประชุมสมาชิกพรรคอย่างเดียว
         นศ. 100 คน คัดเลือกเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคได้แค่ 2-3 คน   แต่บางคนไม่สมัครเป็น เพราะเป็นสมาชิกพรรคมีเงื่อนไขต้องทำดี  ทำตามกฎระเบียบของพรรคตลอดชีพ เกรงจะรักษาไว้ไม่ได้  
         แรงจูงใจในการเข้าเป็นสมาชิกพรรคในปัจจุบันก็เหมือนเดิม    ถือเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ พ่อแม่ดีใจ   ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง ว่าเป็นคนเก่งและดี    มีโอกาสเปนผู้ปกครองหน่วยงาน  
         คนที่นี่เมื่อเป็นหนุ่มจะถูกถามว่าเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่   เป็นทหารหรือยัง   ต้องเป็นแล้วคนจึงจะเชื่อถือ
         “สมัยก่อนสมาชิกพรรคแสดงตัวตนโดยการนุ่งกางเกงตูดปะ    แต่เวลานี้พรรคต้องรู้จักทำธุรกิจ    ไม่ใช่นุ่งกางเกงปะตูดอย่างเก่า” นี่คือคำของ อ. เยือง  

เยี่ยมชมกิจกรรมการเรียนการสอน
         ห้องเรียนแคบมาก    ไม่ติดแอร์ มีพัดลมเพดาน   นศ. ห้องเรียนละประมาณ 20 คน
คุยกับ นศ. หญิงร่างเล็ก ปี 2 จากดานัง   ค่าใช้จ่าย 1 ล้านด่องต่อเดือน (2,500 บาท)   เช่าห้องอยู่เดือนละ 3 แสนหวังกลับไปทำงานทางวัฒนธรรมแถวบ้าน   คาดหวังเงินเดือน 3 ล้าน  
         บรรยากาศการเรียนเอาจริงเอาจัง   ห้องสมุดมี นศ. แน่น   ไม่ติดแอร์   นศ. แต่งกายตามสบาย 

มหาวิทยาลัยวันเหมียว

                               

             ภายในมหาวิทยาลัยวันเหมียว  สถาปัตยกรรมจีน  คำสอนของขงจื๊อ 
         เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ   อายุเกือบพันปี   เวลานี้เป็นพิพิธภัณฑ์   สถาปัตยกรรมแบบจีน   เดิมเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับราชวงศ์และข้าราชสำนักเท่านั้น    ต่อมาจึงเปิดให้คนทั่วไปเข้าเรียนได้   การเรียนการสอนตามแบบอาจารย์ใหญ่คือขงจื๊อ    มีการจารึกชื่อจอหงวนบนแผ่นศิลาที่แบกอยู่บนหลังเต่า    ผมมองว่านี่คือหลักฐานว่าระบบความเชื่อเชิงคุณธรรมจริยธรรมเวียดนามมีพื้นฐานมาจากลัทธิขงจื๊อ

                                     

                                                     ปรมาจารย์ขงจื๊อ            

                                     

                       ภาพแสดงวีรบุรุษของชาติ  ในมหาวิทยาลัยวันเหมียว
         ภายในพิพิธภัณฑ์มีการแสดงวงดนตรีเวียดนาม   และการร้องเพลง   ทุกแห่งร้องเพลงวันเพ็ญเดือนสิบสองให้เราฟัง    ผมติดใจพิณสายเดียว ซึ่ง อ. เยืองว่ามีในประเทศเดียวคือเวียดนาม  

                                     
                                     เครื่องดนตรีตบลมเข้ากระบอกไม้ไผ่ 

   
พิพิธภัณฑ์ทหาร
         ความเข้าใจประวัติศาสตร์การสู้รบกับต่างชาติของประเทศเวียดนาม จะช่วยให้เราเข้าใจระบบคุณธรรมจริยธรรมของเวียดนามแบบ “เห็นช้างทั้งตัว” ได้ดีขึ้น
          www.btlsqsvn.org.vn
         พลเอก โวเวียนยัป  ตั้งกองทัพประชาชนเวียดนาม  22 ธค. 1944  ทหาร 34 คน  เวลานี้อายุ 95   ได้รับยกย่องเป็นหนึ่งใน 10 ยอดนักยุทธศาตร์ของโลก   10 คนนี้เป็นคนเวียดนาม 2 คน   อีกคนหนึ่งมีชีวิตอยู่สมัย 600 ปีก่อน    โวเหวียนยัปเป็นคนเดียวใน 10 ที่ยังมีชีวิตอยู่

                                     

                                              นายพลโวเหวียนยัป 
         ผมติดใจรถจักรยานลำเลียงยุทธภัณฑ์แบบกองทัพมดในสงครามเดียนเบียนฟูมาก    และนี่คืออาวุธเดียวกันในการรบชนะศึกอเมริกัน

                                     

                         กองลำเลียงจักรยานในสงครามพิชิตเดียนเบียนฟู

         รูปวางแผนรบเดียนเบียนฟู   ฟามวันดง (เป็นนายก 32 ปี) โฮ  โวเวียนยัป  เจื่องจิน
         รูปกองทัพอาสาสมัครลำเลียงอาวุธถอดเป็นชิ้นส่วน ขนด้วยจักรยานจำนวนมากเป็นหญิง  
         คนเวียดนามภูมิใจเรื่องราวที่เวียดนามใช้จรวด SAM 2 (ทำในรัสเซีย) ยิงเครื่องบิน B 52 ของอเมริกันตก 34 ลำในช่วงเวลาที่อเมริกันทิ้งระเบิดปูพรมฮานอย 12 วัน 12 คืน ปี 1972   โดยนักบิน บี 52 คิดว่า SAM 2 ยิงได้สูงเพียง 12 กม. จึงบินสูงกว่านั้นนิดหน่อย   แต่เวียดนามพัฒนาสมรรถนะได้อีก 2 กม.   จึงสามรถยิง B 52 ได้   อ. เยืองเล่าว่าช่วงกลางคืนตอนนั้นในฮานอยสว่างเหมือนกลางวันจากพลุส่องสว่างที่เครื่องบินอเมริกันทิ้งลงมาเพื่อดูเป้า    เมื่อทิ้งระเบิดไประยะหนึ่งก็โทรศัพท์มาถามว่ายอมแพ้หรือยัง    เวียดนาตอบว่าไม่มีวันยอมแพ้   อเมริกันจึงต้องยอมแพ้เอง เพราะที่ทิ้งระเบิดปูพรมคือไพ่ใบสุดท้าย    ผมเชื่อในบาปบุญ และคิดว่าตราบาปนี้คงจะตามอเมริกันไปอีกนาน    ตราบาปในอิรักก็คงเช่นเดียวกัน
         Mig 21  ลำที่อยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ ยิงเครื้องบินสหรัฐตก 14 ลำ  ฝ่าม เติน เป็นนักบิน  เวลานี้เปน ผบ. ทอ. และเคยเป็นนักบินอวกาศคนแรกของเอเซีย 
 
บ้านโฮชิมินห์  และพิพิธภัณฑ์โฮชิมินห์ 
         โฮชิมินห์ (เกิด 1890) ตั้งพรรคอมมิวนิสต์เวียดนาม  2 กพ 1930   ออกจากเวียดนามเพื่อไปแสวงหาความรู้มาปลดปล่อยชาติเมื่ออายุ 21    และกลับเข้ามาปฏิวัติเมื่ออายุ 51   แสดงความมุ่งมั่นไม่ละความตั้งใจ    เคยมาอยู่ที่บ้านนาจอก  อ. เมือง  จ. นครพนม ปี 1928-9 เพื่อเขียนอุดมการณ์พรรค    ลุงโฮบอกว่าอย่าเอาอย่างตน 2 อย่าง คือ สูบบุหรี่  กับไม่แต่งงาน
         แม่ตายอายุ 32   ขณะพ่อกำลังเตรียมสอบจอหงวน พี่สาวต้องดูแลน้อง    เมื่อสอบจอหงวนได้ พ่อไปรับราชการที่ราชสำนักเมืองเว้    ต่อมาเบื่อ   ลาออกไปสอนแพทย์แผนโบราณ 
 
โบสถ์เสาเดียว 
         ค.ศ. 1010   พระเจ้าแผ่นดินฝันว่าเทวดาเอาแก้วมาให้   ได้ลูกชาย   จึงสร้างโบสถ์เสาเดียวเป็นไม้เวานี้เอาปูนโบกไว้   บนโบสถ์มีกวนอิมพันมือ 

วัดเวียดนาม
         เราเข้าไปดูวัดเวียดนามที่อยู่ติดกับโบสถ์เสาเดียวนั่นเอง    มีผู้หญิงสูงอายุมานั่งสวดนับลูกประคำกันอยู่แบบจีน
         วัดเขียนชื่อเป็นภาษาจีนเพื่อความศักดิ์สิทธิ์    ทุกวัดทำเหมือนกันหมด

         เราเดินดูสถานที่และเรียนรู้เรื่องเวียดนาม  โฮชิมินห์ จนหมดแรง จึงกลับไปอาบน้ำที่โรงแรม   การได้อาบน้ำช่วยให้ความสดชื่นกลับมา เพราะตลอดวันอากาศร้อนมาก  
         วันนี้เรากินอาหารเช้าที่โรงแรมถังลอย   อาหารเที่ยงที่ภัตตาคารเทียนไท   อาหารเย็นที่ภัตตาคารถั่งหลง   คือเปิดและปิดกิจกรรมการกินในฮานอยที่ภัตตาคารมังกรผงาดฟ้า (ถั่งหลง) นี้   ซึ่งดูจะเป็นมงคล เพราะมังกรหมายถึงสติปัญญา    เรามาแสวงหาสติปัญญาในการพัฒนาคุณธรรมของเด็กและเยาวชน     
         กินอาหารเย็นเสร็จ เราไปเดินดูของ หรือเดินเล่นริมทะเลสาบคืนดาบ รอเวลาสามทุ่มสิบห้า เพื่อเข้าคูหุ่นกระบอกน้ำ    ผมไปเดินรอบทะเลสาบกับคุณไพบูลย์ กลับมาที่โรงหุ่นกระบอกเวลาสองทุ่มสิบห้า   อ. เยืองระล่ำระลักเข้ามาบอกให้รีบเข้าไปดูเพราะตั๋วของกลุ่มเราเป็นรอบสองทุ่มสิบห้า   ผมเข้าไปได้ดูฉากที่ 7 คือเป็ดจับกบ  ไปจนจบฉากที่ 17 ระบำสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่  

หุ่นกระบอกน้ำ 
         ชาวนาหน้าน้ำไม่มีอะไรทำ   จึงทำหุ่นกระบอกน้ำเล่นกัน   เล่นกันมาเป็นพันปี    ในหุ่นกระบอกน้ำมีตัวเอกอยู่ 4 ตัวคือ  (1) สิงห์ - หมายถึงความกล้าหาญ  (2) เต่า – หมายถึงอายุยืน  (3) หงส์ - หมายถึงความงาม  (4) มังกร - หมายถึงสติปัญญา
         ฉากที่ 8 คือคนตกปลา  ฉากที่ 9 พิธีแห่จอหงวนกลับมาเยี่ยมบ้าน   ฉากที่ 10 ระบำสิงห์   ฉากที่ 11 ระบำหงส์   ฉากที่ 12 จักรพรรดิ์คืนดาบแก่เต่าศักดิ์สิทธิ์   ฉากที่ 13 เด็กเล่นน้ำ    ฉากที่ 14 แข่งเรือ   ฉากที่ 15 มังกรเล่นลูกแก้ว    ฉากที่ 16 ระบำนางฟ้า    ฉากที่ 17 ระบำสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่

                                 

                                       หุ่นกระบอกน้ำฉากคืนดาบ   
         สิ่งที่น่าพิศวงคือเขาชักหุ่นอย่างไร    ตอนจบทีมชักหุ่นจึงออกมาปรากฏตัวว่ามี  คน    ต้องแช่น้ำอยู่ตลอดเวลา 45 นาที    โดยมีคนบอกว่าเขาชักเชือกที่ร้อยอยู่ในท่อ ทำให้เชือกไม่พันกันยุ่ง
         โรงแสดงน่าจะจุคนได้สักสองร้อยคน    ผู้ดูเต็ม   อาจารย์เยืองว่าต้องจองเป็นเดือน

สวมแว่นส่องวิธีปลูกฝังคุณธรรมเด็กเวียดนาม  : (1)

สวมแว่นส่องวิธีปลูกฝังคุณธรรมเด็กเวียดนาม  : (2)

วิจารณ์ พานิช
๑๔ พค. ๔๙

               

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 28841
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)