แนวทางปฎิบัติงานของกลุ่มออมทรัพย์ธนาคารชุมชนน้ำริน2

ระเบียบข้อบังคับ

แนวทางการปฏิบัติงาน

สำหรับ คณะกรรมการผู้บริหาร, สมาชิกสามัญ,สมาชิกสมทบ และประชาชนในชุมชน

หมวดที่ 1.   ชื่อ / ที่ตั้งสำนักงาน

 1.1       วิสาหกิจชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ ธนาคารชุมชนน้ำริน 2  

1.2        ที่ตั้งสำนักงาน   เลขที่  377/3  หมู่ที่ 25  ตำบลบ้านกลาง  อำเภอวังทอง  จังพิษณุโลก  รหัส 65220   โทร. 06-2091577

 

หมวดที่ 2.  ประเภทกิจการ

2.1  เป็นกิจการของกลุ่มองค์กรภายในชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียงที่เข้าร่วมโครงการ

                  -   ลักษณะประกอบการ  *  วิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ปี พ.ศ.2548

                  -   เป็นศูนย์กลาง หรือองค์กรกลุ่มในการฝึกการเรียนรู้เรื่องการออมทรัพย์

                  -   เป็นศูนย์กลางเรียนรู้และส่งเสริมการประกอบอาชีพของสมาชิกและประชากรในท้องถิ่น สนับสนุนโครงการภาครัฐเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มีความเป็นอยู่แบบพอเพียง

                  -   สร้างเสริมความเข็มแข็งการพึ่งพาตนเองของสมาชิกกลุ่ม ลดปัญหาด้านหนี้สินนอกระบบ ตลอดจนการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ของสมาชิกและประชาชนในท้องถิ่น

            -    เป็นกิจการที่มุ่งการให้บริการแก่สมาชิกและเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างกลุ่ม สมาชิก กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน หรือ ภาครัฐก็ตาม

 

หมวดที่ 3. วัตถุประสงค์กิจการ

3.1  เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนและการเรียนรู้ในการประกอบอาชีพตลอดจนการสร้างงานเพิ่มพูนรายได้ให้แก่สมาชิกภายในชุมชนและบุคคลทั่วไปเพื่อพัฒนาอาชีพ

3.2  เป็นแหล่งเรียนรู้และการฝึกการออมทรัพย์ ในลักษณะสะสมเงินออมแบบ  การออมสัจจะ

3.3  เป็นที่พึ่งยามฉุกเฉินกรณีประสบปัญหาทางด้านการเงินโดยการให้สมาชิกกู้ยืมเงินในกรณีฉุกเฉินต่างๆ ตลอดจนให้โอกาสผู้ที่ต้องการพัฒนาอาชีพหรือการประกอบอาชีพหลักและอาชีพเสริมของสมาชิกภายในกลุ่ม

3.4 เป็นกิจการที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยการคืนเงินปันผลที่กิจการมีรายได้คืนแก่สมาชิกประจำทุกปีตลอดจนสมาชิกมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเสนอแนะปรับปรุงให้กิจการมีการพัฒนา มีความเข้มแข็งมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองได้

 

หมวดที่ 4. คุณลักษณะประเภทของสมาชิก

4.1  สมาชิกประเภท สมาชิกสามัญ  (คือสมาชิกที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันและร่วมกิจกรรมกลุ่มได้ตลอดเวลาในทุกเรื่องกิจกรรมที่กลุ่มจัดให้มีขึ้นตามความจำเป็นและสำคัญ)

4.2  สมาชิกประเภท สมาชิกสมทบ (คือสมาชิก วิสามัญ เป็นสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มด้วยความสัทธาต่อกิจการของกลุ่มและขอสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกแต่มีถิ่นที่อยู่นอกชุมชน)

 

4.3 ประชาชนและบุคคลทั่วไปที่ขอเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่ม แต่ไม่เป็นสมาชิก มีความต้องการเพียงการออมทรัพย์ไว้กับกลุ่มเท่านั้นเพื่อความสะดวกในการถอนใช้สอย

 

หมวดที่ 5. ว่าด้วย หุ้นส่วน การลงหุ้น

5.1   หุ้นส่วน หมายถึง  บุคคลที่ร่วมสัญญาว่าจะ หรือ ร่างกฎระเบียบร่วมกันเพื่อเอื้อประโยชน์กันและกันอันพึงได้และผลเสียร่วมกันในกิจการ,หรือธุรกิจที่ประกอบร่วมกัน ที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปลงนาม และจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามกฎหมายใด ๆ อันพึงมี

5.2   การร่วมหุ้น ในแต่ละหุ้นส่วนสามารถที่จะร่วมลงทุนหรือร่วมหุ้นมากน้อยขึ้นอยู่กับความประสงค์ของหุ้นส่วนแต่ละคนโดยไม่จำกัดจำนวน

5.3   การขอเพิ่มหุ้น หรือ ลดหุ้นจะพึงปฏิบัติได้ต่อเมื่อสิ้นปีบัญชีเสียก่อนและต้องแจ้งให้หุ้นส่วนทราบร่วงหน้าอย่างน้อยระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

5.4   หุ้นส่วนแต่ละหุ้น หรือ หุ้นของบุคคลในหุ้นส่วนให้ถือว่าเป็นเสมือนหนึ่ง มรดก ของหุ้นส่วนนั้นๆ หากหุ้นส่วนใดๆมีอันล้มหายตายไปให้โอนหุ้นส่วนนั้นๆแก่ทาญาติได้ตามกฎหมาย

5.5   ความรับผิดชอบต่อกระบวนการบริหารจัดการของธุรกิจไม่ว่าจะได้ผลแห่งกำไร หรือ ผลแห่งการขาดทุนและต้องชดใช้หนี้สินที่เกิดขึ้นในระหว่างการประกอบธุรกิจให้หุ้นส่วนแต่ละรายรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด ตามกฎหมาย

5.6   ทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดที่ใช้ในการประกอบกิจการให้ถือว่าเป็นของส่วนกลางผู้ใดจะยักยอกหรือซื้อขายแลกเปลี่ยนมิได้เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบของหุ้นส่วนเสียง 3 ใน 4 ของหุ้นส่วนทั้งหมด

5.7   การขอถอนหุ้น ของหุ้นส่วน จะมีสิทธิรับค่าหุ้นพร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นภายในปีบัญชีนั้นๆ ส่วนทรัพย์สินอื่นใด จะส่วนแบ่งมิได้ เว้นแต่จะเลิกกิจการทั้งหมด หรือ เสียง 3 ใน 4 ของหุ้นส่วนทั้งหมดแต่ต้องขอรับหลังจากการชำระหนี้ให้หมดเสียก่อน

5.8   การถอนหุ้น ให้กระทำได้ต่อเมื่อ สิ้นปีบัญชี ตามข้อ 5.3  จะถอนทั้งหมดมิได้ให้คงไว้อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมดของหุ้นส่วนนั้น ๆ เว้นแต่เสียง 3 ใน 4 ของหุ้นส่วนเห็นด้วย

5.9   อัตรามูลค่าหุ้น

                -   ใน  1  หุ้น  ให้มีมูลค่า หุ้นละ  500- บาทถ้วน

                -    ผู้ถือหุ้นที่มีจำนวนหุ้นตั้งแต่ 20  เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปของหุ้นทั้งหมดของกิจการที่ประกอบการอยู่ ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นคณะกรรมการบริหารธุรกิจโดยมีสิทธิใด ๆ อันพึงเกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและภายหลังและมีสิทธิมีเสียงในการแสดงข้อคิดเห็นเกี้ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจได้

5.10   การแบ่งผลกำไรที่เกิดขึ้นแก่หุ้นส่วนให้แบ่งได้เมื่อสิ้นปีบัญชีและได้แสดงงบการเงินให้แล้วเสร็จเสียก่อนดังนี้

                -   กำไร                  ลบ  ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  เช่น  ค่าจ้างแรงงาน,ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด,จ่ายดอกเบี้ยแหล่งเงินทุน                     หักไว้เพื่อเป็นทุนสมทบธุรกิจ  40  เปอร์เซ็นต์               ที่เหลือแบ่งปันตามส่วนต่างๆ ของหุ้นส่วน  60 เปอร์เซ็นต์

 

 

 

หมวดที่ 6. ว่าด้วยค่าจ้างแรงงาน  ( ให้ใช้อัตราค่าจ้างแรงงานภาคผนวก 3 แทน หมวดที่ 6ก่อน)

6.1   อัตราค่าจ้างแรงงาน ให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงแรงงาน แต่ในเบื้องต้น( ปี 2549-2550 ) ให้กำหนดดังนี้  

                  -  ค่าตอบแทนคณะกรรมการผู้ปฏิบัติงานคิดให้จากสูตรดังนี้

ใช้อัตราส่วนเฉลี่ยวันละ 500-บาท ต่อ สัปดาห์ หารด้วยจำจวนผู้มาปฏิบัติงาน ณ วันนั้น ๆ

 

เช่น    เดือนมีนาคม มีผู้มาทำงาน 4  คน อยากทราบว่าจะได้ค่าตอบแทนวันละเท่าไร?  และแต่ละคนจะได้รับเงินกี่บาท ?

                    วิธีคิด      จากสูตรกำหนดว่าค่าจ้างแรงงานคิดให้สัปดาห์ละ500-บาท  เพราะฉะนั้นใน  1  เดือน  ตั้ง  500  x  4    =  2,000- บาท

สัปดาห์ละ    500   % 4 =    125 บาท ( ได้ค่าจ้างแรงงานวันละ 125 บาท )

ใน 1 เดือนมี 4 สัปดาห์    =    125  x  4   =  500 บาท ( ได้ค่าตอบแทนคนละ 500- บาท ในเดือนมีนาคม )

                  -  ค่าจ้างแรงงานบุคคลภายนอกคิดให้วันละ  100- บาท ( หรือตามแต่เห็นสมควร )

                  - การจ่ายค่าตอบแทนจะจ่ายต่อเมื่อสิ้นปีบัญชีแล้วเท่านั้น เว้นแต่เป็นการจ้างบุคคลภายนอก( เว้นแต่ที่ประชุมคณะกรรมการทั้งหมดเห็นชอบ )

                  -  การปฏิบัติงานให้เปิดทำการทุก ๆ วัน เสาร์ ตั้งแต่เวลา 7.30 น. ถึง 17.30 น.

                  -  การคิดค่าตอบแทนกรรมการคิดให้เฉพาะผู้ที่มาปฏิบัติงานจริงเต็มเวลาทำการเท่านั้น

6.2   การปฏิบัติงานในหมวดว่าด้วยการจ้างแรงงานตามประกาศกฎหมายแรงงานให้ปฏิบัติต่อเมื่อได้ทำการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย(หรือตามแต่กรณีสมควร)

 

 หมวดที่ 7. ว่าด้วยบุคคลที่เป็นหุ้นส่วน

 หุ้นส่วนประกอบไปด้วย(  ปี  2549  )  เบื้องต้น

              7.1 นาย สมนึก                 กอนมน          ถือหุ้น ปี 2549 จำนวน  20   หุ้น

              7.2 นาย สว่าง                   เพียปลัด                                               24   หุ้น

              7.3  นาย คงคา                  ครสิงห์                                                  6    หุ้น

              7.4  นาย ธรรมเนียม          กาขัน                                                    0    หุ้น

              7.5  นาง สะอาด                สีหะวงค์                                               2    หุ้น

              7.6  นาย หนูลิตร์              ใจลิน                                                     0   หุ้น

              7.7  นาง ยุพิน                   ใจลิน                                                     0     หุ้น

              7.8  นาย สุ พี                     รอบรู้                                                    0     หุ้น

              7.9 นาง ทองเย็น                กอนมน                                               22    หุ้น

              7.10  นาย ลากรี                 แสนเรืองเดช                                         2    หุ้น

                             รวมหุ้น                                                           76    หุ้น

                                            รวมเงิน หุ้นละ 500- คูณ  76  เท่ากับ        38,000- บาท

หมายเหตุ   ให้โอนเงินที่ฝากไว้เพื่อสมทบเป็นเงินหุ้นได้ แต่จะต้องไม่ได้กู้เงินในระบบของกลุ่มหรือเป็นสมาชิกที่ขอสินเชื่อประเภทเงินกู้ของกลุ่ม

หมวดที่ 8  ว่าด้วย คณะกรรมการบริหารกิจการ

8.1   ประธานกรรมการบริหารกิจการกลุ่ม    มีหน้าที่วางแผนงานตลอดจนนโยบายการบริหารงานต่างๆที่เกี่ยวข้อกับกิจการ พิจารณาเพิ่มหรือลด กฎระเบียบข้อบังคับของกิจการ และอำนาจการตัดสินใจจัดการหรือการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการหุ้นส่วน และสมาชิก เรียกกรรมการจัดประชุมสามัญประจำปี หรือ วิสามัญตามความจำเป็นเร่งด่วน

8.2   รองประธาน    มีภารกิจที่สามารถปฏิบัติงาน , เป็นตัวแทนที่ทำการแทน หรือการอื่นใดที่ประธานมอบหมาย เพื่อเอื้ออำนวย หรือ อำนวยการให้กิจการดำเนินการได้ตามปกติ

8.3   เลขานุการกรรมการ   ประหนึ่งตัวแทนของกิจการมีภาระหน้าที่ปกป้องสร้างสรรค์ จดบันทึก จัดระเบียบและปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรกลุ่ม ฯ

8.4   เหรัญญิก     หน้าที่รับผิดชอบเกี้ยวข้องระบบการเงินในกิจการ กิจกรรมขององค์กรตลอดจนการบัญชีที่เกี้ยวข้องทั้งหมดของหน่วยงานตามที่ได้รับมอบหมาย

8.5   ประชาสัมพันธ์    ภาระหน้าที่รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ สื่อกลางระหว่างสมาชิกับองค์กรเพื่อสร้างความเข้าใจและสัมพันธ์ภาพต่อกันของบุคคลในองค์กร  และ นอกองค์กร  แนะนำส่งเสริมกิจกรรมของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ของหุ้นส่วนและองค์กร

8.6   ฝ่ายส่งเสริมการตลาด    มีหน้าที่เอื้ออำนวย บริการ เพื่อให้การบริหารงานขององค์กรดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยสมบูรณ์ ตลอดจนหน้าที่การประชาสัมพันธ์งานขององค์กรให้สอดคล้องกับระบบแผนงานที่ตั้งไว้

8.7   เจ้าหน้าที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้สิน    ภารกิจหน้าที่ในการออกติดตาม ทวงถาม  เรียกเก็บ และรับมอบอำนาจจากองค์กรให้เป็นโจทย์ หรือกระทำการอื่นใดที่รับมอบหมายเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์สูงสุดขององค์กร

8.8   ฝ่ายตรวจสอบ   ภารกิจ หรือ อำนาจในการตรวจสอบความถูกต้องและรับรองแผนงานที่ได้กระทำการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกระบบองค์กรเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของหน่วยงาน และ รับมอบอำนาจจากองค์กรให้ทำการตรวจสอบประวัติบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกระบบหน่วยงานเพื่อวิเคราะห์ และจัดส่งให้ผู้เกี่ยวข้องขององค์กรต่อไป

 

8.9    คณะกรรมการประกอบไปด้วยบุคคลและตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้

8.9.1 นาย สรวีย์   กอนมน           ตำแหน่ง             ประธานกรรมการบริหารงานองค์กร

8.9.2 นาย ลากรี    แสนเรืองเดช   ตำแหน่ง              รองประธานกรรมการ

8.9.3นาย สุวิทย์  สีหะวงค์          ตำแหน่ง               เลขานุการกรรมการ

8.9.4 นาย คงคา       ครสิงห์        ตำแหน่ง