CRCN = Clinical Research Collaboration Network หรือชื่อภาษาไทยว่า เครือข่ายวิจัยคลินิกสหสถาบัน เวลานี้อยู่ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมวิจัยทางการแพทย์ โดยมี ศ. นพ. ธาดา ยิบอินซอยเป็นประธานมูลนิธิ เอาชื่อมาบอก เพื่อรับประกันการทำงานเพื่อสังคม
หลังการคุยกับ ศ. นพ. ปิยทัศน์ ทัศนาวิวัฒน์ ผู้อำนวยการเครือข่าย และ ภก. ดร. กนกรัตน์ ลือวรศิริกุล ผู้จัดการเครือข่ายวิจัยคลินิกสหสถาบัน เมื่อวันที่ ๑๓ ก.ค. ๕๒ ผมเกิดความรู้สึกว่า เงินที่ใช้ไปกับ CRCN มีความคุ้มค่าสูงมาก เมื่อเทียบกับเงินที่หน่วยราชการต่างๆ ใช้
ศ. ปิยทัศน์ กำลังเสนอ CRCN เข้าไปเป็น Center of Excellence ในสังกัด สบร. ของ สกอ. โดยมี ศ. นพ. เกียรติ รักษ์รุ่งธรรมเป็นหัวหน้า ผมจึงรู้สึก “คัน” อยากเห็นการประเมินผลการใช้เงินอย่างเข้มงวด ว่าการใช้เงินของ CRCN มีประสิทธิผลแค่ไหนเมื่อเปรียบเทียบกับ ศูนย์ความเป็นเลิศแต่ละศูนย์ที่อยู่ภายใต้ สบร. เราจะได้หาทางใช้เงินหลวง (ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเงินภาษีอากรจากราษฎร์) ให้คุ้มค่าที่สุด จากการประเมินนี้ ถ้า CRCN คุ้มค่าเท่า หรือคุ้มค่ากว่าศูนย์ความเป็นเลิศที่มีอยู่แล้ว สบร. ก็น่าจะได้รับเงินสนับสนุนจาก สบว. แต่ถ้า CRCN สู้ไม่ได้ ก็ย่อมไม่ได้รับการสนับสนุน
ทำให้นึกต่อไปอีก ว่า มหาวิทยาลัยต่างๆ น่าจะรวมตัวกันทำวิจัยความคุ้มค่าของโครงการต่างๆ ที่นักการเมืองและหน่วยราชการชอบริเริ่มกันนัก โดยหลายโครงการสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นช่องทางหารายได้เข้ากระเป๋าคนบางคนหรือบางพรรค ผมคิดว่านักวิชาการต้องกล้าทำงานวิจัยเพื่อตรวจสอบการใช้เงินของชาติ
รูปแบบการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะที่ไม่ใช่หน่วยราชการ อย่าง CRCN เป็นรูปแบบที่ผมเชื่อว่าใช้เงินของบ้านเมืองคุ้มค่ากว่าหน่วยราชการ จึงเอามาเผยแพร่และหาแนวร่วมในการเลือกสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า
วิจารณ์ พานิช
๓ ส.ค. ๔๑
ข้าราชการไทยเกินกว่าหกสิบเปอร์เซนต์ที่ใช้เงินหลวงอย่างสุรุ่ยสุร่าย...เป็นที่น่าเสียดาย เพราะการที่นำมาใช้น่าจะเกิดคุณค่า ... กะปุ๋มได้เรียนรู้เรื่องการใช้เงินในการทำงานจากเรื่องและวิถีการงานโดยได้อาจารย์เป็นต้นแบบที่ดีในเรื่องนี้ค่ะ
แรงบันดาลใจ...ในเรื่องนี้ได้จากองค์พระหลวงตามหาบัวและองค์ในหลวง รวมถึงเห็นอาจารย์ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะในการบริหาร สคส. ที่ทำให้กะปุ๋มได้แนวคิดที่ดีมาเล่าต่อสู่น้องๆ ให้ยึดถืออาจารย์เป็นต้นแบบในเรื่องนี้ค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
(^__^)
กะปุ๋ม
ผมไม่เห็นด้วยที่จะเปิด การศึกษาระัดับปริญญาตรีสำหรับวิทยาลัยอาชีวะศึกษา ด้วยเหตุผลดังนี้
1) ระดับการศึกษาของครูในวิทยาลัยไม่สูงพอจะประสาทปริญญาได้
2) เป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลที่จะสอนปริญญาตรีสายอาชีวศึกษา เท่ากับว่างบประมาณที่จะมุ่งไปที่ความเป็นเลิศจะไม่พอเพราะต้องกระจายมาให้ หน่วยงานใหม่ที่เปิดสอนปริญญาตรีของวิทยาลัยอาชีวะศึกษา เท่ากับว่า ไม่มีความเป็นเลิศ แต่ห่วยกระจายทุกหนแห่ง
3) ผมคิดว่า วิทยาลัยอาชีวะศึกษาควรทำการเรียนการสอน ระัดับปวช ปวส ให้เป็นเลิศของประเทศดีกว่า ไปหวังที่จะเป็นวิทยาลัยที่สอนระัดัยปริญญาตรี ไม่ใช่ว่าทุกสถาบันจะต้องสอนปริญญาตรีเหมือนกัน ทำหน้าที่ของตนเองให้เป็นเลิศดีกว่าครับ