
ปอนดิเชอรีนี้....มีความหมาย
โอ้ปอนดิ เชอรี ซิเบลวิล (si belle ville)
ต้นตาลลิ่ว ทิวทัศน์วาด หาดแสนใส
ฟ้าสีคราม ยามคนึง ถึงอุ่นใจ
พี่อยากให้ เจ้ามาอยู่ เคียงคู่กาย
ทุ่งนาเกลือ เรือริมท่า น่าดูยิ่ง
นั่งแอบอิง ริมทะเล เท่ห์ไม่หาย
กินครัวซองส์ ลองชอคโก(แลต) โก้กินไวน์
แสนสุขกาย มายปอนดิ เชอรีวิลล์
เมืองสงบ พบพระธรรม ล้ำเลอค่า
เป็นเมืองท่า พาจิตใส ในกสิณ
ขาดจากโลก ภายนอก ไม่อาจิณ
เป็นทรัพย์สิน ถิ่นเมืองใต้ เจนไนเอย
วันฝนตกที่เดลี บรรยากาศสะอาดสดชื่น อดไม่ได้ที่จะชวนไปเยือนเมืองปอนดิเชอรี Pondicherry กันสักหน่อย เมืองที่เป็นฝรั่งเศสจ๋า แสนจะโรแมนติคตั้งอยู่ชายทะเลฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ในรัฐทมิฬนาดูทางตอนใต้ของอนุทวีปอินเดียหรือดินแดนภารตะ จากเดลีเมืองหลวงทางเหนือก็ลงมาทางใต้ไม่ไกลเท่าไหร่ เพียงแค่สองพันกว่ากิโลเมตรเอง ถ้าจะเดินทางโดยเครื่องบิน เส้นทางที่สะดวกที่สุดจากเดลีคือผ่านทางเจนไน
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ปอนดิเชอรีเป็นเมืองที่พิเศษ เพราะฝรั่งเศสปกครองอยู่เป็นเวลานานและวางรากฐานอะไรต่อมิอะไรมากมาย เรียกว่าทุกวันนี้ยังมีกลิ่นไอของครัวซองส์ เนยแข็งและไวน์ฝรั่งเศสอยู่มาก </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ผมไปปอนดิเชอรีด้วยภาพวาดในใจที่ได้มาจากการหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตซึ่งได้ภาพที่ดูน่าตื่นเต้นถึงความพิเศษของเมืองชายทะเลนี้ ยอมรับว่าสำนักงานการท่องเที่ยวเมืองปอนดิเชอรีทำงานได้ดีจริงเพราะข้อมูลที่เผยแพร่และแจกทั่วไปครบถ้วน น่าอ่าน ภาพเมืองสวยงามมาก และดึงดูดให้ไปเที่ยวจริงๆ แค่เห็นภาพชายทะเลที่สงบเงียบก็อยากจะไปบินในวันรุ่งขึ้นเลย </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">จากข้อมูล ช่างเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง เรียกว่ามีความโรแมนติคแบบฝรั่งเศสก็ว่าได้ ภาพที่ผมมองเห็นในใจคือเป็นเมืองคนขาวที่มีฝรั่งมาตั้งรกรากและใช้ชีวิตอย่างเสรี</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">จากเจนไน ผมเลือกเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ถนนจากเจนไนไปปอนดิเชอรีนั้นเป็นถนนเลียบฝั่งตะวันออก มีสภาพถนนดีมาก จนทำให้สามารถขับได้เร็วและมักเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">สภาพบ้านเรือนสองข้างทางถนน ต้องบอกว่าน่าดู เป็นบ้านเรือนคล้ายตึกแถวที่เรียบง่ายมีต้นตาล ต้นมะพร้าวนาข้าวและนาเกลือ โดยเฉพาะนาเกลือที่มองดูทีไรก็อดนึกถึงและได้ยินสียงเพลงลูกทุ่งหนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือดังแว่วมามิได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ก่อนเข้าเขตปอนดิเชอรีจะเห็นศาลาสีขาวที่เป็นเหมือนประตูเมืองตั้งตระหง่านอยู่กลางถนน สภาพบ้านเมืองที่เห็นต้องบอกว่ามี 2 เขตที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง คือส่วนที่เป็นของคนท้องถิ่นอยู่ ก็เป็นบ้านเรือนเรียบง่ายธรรมดาๆ ไม่ต่างจากบ้านคนจนในเมืองอื่นๆ กับอีกส่วนที่เป็นเขตของคนฝรั่งเศสในสมัยดั่งเดิม ซึ่งเขตฝรั่งเศสนั้นไม่ใหญ่เลย เป็นพื้นที่ติดชายทะเลส่วนเดียว แต่ก็ทำได้ดีมาก ผังเมืองลงตัวแบ่งเป็นบล๊อค เรียงรายอยู่ติดกับถนนติดชายทะเล ชายหาดนั้นสวยงาม ด้วยทรายสีทองละเอียด มีศาลาไม้ทรงกลมมุงจากเล็กๆ ตั้งเรียงรายอยู่เป็นระยะ เป็นที่ให้หนุ่มๆสาวๆมานั่งพลอดรักหรือจะหย่อนใจกันก็ไม่ผิด ถนนเลียบชายหาดนั้นสะอาดเรียบร้อย ไม่มีที่ติ ราวกับอยู่เมืองริมทะเลต่างอากาศของฝรั่งเศสแถวเมืองนิสหรือคานส์ก็มิปาน </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">อาคารริมทะเลในเขตฝรั่งเศสหรือที่เรียกได้ว่าเป็นวิลล่านั้นส่วนใหญ่ทาด้วยสีขาวหรือโทนเหลืองอ่อนเป็นหลัก จึงดูสะอาดตา คนเมืองปอนดิเชอรีภูมิใจในความสวยงามของเมืองมากกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเมืองปอนดิเชอรีนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้สำคัญของเมือง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ผมนั่งรถผ่านเขตเมืองคนท้องถิ่นของปอนดิเชอรี เห็นตำรวจจราจรทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ก็ทำให้นึกถึงชุดตำรวจสมัยอาณานิคม คือใส่หมวกแก็ปสีแดงและชุดสีน้ำตาลอ่อนเหมือนในสมัยอาณานิคม ในขณะที่บ้านเรือนของชาวบ้านยังอยู่ในสภาพเป็นพื้นเมืองดั่งเดิม </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ผมได้พบคนอินเดียหลายคน ก็พบว่ามีสัญชาติฝรั่งเศส ที่น่าทึ่งก็คือคนเหล่านี้พูดภาษาฝรั่งเศสคล่องราวกับคนฝรั่งเศส และในปัจจุบันคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่มีการศึกษาดีเพราะส่วนใหญ่ได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศสซึ่งแน่นอนว่ามีความเป็นฝรั่งเศสเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เท่าที่ได้สนทนากัน (ด้วยภาษาฝรั่งเศส) พวกนี้ใช่เลย คิดก็เป็นฝรั่งเศส แต่งตัวก็เป็นฝรั่งเศส ทานอาหารฝรั่งเศส ร้องเพลงฝรั่งเศสและชื่นชมวัฒนธรรมฝรั่งเศสทุกอย่างสมกับเป็นคนในกลุ่มคนฝรั่งเศสโพ้นทะเลซึ่งมีสิทธิ์มีเสียงในทางการเมืองในประเทศฝรั่งเศสด้วย </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ชื่อถนนหนทางในเขตฝรั่งเศสเป็นชื่อภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด มีโรงแรมขนาดเล็กทันสมัยหลายแห่ง บรรยากาศในโรงแรมนั้นตกแต่งได้สวยงามไม่ผิดจากโรงแรมในฝรั่งเศสเลย </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">มาปอนดิเชอรีแล้ว ถ้าไม่รู้ประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในอินเดียก็คงเสียเที่ยว จึงขอนำประวัติศาสตร์สั้นๆ ช่วงที่เกิดเมืองปอนดิเชอรีมาฝากกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center">
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองปอนดิเชอรีเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1673 นายฟรองซัว มาร์ตินได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองตามสนธิสัญญาริสวิก (Ryswick) เมืองนี้มีความเงียบสงบมาประมาณ 250 ปี จนกระทั่งถึงปี 1742 เมื่อนายโจเซฟ ฟรองซัว ดูเปล็กซ์ เป็นผู้ปกครองของฝรั่งเศสอินเดีย ในช่วงเวลาเดียวกัน เกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและอังกฤษ ด้วยสถานการณ์ในยุโรปและความทะเยอทะยานของนายดูเปล็กซ์ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างอังกฤษ-ฝรั่งเศสในอินเดีย ทำให้ตลอดเวลา 70 ปี ปอนดิเชอรีอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจยุโรปทั้งสอง ในท้ายที่สุด ปอนดิเชอรีตกเป็นของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1814-1954 ซึ่งเป็นช่วงที่อินเดียได้รับเอกราช </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ปอนดิเชอรีในช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ได้รับอิทธิพลและวัฒนธรรมฝรั่งเศสในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ ซึ่งยังคงอยู่และมีให้เห็นมาจนทุกวันนี้ เช่น อาคารบ้านช่อง สวน โรงแรม รวมทั้งเครื่องแบบตำรวจจราจร เป็นต้น </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">สิ่งที่ทำให้ปอนดิเชอรีเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกได้แก่เอกลักษณ์ทางด้านจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นอาศรมศรี โอโรบินโด (Sri Aurobindo) ตั้งขึ้นในปี 1926 ซึ่งเป็นสถานที่ผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณ โยคะ และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ นอกจากนั้นก็มีเมืองออโรวิล Auroville ที่มีเอกลักษณ์เป็นเมืองในอุดมคติ หรือเมืองในอนาคตของมนุษยชาติ ที่หวังว่าจะอยู่ด้วยกันอย่างสันติ </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ผมไปแวะชมแล้วก็ต้องบอกว่าเมืองปอนดิเชอรรีเป็นเมืองที่ไม่ใช่สำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเฉพาะคนที่มีความลึกซึ้งทางด้านจิตใจเพราะจะทำให้มองเห็นสาระของสิ่งเหล่านี้ ที่แฝงอยู่ในสิ่งแวดล้อมของเมือง มิฉะนั้นก็จะเห็นเพียงเมืองที่ธรรมดาทั่วไปไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ ในอินเดียตอนใต้</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">สำหรับคนทั่วไปโดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ปอนดิเชอรีมีเทศกาลต่างๆ ที่สร้างสีสันให้เหมือนกัน เช่น เทศกาลหน้ากากที่ผู้คนแต่งกายหรูหราเต้นรำไปตามถนนพร้อมทรัมเป็ตและแอคคอร์เดียน ซึ่งจัดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และช่วงวันส่งท้ายวันบาสตีล (Bastille Day) 14 กค. จะมีทหารที่เกษียณแต่งชุดทหารเดินพาเหรด ร้องเพลงชาติฝรั่งเศสและเพลงชาติอินเดีย </p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ขากลับเจนไน ผมได้แวะที่โรงแรม Asiana ซึ่งมีแม่ครัวไทยทำงานอยู่ 2 คน จึงได้มีโอกาสทานอาหารไทยรสชาติอร่อยถูกใจ ทำให้หายคิดถึงบ้านไปได้โข</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;">ปอนดิเชอรี เมืองที่มีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใครในอินเดียและในโลก เป็นเมืองที่ผมเห็นว่าน่าไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและจิตวิญญานเป็นหลัก โดยเฉพาะคนที่ชอบทะเล ชอบสีฟ้าครามของท้องฟ้าและน้ำทะเล ชอบสีขาวของตึกริมทะเล ชอบความสงบด้วยสายลมและแสงแดด ชอบอาหารฝรั่งเศสและบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน เห็นสาวๆ ฝรั่งเศสผมสีทองนั่งจิบกาแฟตามร้านริมทางหรือไม่ก็ถีบจักรยานไปตามชายหาด ก็คุ้มค่าที่จะไปปอนดิเชอรีครับ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center">………………………………………….. </p>
สุริยา ลาวัลย์ ผ่านผิวน้ำ
ฟ้ามืดคราม โรยตัว ทั่วแห่งหน
เหลือเพียงหมาย ปลายฟ้า น่ายิลยล
นฤดล บรรเลง เพลงเภตรา
ภาพสวยงาม วิจิตร เจริญจินต์
ถูกบดบัง หมดสิ้น เสน่หา
หยาดน้ำเพชร เกร็ดทอง ละออตา
ผืนคงคา ถูกคลุมคลี่ ด้วยสีนิล
เมื่อภาพสวย เลือนหาย ในราตรี
คงแต่เสียง ดนตรี กวีศิลปื
ธรรมชาติ ประสาทพร ปอนดิเชอรีซิเบลวิล
เสมือนถิ่น สวรรคา สุราลัย
จึงตั้งจิต ผู้ใด ได้พบเห็น
ขอจงเป็นภาพจำ นำวิสัยน์
มีโอกาส เยือนถิ่น อจิณไตย
มโนมัย สมหวัง อย่างแน่นอน
.................................................
ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆ มาให้ได้รับรู้ รับชม
สวัสดีค่ะ
ตันติราพันธ์
สาธุ ช่วงนี้งานเยอะมาก
ขอบใจที่แวะมาทักทายและแต่งกลอนประกอบภาพ
สวัสดีค่ะ
ครูตา ลป.
สวัสดีครับคุณครู
ยินดีต้อนรับสู่การผจญภัยในโลกกว้างครับ
กายยังไปไม่ได้ เอาจิตไปท่องเที่ยวก่อนนะครับ จะพยายามนำมาเสนอต่อไปครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน