ในทุกๆ วงการของการทำงาน ... มีเรื่องราวที่คล้ายกันและสอดคล้องกัน อย่างไม่แตกต่างกันมากนัก

คือ กลุ่มคนที่ทำงาน เพื่อตนเอง

และกลุ่มคนที่ทำงานเพื่อผู้อื่น...

กลุ่มคนที่ทำงานเพื่อผู้อื่นจะเป็นคนทำงานแบบเงียบ แต่กลับกลายเป็นพลังเงียบที่ยิ่งใหญ่ที่นำการเปลี่ยนแปลงที่เคลื่อนไปในเชิงพัฒนามากขึ้น เจริญขึ้น ซึ่งความเจริญนี้มีเกิดขึ้นนับตั้งแต่ภายในจิตใจของคนทำงานเอง กลุ่มนี้ค่อนข้างจะมีความคิดที่สร้างสรรค์ มีพลังงานมากมาย มีความอดทนต่อปัญหาและอุปสรรค มีความตั้งใจ รวมแล้วอาจเรียกได้ว่า มีอิทธิบาทสี่ครบ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ... ที่มีศรัทธาเป็นตัวนำ

คนหน้างานหลายคนที่วิ่งหาตนเองจากการทำงานที่ตนเองทำ หาเจอบ้างไม่เจอบ้าง

คนที่หาเจอก็จะก้าวเดินไปด้วยใจที่มุ่งมั่น ทำงานนั้นด้วยใจของตนเองเป็นเครื่องหนุนนำ

งานที่ทำเพื่อผู้พิการทางจิต ที่หมายรวมครอบคลุมไปในผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต จนถึงปัญหาทางด้านจิตเวช ปีนี้การทำงานเป็นรูปร่างชัดเจน และขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม ข้าพเจ้าได้มองเห็นกระบวนการทำงานที่เชื่อมต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและชาวบ้านเอง โดยชาวบ้านหรือภาคประชาชนเป็นแกนนำในการขับเคลื่อน ส่วนเจ้าหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและเอื้ออำนวยให้การทำงานนี้สามารถดำเนินไปได้

เป็นการทำงานแบบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน

คุณเปี๊ยกหรือคุณกฤษดา ประธานชมรมผู้พิการทางจิต ที่ปีนี้มีความตั้งใจว่าจะผลักดันให้เกิดเป็นมูลนิธิ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจมากในการขับเคลื่อนการทำงานครั้งนี้ คุณเปี๊ยก - เป็นผู้มีจิตอาสาที่มาทำงานทางด้านสาธารณสุข หลายครั้งหลายคราที่พาน้องหนุ่ย - สุภาภรณ์ จันทร์สามและเครือข่ายสุขภาพจิตและยาเสพติดออกติดตามหาผู้ป่วยที่มีอาการอาละวาดและคลุ้มคลั่ง และมีอาการทางจิตร่วมด้วย...

เป้าหมายของการทำงานครั้งนี้

คือ เราปรารถนาที่อยากจะคืนคนดีกลับสู่สังคม ผู้ป่วยสุขภาพจิตและจิตเวชได้รับการฟื้นฟู และสามารถดำรงชีวิตสู่วิถีประจำวันได้อย่างปกติ

คุณเปี๊ยก และพี่เนตร มาหารือร่วมกัน

ต่อทิศทางการขับเคลื่อนชมรมเพื่อนรักเพื่อน เพื่อผู้พิการทางจิต