เราจะบูรณาการความรู้ลงในเชิงวิถีปฏิบัติอย่างไร เพื่อความสมดุล

ผลกระทบจากสื่อกับการเรียนรู้ของเด็ก

                สื่อปัจจุบันที่มีความโดดเด่นมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นสื่อโทรทัศน์ ถ้าในแง่ทางวิชาการแล้ว เด็กในวัย 3-5 ขวบเป็นช่วงที่จะต้องมีพัฒนาการด้านต่างๆของร่างกาย เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ซึ่งหากเด็กมานั่งดูทีวีอยู่เฉยๆ ก็คงจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการเด็กเป็นแน่ เราจึงไม่ควรให้เด็กดูทีวีสักเท่าไหร่

                แต่หากถามในแง่ความเป็นจริงแล้ว การไม่ให้เด็กดูทีวี หรือการจำกัดการดูทีวีของเด็กมากๆนั้น สามารถที่จะทำได้อย่างชัดเจนหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว เราจะทำอย่างไร??

                คำตอบหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ เราจะทำสื่อให้มีความเหมาะสมกับเด็กในวัย 3-5 ขวบอย่างไร เพื่อให้มีความเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กให้มากที่สุด

                นักจิตวิทยาท่านหนึ่งชื่อว่า Erik Homberger Erikson ได้อธิบายว่า เด็กในวัยนี้เป็นเด็กที่มีจินตนาการสูง ในเมื่อเราทราบว่าเด็กในวัยนี้มีจินตนาการสูง สื่อก็ควรผลิตรายการที่ส่งเสริมจินตนาการของเด็ก ส่งเสริมให้เด็กสร้างจินตภาพที่ถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีนักจิตวิทยาอีกท่านหนึ่ง มีชื่อว่า Albert Bandura  ท่านผู้นี้ได้อธิบายว่า พฤติกรรมของคนเราส่วนมากจะเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกต หรือการเลียนแบบจากตัวแบบ ซึ่งจากข้อสรุปนี้ทำให้เป็นแนวทางสำคัญในการผลิตสื่อได้ว่า เราควรที่จะผลิตสิ่งที่เด็กสามารถที่จะเลียนแบบแล้วส่งผลดีต่อพฤติกรรม ต่อจริยธรรมในตัวเด็ก เพราะหากเรามานึกถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่ที่เราพบในทีวีนั้นก็จะมีรายการมากมายที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ จริยธรรม หรือความรุนแรงก็ตาม ทำให้เด็กไม่สามารถมีตัวแบบที่ดีในการเลียนแบบ ซึ่งก็จะส่งผลในทางที่ไม่ดีต่อพฤติกรรมของเด็กอย่างแน่นอน และจะส่งผลไปถึงพฤติกรรมในวัยผู้ใหญ่ด้วย

                ในประเทศไทยมีงานวิจัยของ ฉัตรสุดา เธียรปรีชา(2537)ได้สรุปว่า พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบที่ได้รับการจัดกิจกรรมในบรรยากาศที่มีเสียงดนตรีประกอบจะดีกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่ได้รับการจัดกิจกรรมแบบปกติ เพราะฉะนั้นในการผลิตสื่อ เราจึงควรให้ความสำคัญกับเสียงเพลงประกอบด้วย หากเราจะมองว่าการดูโทรทัศน์นั้นเป็นกิจกรรมหนึ่งของเด็ก เราก็คงต้องใส่ใจเกี่ยวกับเสียงเพลงประกอบเป็นพิเศษ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา

                สรุปก็คือการที่เราจะจัดสื่อเพื่อเด็กให้ส่งผลกระทบในแง่ดีต่อเด็กให้มากที่สุดนั้น เราจะต้องคำนึงถึงเรื่องหลักๆ 3 เรื่องคือ การส่งเสริมจินตนาการของเด็ก การที่เด็กในวัย 3-5 ขวบนั้นเป็นวัยที่ชอบเลียนแบบ และสุดท้ายคือเรื่องดนตรีประกอบที่สามารถส่งผลถึงพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กได้ตามที่งานวิจัยได้พบ สื่อจึงควรที่จะคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้เป็นสำคัญเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเยาวชนของชาติ ซึ่งจะกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า เพื่ออนาคตของชาติสืบต่อไป