ห้องเรียนถือเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ทำให้เราสามารถขวนขวายได้อย่างมากมาย ทั้งจากอาจารย์ผู้สอนหรือเป็นเพื่อนที่เราสามารถซักถาม เพื่อหาคำตอบสิ่งที่เราสงสัยได้ แต่แหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ในห้องเรียนนั้นคงยังไม่เพียงพอที่เราจะนำไปใช้ได้จริง จำเป็นต้องเรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น ข้อมูลสาระสนเทศ (อินเทอร์เน็ต) , หนังสือ , ผู้รู้ เป็นต้น
ทฤษฎีประสิทธิภาพการเรียนรู้ห้าอันดับ ![]()
ทฤษฎีประสิทธิภาพการเรียนรู้ห้าอันดับ
โดย อ.วิศิษฐ์ วังวิญญู
ขยายความปัญญาเชิงปฏิบัติด้วยทฤษฎีประสิทธิภาพการเรียนรู้ ๕ อันดับของ เฮอเบิร์ต แอล. ดรายฟัส และ สจ๊วต อี. ดรายฟัส (Hubert L. Dreyfus & Stuart E. Dreyfus)
ห้าขั้นตอนแห่งประสิทธิภาพการเรียนรู้
ชั้นที่ ๑ เด็กฝึกงานเถรตรง (Novice)
ตามปกติธรรมดาแล้ว กระบวนการชี้แนะมักเริ่มต้นด้วยการที่ครูผู้สอนทำการหั่นซอยปฏิบัติการในโลกของความเป็นจริง ให้ออกเป็นชิ้นงานย่อย ๆ ที่เป็นอิสระและแตกต่างกัน เพื่อที่พวกมือใหม่จะจดจำได้โดยไม่ต้องมีพื้นเพภูมิหลังเกี่ยวกับตัวงานนั้น ๆ มาก่อนเลย จากนั้นคนเริ่มฝึกจะได้รับคำบอกเล่าถึงกฎเกณฑ์และขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อใช้ในการตัดสินใจกระทำการ เมื่อได้ประสบกับลักษณะหรือกิริยาอาการนั้น เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานตามโปรแกรมซึ่งถูกป้อนให้
ชั้นที่ ๒ เด็กฝึกงานที่ก้าวหน้า (Advance beginner)
ผู้ฝึกหัดขับรถยนต์ที่มีพัฒนาการใช้การฟังเสียงเครื่องยนต์ (รูปธรรมที่เป็นจริง) เท่า ๆ กับดำเนินตามขั้นตอนด้วยการเปลี่ยนเกียร์ตามความเร็วที่บ่งบอก(นามธรรมทางทฤษฎี) คือใช้เกียร์สูงเมื่อเครื่องยนต์กินรอบจัดและลดเกียร์ให้ต่ำลงเมื่อเครื่องแสดงอาการว่าได้ทำงานเกินกำลัง พวกหัดขับประเภทก้าวหน้าเรียนรู้ที่จะสังเกตดูอากัปกิริยา เช่นเดียวกับรู้ถึงตำแหน่งและความเร็วของคนเดินเท้าหรือผู้ขับรถยนต์คันอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น เขาสามารถแยกแยะพฤติกรรมของคนใจลอยหรือคนขับที่เมาสุรา ออกจากคนขับรถที่ขี้หงุดหงิด แต่ว่ามีความระแวดระวัง เสียงเครื่องยนต์และอากัปกิริยาทั้งปวง ไม่อาจอธิบายได้ด้วยถ้อยคำอย่างชัดเจนจนครบถ้วน ดังนั้นคำพูดหรือตัวอักษรจึงไม่อาจทดแทนตัวอย่างสัก ๒-๓ กรณีที่ผู้ขับได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความแตกต่างดังได้กล่าว
ชั้นที่ ๓ คนทำงานเป็น (Competent)
เมื่อคนฝึกงานที่ก้าวหน้าได้มีเวลาอยู่กับงานมากขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เขาหรือเธอได้ส่ังสม ประสบการณ์ ได้เห็นสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้น อาจจะเป็นปีหนึ่ง หรือสองปี หรือระยะเวลาใด ๆ ก็ตาม ซึ่งอาจจะแตกต่างกัน ในแต่ละงาน เขาก็อาจจะเห็นงานเกือบจะครอบคลุมมากกว่า ครึ่งค่อน แต่แน่นอน สถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และยังไม่เข้าใจและยังไม่รู้ ก็อาจมีได้ตลอดเวลา แต่มาถึงตรงนี้ เขาหรือเธอก็อาจจะทำงานแทนพี่ ๆ ได้แล้วในงานส่วนใหญ่
ประสบการณ์ในการ “อ่านสถานการณ์” “ตีความสถานการณ์” และ“การจัดลำดับความสำคัญของาน” ก็มีมากขึ้น เพียงพอ ที่จะมีวินิจฉัยที่ีดีได้ อาจจะคิดค้นหาทางออกให้กับสถานการณ์ที่ไม่เคยผ่านได้บ้างบางระดับ แต่ก็ยังไม่ชำนาญในการหาทางออกให้กับพื้นที่งานที่ไม่คุ้นเคยนัก
เมื่อคนทำงานเป็นรู้สึกซึมทราบไปกับตัวงานของตนมากขึ้น ก็เป็นการยากยิ่งที่จะถอยหลังกลับและยอมรับบรรดากฎเกณฑ์ที่ต้องจดจำให้ได้เมื่อตอนเริ่มต้น ในช่วงเช่นนี้อาจถูกแทรกแซงอยู่ด้วยกฎเกณฑ์และขั้นตอนปฏิบัติการอย่างพื้น ๆ ซึ่งเป็นเครื่องปิดกั้นไม่ให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนรู้ได้ต่อไป
ชั้นที่ ๔ คนเก่ง (Proficient)
ประสิทธิภาพความเก่งฉกาจจะได้รับการพัฒนาต่อไปเมื่อมีการซึมซับประสบการณ์โดยก้าวข้ามทฤษฎีทั้งหลายทั้งปวง และปัญญาญาณเข้ามาแทนที่การตอบสนองแบบเป็นเหตุและผล
ชั้นที่ ๕ เซียน (Expert)
สุดท้าย สำหรับเซียนหรือว่าจอมยุทธ์(คำแปลผู้เชี่ยวชาญจะพาเราเข้ารกเข้าพงไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะไม่ตรงความหมายกับภาษาอังกฤษ Expert ในความหมายของ Dreyfus & Dreyfus) แล้ว การทำงานของเขาหรือเธอในสถานการณ์หนึ่ง ๆ จะมองเห็นปัญหา เป้าหมาย แผนงาน และการกระทำในชั่วขณะหนึ่งเดียว โดยไม่ได้เป็นการคิดค้นลำดับความมาตามขั้นตอนแต่อย่างใด แต่จะมาด้วยญาณทัศนะ เป็นองค์รวม และประสานสอดคล้องต้องกันทั้งหมด อย่างงดงาม นี้เป็นความชำนัญอย่างแท้จริงของมนุษย์ ไม่มีการคิดวิเคราะห์แบบตั้งอกตั้งใจอันใดเข้ามากีดขวางแต่ประการใด
จากการศึกษาประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ทำให้มีแนวคิดในการจัดระบบการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ให้เป็นแบบที่น่าสนใจ ง่ายต่อการศึกษา ที่สำคัญคือ สามารถนำไปเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจได้ศึกษาอีกด้วย
ระยะเวลา
ใช้เวลา 1 เดือน ( และทำต่อไปจนครบทุกหัวข้อตามที่ตั้งจุดมุ่งหมายไว้ )
เป้าหมายในชีวิต
นำเอาเนื้อหาสรีรวิทยา ซึ่งประกอบด้วยระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบต่อมไร้ท่อ และอื่นๆ มาสรุปเป็นสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เช่น สรุปใส่ Powerpoint , แผนผัง mind mapping นำมาโพสท์ไว้ให้คนทั่วไปมาโหลดไปอ่านกันได้
เป้าหมายของผู้จัดทำมีความตั้งใจที่จะทำให้ครบทั้ง 10 ระบบ แต่อาจเป็นสิ่งที่ยากที่จะสรุปเนื้อหาให้ครบและให้ผู้อื่นเข้าใจ แต่ผู้จัดทำมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะทำให้สำเร็จ และจะรู้สึกภาคภูมิใจยากยิ่ง ถ้าแหล่งการเรียนรู้นี้ทำให้ผู้ที่สนใจได้รับความรู้และเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของตนเอง
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อจัดเนื้อหาที่สร้างความสับสนระหว่างการอ่าน ให้มีระบบมากขึ้น
2. เพื่อจัดระบบการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอ่านนำไปสู่การจำอย่างมีระบบ
3. เพื่อนำวิธีการจัดการเรียนรู้ของตนเองเอาไปนำเสนอต่อสาธารณชน
4. เพื่อนำวิธีการนี้ ไปใช้กับการอ่านเนื้อหาอื่นๆ
วิธีการเรียนรู้ & แหล่งการเรียนรู้
- วิธีการเรียนรู้
อ่านเนื้อหาที่ตนเองศึกษาแล้วทำการจดบันทึกใจความสำคัญ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาเพื่อย่อเรื่องทั้งหมดให้เหลือเฉพาะคำสำคัญที่ต้องจำเท่านั้น
- แหล่งการเรียนรู้
หนังสือ สรีรวิทยา , เอกสารประกอบการสอนของอาจารย์ในห้องเรียน
แนวทางการพิสูจน์ว่าเรียนรู้แล้ว
การจะพิสูจน์การเรียนรู้ว่ามีประสิทธิภาพ ทำโดยการสามารถถ่ายทอดความรู้ที่เราได้ศึกษามาให้เพื่อนรับรู้
อืม ดีอะ...
เดวๆ เอาไป ใช มั้งง
จะรอดูบ้าง อยากเห็นๆ
น่าเอาไปทำมั่ง ตอนนี้เราของอยู่ระดับแรกอยู่เลยมั้งนี่
พยายามเข้านะ
น่าสนใจ น่าเอาไปลองทำบ้าง
อ่านดูแล้ว รู้สึกเราต้องตั้งใจบ้างแล้ว
ว้าวๆ...สรุปสรีรวิทยาหรอ
เป็นสิ่งที่ดีมากๆเลย
ทำเสร็จเมื่อไหร่ เค้าขอยืมอ่านด้วยนะ
คิคิ ^^
เป็นความคิดที่ บ่งบอกถึงความพยายามของผู้ทำมากกก
เราจะเอาเป็นแบบอย่าง
สู้ๆน้า
โหเยี่ยมเลยแชมป์
ว่างๆมาสอนเค้าบ้างน้า
สู้ๆๆจ้ะ
ความคิดดีมากเลย
มีการเผยแพร่ความรู้ด้วย
เป็นตัวอย่างที่ดีนะเนี่ย