เมื่อมีโอกาสได้รับโอกาสศึกษาดูงาน ด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ กับนวัตกรรม " OPEN CLASSROOM & LESSON STUDY ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อวันที่ ๒๑ -๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๑ โดย สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา ของสพฐ. เป็นผู้นำในโอกาส ครั้งนี้ ทิ้งช่วงมาหลายวันไม่มีโอกาสนำเกล็ดเล็กเกล้ดน้อยมาเล่าสู่ฟัง วันนี้ก่อนเปิดภาคเรียน๒/๒๕๕๑ ขอเล่าสู่ฟังกันสักนิดก็แล้วกัน ....อย่างน้อยคงพอได้เห็นว่า ไปทำอะไรกันที่ประเทศญี่ปุ่น

ก่อนอื่นบอกก่อนว่า ที่ประเทศญี่ปุ่น เวลาของเขาต่างจากเรา คือ เวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่นจะเร็วกว่าประเทศไทยเรา ๒ ชั่วโมง อุณหภูมิที่โตเกี่ยว ๒๐-๒๖ องศาเซลเซียส และที่โอซาก้า ๒๓-๓๐ องศาเซลเซียส ช่วงที่ไปฝนตกเกือบทุกวัน ซึ่งฝนที่ญี่ปุ่นเป็นฝนน่ารำคาญไม่แรง แต่เปียกและเป้นหวัดได้ง่าย อ้อ! เงินตราเขาใช้เงิน " เยน" เป็นสกุลเงินของญี่ปุ่น อัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ ๓๒ บาทต่อ ๑๐๐ เยน ที่สำคัญอีกประการสำเราคนที่ชอบใช้เครื่องไฟฟ้า ก็คือ กระแสไฟที่ญี่ปุ่น ๑๑๐ โวลท์ ( ประเทศไทยเรา ๒๐๐ โวลท์) ปลั๊กไฟเป็นแบบแบนเท่านั้น แต่สำหรับkrusiriwan สิ่งที่สำคัญอีกประการ คือ การท่องคำพูดภาษาญี่ปุ่น ไว้ ๒ ประโยค คือ " อิช่ะ นิ ทสึเรเต๊ะ อิตเต๊ะ กุดาไซ " ( ขอร้องให้ช่วยพาฉันไปหาแพทย์ด้วย ) และ " อิช่ะ โอ๊ะ ย่นเด๊ะ กุดาไซ " ( ตามหมอให้ด้วย) ส่วนคำพื้นๆ ที่ได้มาก็คือ Ohayo Gozai-masu (สวัสดีตอนเช้า) Kon-nichi-wa (สวัสดีตอนกลางวัน ) Komban-wa (สวัสดีตอนเย็น) และ " Arigato" ( ขอบคุณ) ๘ วัน ณ ประเทศญี่ปุ่น โตเกียว นาโกย่า เกียวโต นารูตะ และโอซาก้า คือเส้นทาง และพื้นที่ ที่มีโอกาสได้สัมผัสเรียนรู้ในครั้งนี้
TG 676 ได้นำทีมเรา ถึงสนามบินนานาชาติ นาริตะ ประเทศญี่ป่น ใน เวลา ๑๔.๔๕ น.ของวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ แม้จะมีฝนตกพร่ำ ๆ ทีมเราชาวพุทธ มุ่งสู่วัดนาริตะซัน ซึ่งเป้นวัดที่มีชื่อเสียงของเมืองนาริตะ ก่อนอื่นใด แล้วเข้าพักค้างที่โรงแรม METROPOLITAN CROWN PLAZA HOTEL เป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง บริการดีเยี่ยม แถมมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ฟรีอีกด้วย ทำให้ได้ส่งข่าวถึงเพื่อนครูชาวบ.ท.สบายๆ ที่ได้เรียนรู้ก่อนอื่นใด ของการเข้าประเทศญี่ปุ่น เห็นจะเป็นเรื่องวัฒนธรรม ก่อนเข้าวัดวาอาราม ทุกคนต้องล้างมือให้สะอาด ในแหล่งน้ำที่วัดนั้นๆเตรียมไว้ให้ (ก็มี คล้ายบ่อน้ำ และมีกระบวยตักน้ำ ) ที่สำคัญที่พักโรงแรม ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการใส่ชุดยูกาตะ โดยชุดยูกาตะ ประกอบด้วย ชุด(ลักษณะคล้ายเสื้อคลุม และสายโอบิ (สายรัด) นอกจากนี้ แปลกตากับการใช้สุขาไสตล์ญี่ปุ่น ยุคไฮเทค ด้วย ซึ่งมีสุขภัณฑ์เหมือนกับหลานๆประเทศ คือเป็นลักษณธซักโครก แต่ต่างกับบ้านเราตรงที่จะมีอุกรณ์เสริมที่ทำให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น โดยอุปรกณ์เสริมนี้จะคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆ ในรูปการกดปุ่มข้างโถซักโครก ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เช่น กดปุ่มเมื่อต้องการทำความสะอาด กดปุ่มเมื่อต้องการเป่าแห้ง กดปุ่มเมื่อต้องการปรับความแรงของน้ำ หรืออุณหภูมิของน้ำ เห็นแล้วทำให้สรุปได้ว่า IT เขาสู่ชีวิตประจำวัน และประยุกต์ใช้กับชีวิตแม้แต่ในห้องน้ำห้องส้วมแล้ว วันแรกเราก็เรียนรู้มากมากยในสังคมแห่งการเรียนรู้
วันจันทร์ที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ทีมเราได้เข้าศึกษาดูงาน ที่ Elementary Shool attached to University of Tsukuba ในภาคเช้า และ Junior High School attached to University of Tsukuba วันนี้คุ้มค่ามากกับการเรียนรู้การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัย โดยนำ OPEN CLASSROOM และ LESSON STUDY เข้าสู่ชีวิตความเป็นครู เป็นอย่างไร? กับเรื่องนี้...ประเด็นนี้ ....OPEN CLASSROOM & LESSON STUDY คืออะไร? อาจจะพูดได้ว่า คือ" การที่ครูพัฒนาการสอนของครูด้วยตัวของครูเอง" นั่นเอง โดยมีวงจรง่ายๆ ๓ ลำดับดังนี้ ๑) LESSON PLANNING ๒) LESSON PRESENTATION /OBSERVATION และ ๓) LESSON REFLECTION นั่นคือ เมื่อครูออกแบบบทเรียนแล้ว ครูจะนำเสนอให้ผู้มีประสบการณ์/ผู้เชี่ยวชาญ ได้วิพากย์ก่อน จากนั้นนำไปปรับและใช้ในห้องสอนจริง โดยมีผู้มีประสบการณ์เข้าไปสังเกตการสอน ตั้งแต่ต้นจนเสร็ขสิ้นการสอน และ เมื่อเสร็จสิ้นการสอนมีการรับฟังข้อสังเกต ข้อเพิ่มเติมเพื่อพัฒนา จากผู้ที่เข้าไปสังเกตการสอนด้วย ...ครูเขาจะทำวิถีชีวิตการปรับการสอนอย่างนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำจนเป็นชีวิตจริง จึงพูดได้ว่า " ครูพัฒนาการสอนของครูด้วยตัวครูเอง " น่าสนใจมากทีเดียว ที่สังเกตเห็นชัดในขณะที่ครูเขาสอน ก็คือ ครูผู้สอนจะหูเร็ว ตาเร็ว และจัดการห้องเรียนอย่างทั่วถึง ครูตามความคิดนักเรียนอย่างใกล้ชัด และครูใช้คำถาม เตรียมคำถาม ตามความคิดของนักเรียนได้อย่างดียิ่ง สิ่งนี้ต่างจากห้องเรียนของเราที่เมืองไทยมากทีเดียว (หมายความว่าในโรงเรียนหลายๆแห่ง ในเมืองไทย ) รายละเอียดเพิ่มเติมลองไปที่
http://www.bantan.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=309&Itemid=137
วันเสาร์หน้ากำลังจะไปญี่ปุ่นอีกครั้ง....ไปคราวนี้เพื่อการบริหารจัดการ คงมีส่งนำมาเล่าสู่ฟังอีกครั้ง

ขอให้ ผอ. เที่ยวให้สนุก...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ...เป็นห่วงค่ะ
ดูกลสุขภาพด้วยนะคะ
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ..เป็นห่วงค่ะ..
เป็นประเทศที่อยากไปเที่ยวมากเลย