ประเพณีที่สำคัญ ประเพณีการเกิด หลังจากทารกคลอดที่โรงพยาบาล ทำความสะอาดตัวเด็กแล้ว บิดาหรือผู้มีความรู้ทางศาสนาทำพิธีอาซาน (พูดกรอกที่หูขวา) และอีกอมัต/กอมะ (พูดกรอกที่หูซ้าย) แก่เด็กเป็นภาษาอาหรับ ประเพณีเกี่ยวกับการตาย จัดการศพภายใน 24 ชั่วโมง อาบน้ำศพ ห่อศพ ละหมาดศพ ฝังศพ หลังจากฝังศพ ในบางพื้นที่ที่ยึดถือหลักปฏิบัติที่สืบทอดกันมา (กลุ่มเก่า) จะจัดคนเฝ้าสุสาน (กูโบร์) ในเวลากลางวันและค่ำคืน เพื่ออ่านคัมภีร์(อัล-กรุอ่าน)/ขอพรให้แก่ศพ ติดต่อกันเป็นเวลา 3 - 5 วัน แต่กลุ่มวาฮาบี ไม่ยึดถือปฏิบัติแบบนี้ พิธีเลี้ยงรับขวัญบุตร (อาแกเกาะห์, อากีกะฮ์หรือพิธีเชือดสัตว์) ตามหลักศาสนาอิสลาม การเชือดสัตว์เพื่อให้สัตว์ที่ถูกเชือดนั้นไปเป็นพาหนะในโลกหน้า โดยบัญญัติให้ชาวอิสลามต้องกระทำด้วยการเชือดแพะหรือแกะที่มีอายุครบสองปี ไม่พิการ โดยกำหนดว่าถ้าได้บุตรสาว ต้องเชือดแพะหนึ่งตัว  ถ้าได้บุตรชาย ต้องเชือดแพะสองตัว  เนื้อแพะหรือแกะที่ถูกเชือดนั้นห้ามขายหรือให้แก่คนต่างศาสนารับประทาน ให้จะจัดและมีขบวนแห่ใหญ่โตเชิญแขกเหรื่อให้มากินเหนียว (มาแกบูโละ) การเข้าสุหนัต การเข้าสุหนัต  (มาโซะยาวี)  คำว่า สุหนัต ภาษาอาหรับว่า ซุนนะฮ แปลว่า แบบอย่างหรือแนวทาง หมายความว่า เป็นการปฏิบัติตาม ศาสดาที่ได้เคยทำมา     คำว่า มาโซะยาวี เป็นภาษามลายู หมายถึงเข้าอิสลาม หรือพิธีขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย    การเข้าสุหนัตชายมักจะทำในเด็กอายุระหว่าง 1 ขวบ ถึง15 ขวบ หญิงจะเข้าสุหนัตตั้งแต่คลอดใหม่ ๆจนอายุไม่เกิน 2 ขวบ    พิธีเข้าสุหนัตหญิงนั้น หมอตำแยจะเอาสตางค์แดงมีรู วางรูสตางค์ตรงปลายกลีบเนื้อซึ่งอยู่ระหว่างอวัยวะเพศของทารกหญิงแล้วใช้มีดคม ๆ หรือปลายเข็มสะกิดปลายเนื้อส่วนนั้น ให้เลือดออกมาขนาดแมลงวันตัวหนึ่งกินอิ่ม เป็นอันเสร็จพิธี (ผู้กระทำสุหนัตเพศหญิงโต๊ะบีแด)    ผู้ทำพิธีขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเรียกว่า โต๊ะมูเด็ง บางราย จะจัดงานและมีขบวนแห่ใหญ่โต เชิญแขกเหรื่อร่วมงาน   ประเพณีการกินเหนียว หรือชาวมุสลิมเรียกกันว่า "มาแกปูโล๊ะ" ปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นเวลาเนิ่นนานในช่วงเดือน 10 และเดือน 1 ของปฏิทินศักราช ฮิจเราะห์ หรือตรงกับประมาณ เดือนมิถุนายนและกรกฎาคมของไทย การกินเหนียวส่วนใหญ่นิยมจัดในงานแต่งงาน หรืองานเข้าสุหนัต (มาโซะยาวี) เจ้าภาพจะเชิญญาติ สนิทมิตรสหายไปร่วมรับประทานอาหารในงาน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 นาฬิกา หลังรับประทานอาหารจะมีการนำเงินไปมอบให้เจ้าภาพเพื่อเป็นการ ช่วยเหลืองาน ประเพณีมาแกแต (ดื่มน้ำชา) หมายถึงการกินเลี้ยงในงานหาเงินสร้างมัสยิด สร้างโรงเรียนสอนศาสนา หาเงินเพื่อขอความช่วยเหลือจากการประสบอุบัติเหตุ ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากและไม่มีเงินจ่าย อาหารที่เลี้ยงได้แก่ น้ำชา,กาแฟ, ข้าวยำ ข้าวมัน,ข้าวหมก หรือ ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง (ปูโละซามา ) ประเพณีแต่งงาน ภาษาอาหรับเรียกว่า นิกะห์ เป็นการทำพิธีแต่งงานตามหลักเกณฑ์และข้อบังคับของศาสนาอิสลามมี 5 ประการ คือ    1. เป็นมุสลิม    2. มีของหมั้น    3. ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย    4. มีพยานผู้ชายอย่างน้อยสองคน    5. ควรทำพิธีอย่างเปิดเผย    การสู่ขอ เมื่อชายหญิงชอบพอกัน และผู้ปกครองเห็นสมควร ฝ่ายชายจะส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เรียกว่า มาโซะมีเดาะ มีการตกลงระหว่าง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เกี่ยวกับสินสอดทองหมั้นและกำหนดวันหมั้น การเลี้ยงอาหารแก่แขกผู้มาร่วมงาน เรียกว่า “วาลีมะห์” การถือศีลอด (ปอซอ) ชาวไทยเชื้อสายมุสลิมและผู้นับถือทั่วไปจะเริ่มถือศีลอดในเดือนรอมฎอน (เดือนที่ 9 ของศักราชอิสลาม) ในปีนี้ ตรงกับประมาณเดือนกันยายน 52 ของไทย ผู้ถือศีลอดจะบังคับตั้งแต่เด็กที่บรรลุศาสนภาวะ (ประมาณอายุ 10 ปีขึ้นไป) ทำการถือศีลอดอย่างเคร่งครัดตลอด 30 วัน ตั้งแต่พระอาทิตย์แรกขึ้น - ตกดิน โดยงดทั้งน้ำและอาหารทุกชนิด สำรวมกิเลสทางใจ รวมทั้งถือศีลอดตามหลักศาสนาหลังถือศีลอดจะมีการหยุดงานอย่างน้อย 1 วัน เพื่อพบปะระหว่างญาติพี่น้องและถือเป็นวัน พักผ่อนประจำปี วันตรุษ (ฮารีรายอ-อีด) วันตรุษของศาสนาอิสลามปีหนึ่งมี 2 วัน (2ครั้ง) คือ วันตรุษอีดิลฟิตรี (รายอปอซอ) ตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล (เดือนที่ 10 ของศักราชอิสลาม) วันตรุษอีดิลอัฎฮา (รายอฮัจยี) ตรงกับวันที่ 10 เดือนซุลฮิจยะห์ (เดือนที่ 12 ของศักราชอิสลาม)หลังจากละหมาดจะมีพิธีเชือดสัตว์เพื่อกุศลพลี เรียกว่า กุรบาน เนื้อสัตว์ห้ามนำแจกจ่ายให้คนต่างศาสนารับประทาน วันเมาลิด (เมาลิดิลนบี) เมาลิดเป็นภาษาอาหรับแปลว่า การเกิดหรือวันเกิด หมายถึงวันเกิดของศาสดา (นบี)มูฮัมมัด ตรงกับวันที่ 12เดือนรอบีอุลอาวาล หรือเดือนที่ 3 ตามปฎิทินอิสลาม        กิจกรรมต่าง ๆ ในวันเมาลิดได้แก่ การเชิญคัมภีร์ อัล- กุรอ่าน อ่านบทสดุดี (บทอัลซันยี) ,การแสดงปาฐกถาธรรม การแสดงนิทรรศการ ฯลฯ และการเลี้ยงอาหาร วันอาซูรอ อาซูรอ เป็นภาษาอาหรับ หมายถึงวันที่สิบของเดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือนที่ 1 ของศักราชอิสลาม     ในสมัยนบีนุฮ ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ยังเป็นความเสียหายแก่ทรัพย์สินไร่นาของประชาชนทั่วไป ทำให้เกิดขาดอาหาร นบีนุฮ จึงประกาศให้ผู้ที่มีสิ่งของที่เหลือพอจะกินได้ให้เอามากองรวมกัน นบีนุฮ ให้เอาของเหล่านั้นมากวนเข้าด้วยกัน สาวกของท่านก็ได้กินอาหารโดยทั่วกันและเหมือนกัน     ในสมัยนบีมูฮัมมัด เหตุการณ์ทำนองนี้ได้เกิดขึ้น ขณะที่กองทหารของท่านกลับจากการรบที่บาดัง ปรากฏว่าทหารมีอาหารไม่พอกิน ท่านจึงใช้วิธีการของ นบีนุฮ โดยให้ทุกคนเอาข้าวของที่กินได้มากวนเข้าด้วยกัน แล้วแบ่งกันกินในหมู่ทหาร      เครื่องปรุงสำคัญประกอบด้วย เครื่องแกงมี ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผักชี ยี่หร่า ข้าวสาร เกลือ น้ำตาล กะทิ กล้วย หรือผลไม้อื่น ๆ เนื้อ ไข่      วิธีกวน  ตำหรือบดเครื่องแกงอย่างหยาบ ๆ เทส่วนผสมต่าง ๆ ลงในกระทะใบใหญ่ เมื่ออาหารสุกเป็นเนื้อเดียวกันแล้วจึงตักใส่ถาด โรยหน้าด้วยไข่เจียวบาง ๆ หรืออาจเป็นหน้ากุ้ง เนื้อสมัน ปลาสมัน ผักชี หอมหั่น พอเย็นแล้วก็ตัดเป็นชิ้น ๆ คล้ายขนมเปียกปูน