People (First), Performance (Now), Permaculture (Forever)

ลุงยุทธ 

         ผมติดตามแวะเวียนไปพูดคุย พบปะทักทายกับพี่น้องเครือข่าย “จากภูผาสู่มหานที” ที่มาปักหลักทำงานในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 ผมก็โชคดีได้พบกับ “ลุงยุทธ” ที่ลงมาช่วยสร้างและสอนการทำบ้านดินให้กับโซนสาธิตของอำเภอทุ่งตะโก ซึ่งนำเสนอโมเดล-สวนลุงนิลเป็นไฮไลท์

          วันแรกที่พบกัน ผมได้พาลุงยุทธไปชมบ้านดิน-เวอร์ชั่นทดลองงาน ที่พวกเราได้ช่วยกันสร้างไว้ที่สวนป่า ต.สะพลี อ.ปะทิว เพื่อเรียนรู้ร่วมกันกับเด็ก ๆ ในช่วงปิดเทอมใหญ่ ระหว่างการเดินทางเราได้พูดคุยกันหลายเรื่อง ทำให้ผมได้รู้จักลุงยุทธในมุมมองที่กว้างไกลไปกว่าผู้มีความรู้ความชำนาญในการสร้างบ้านดิน นั่นคือ  “ลุงยุทธ - นักปั่นจักรยานเพื่อความฝันของเด็ก ๆ และนักเกษตรกรรมทางเลือก”


บ้านดินตัวอย่างในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ

          ในอดีตลุงยุทธเคยทำงานบริษัท แล้วออกมาขับแท็กซี่กว่า 10 ปี ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้นจากการขับแท็กซี่ประจำอยู่ที่สนามบินดอนเมือง และเพราะเหตุที่ชอบถีบจักรยานเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว ทำให้ลุงยุทธได้พบกับกัลยาณมิตรชาวต่างประเทศเมื่อครั้งที่ออกสำรวจพื้นที่ปลูกสร้างสวนเกษตรปลอดสารพิษใน จ.เชียงใหม่ การเดินทางด้วยจักรยาน กางเต็นท์นอน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการพูดคุยกันแบบ Dialogue ทำให้ลุงยุทธได้รับโอกาสที่คาดไม่ถึงจากเพื่อนคนนั้นเมื่อเขาเดินทางกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนของเขาแล้ว ลุงยุทธได้รับการเสนอชื่อให้เข้าฝึกอบรมหลักสูตร Permaculture ที่ออสเตรเลีย และออกเดินทางโดยได้รับการอนุเคราะห์ตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากเพื่อน

          เรียนจบกลับมาแล้วลุงยุทธตระหนักดีว่าความรู้เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นหนึ่งในทางออกจากภาวะวิกฤตเพื่อความอยู่รอดทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ แต่เมืองไทยสมัยนั้นยังรู้จักเรื่องนี้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แล้วเราควรจะเริ่มต้นทำอะไร – ที่ไหนดี ? ในที่สุดลุงยุทธก็เลือกที่จะทำตามหัวใจของตนเองเดินทางกลับไปสู่ชนบทในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันให้นักเรียนในถิ่นทุรกันดาร  เส้นทางชีวิตในบทบาทของนักพัฒนาชนบทจึงได้เริ่มต้นขึ้น

          ผมสนใจความรู้เรื่อง Permaculture ที่ผมมีอยู่น้อยนิดโดยการติดตามแสวงหาจากการอ่านในเว็บไซต์ และชมคลิปวิดีโอของ Bill Mollison หนึ่งในผู้ก่อตั้งขบวนการ Permaculture ระดับประเทศ การพบกันครั้งนี้ลุงยุทธได้ให้ผมถ่ายเอกสารหนังสือฉบับ (ร่าง) ชื่อ “ความรู้เบื้องต้น Permaculture” เขียนโดย Bill Mollison และ Mia Slay แปลโดย วิฑูรย์ ปัญญากุล และรวิมาศ ปรมศิริ ที่หน้าปกเขียนไว้ว่า

          “Permaculture เกี่ยวข้องกับการออกแบบการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างยั่งยืน เป็นปรัชญาและแนวทางการใช้ที่ดิน ซึ่งเป็นการถักทอร่วมกันของภูมิอากาศขนาดย่อม พืชล้มลุกระยะสั้นและพืชยืนต้น สัตว์ ดิน การจัดการน้ำ และความต้องการของมนุษย์ จนเกิดเป็นชุมชนผู้ผลิตที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง”

          ผมตั้งหน้าตั้งตาอ่านเนื้อหาภายในด้วยความกระหายใคร่รู้ ส่วนหนึ่งของบทนำให้คำอธิบายความหมายได้ชัดเจนขึ้นว่า “Permaculture เป็นระบบในการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับมนุษย์ คำว่า Permaculture ไม่เพียงหมายถึง การเกษตรที่ถาวร (Permanent + Agriculture) เท่านั้น แต่ยังหมายถึง วัฒนธรรมถาวร (Permanent + Culture) ด้วย โดยเหตุที่ว่าวัฒนธรรมต่าง ๆ ไม่สามารถจะอยู่รอดได้ยาวนาน หากปราศจากฐานเกษตรยั่งยืนและการใช้ที่ดินอย่างมีจริยธรรม Permaculture จึงไม่ใช่แค่เพียงการออกแบบระบบฟาร์มเพื่อปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การก่อสร้างอาคารบ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐาน (น้ำ พลังงาน การคมนาคม) แต่ Permaculture ยังครอบคลุมถึงการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเหล่านี้ โดยวิธีการออกแบบเพื่อจัดวางองค์ประกอบให้เกื้อกูลกันอย่างลงตัวภายใต้เงื่อนไขภูมิประเทศนั้น ๆ”

          “ความมุ่งหมายของ Permaculture คือ เพื่อสร้างระบบที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเงื่อนไขทางนิเวศวิทยาและมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ โดยระบบที่สร้างขึ้นนี้ต้องไม่ทำลาย หรือสร้างมลพิษให้กับสภาพแวดล้อม มิฉะนั้น จะไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนของระบบในระยะยาวไปพร้อมกัน Permaculture เลือกใช้ลักษณะธรรมชาติของพืชและสัตว์ที่สดอคล้องกันกับเงื่อนไขของท้องถิ่นและออกแบบสิ่งปลูกสร้าง เพื่อสร้างระบบที่จะเกื้อหนุนต่อการดำรงชีวิตทั้งในเมืองและชนบท ด้วยการใช้พื้นที่น้อยที่สุด”

          “Permaculture วางอยู่บนพื้นฐานของการสังเกตระบบธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของการทำเกษตร และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ แม้ว่าจะอาศัยหลักการของนิเวศวิทยา แต่ Permaculture ก็สามารถสร้างสภาพนิเวศวิทยาสำหรับการเพาะปลูกที่สามารถผลิตอาหารให้กับคนและสัตว์ได้มากกว่าที่สภาพนิเวศวิทยาในธรรมชาติ”

          ลึกซึ้งนะครับเรื่องนี้และมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมาก มีความสำคัญขนาดไหนนั้นผมขอยกตัวอย่าง นโยบาย One-Malaysia ของ ดาโต๊ะศรี นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย คนปัจจุบันที่ประกาศว่า People (First), Performance (Now), Permaculture (Forever)

          ประเทศไทยของเรา... จังหวัดของเรา... ชุมชน/ท้องถิ่นของเรา... "ตื่นรู้" เรื่องนี้กันบ้างหรือยัง สำหรับผมเพียงแค่รู้เรื่องนี้ยังไม่พอ เพราะถ้าเราไม่เดินไปบนเส้นทาง ความรู้คู่การปฏิบัติ ก็ยากที่จะเข้าใจ ผมจึงตัดสินใจ จีบ ลุงยุทธ เชื้อเชิญให้มาทำงานสร้างสรรค์ร่วมกันที่ชุมพร มีผลเกิดขึ้นอย่างไรจะรายงานให้ทราบในโอกาสต่อไปครับ.