กระบวนการพัฒนาหลักสูตรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานวิชาการนั้น จำเป็นต้องมีการประเมินผลหลักสูตรที่เป็นกิจกรรมที่ต้องกระทำต่อเนื่องกัน ตั้งแต่การวางแผนจัดทำหลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้ และการปรับปรุงแก้ไข พัฒนาหลักสูตรให้ดีขึ้นซึ่งจะต้องมีการประเมินหลักสูตรเป็นระยะ ๆ ต่อเนื่อง และจะต้องมีความรู้ความเข้าใจรูปแบบและเทคนิคของการประเมินผล เพื่อที่สามารถพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับคุณภาพของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.รูปแบบการประเมินของไทเลอร์
2..รูปแบบการประเมินของสเตค
3. รูปแบบการประเมินของโพรวัส
4. รูปแบบการประเมินของฟาย เดลตา แคปปา
5. รูปแบบการประเมินของปุยซองค์
แผนจัดการประสบการณ์เรียนรู้
ตารางการวิเคราะห์รายวิชา
ตารางวิเคราะห์ปุยซองค์
คำนวณค่าน้ำหนัก
หาคุณภาพหลักสูตร
บทสรุป
การประเมินผลหลักสูตรเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานวิชาการที่ผู้บริหารต้องให้ครูทำความเข้าใจ และสามารถทำการประเมินผลหลักสูตรได้ เพราะการประเมินผลหลักสูตรป็นการตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนการสอน และคุณภาพของผู้เรียนด้วย การประเมินผลหลักสูตรสามารถที่จะประเมินได้ 3 ช่วงหรือ 3 ระยะ คือ ช่วงแรกคือ ก่อนการใช้หลักสูตร เป็นช่วงการวางแผนโครงสร้างหลักสูตร หรือวางแผนก่อนจะจัดทำหลักสูตร ช่วงที่สอง คือ ระหว่างการใช้หลักสูตร ช่วงสุดท้ายคือ หลักจากใช้หลักสูตรแล้ว เป็นการตรวจสอบว่าหลักสูตรมีข้อบกพร่อง และต้องปรับปรุงแก้ไข หรือพัฒนาส่วนใดบ้าง นอกจากนี้การประเมินหลักสูตรนั้น ผู้บริหารสามารถให้ครูผู้สอนเลือกใช้เทคนิคการประเมินผลได้หลากหลายรูปแบบแล้วแต่สถานศึกษาว่าจะสมควรให้ใช้แบบใด เพราะแต่ละแบบจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่การประเมินผลหลักสูตรจะคำนึงถึงคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ และจะอาศัยองค์ประกอบ 3 ด้านตามแบบของไทเลอร์ลูฟ คือ จุดมุ่งหมาย กิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดผล
ดังนั้นการประเมินผลหลักสูตรจึงมีส่วนสำคัญในพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนที่ผู้บริหารควรให้ความสำคัญ ในการบริหารการศึกษาของสถานศึกษา เพราะงานวิชาการเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ ผู้บริหาร ครูควรให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือกันเพื่อส่งผลให้ผู้เรียนได้รับผลประโยชน์มากที่สุด
ความหมายการประเมินผลหลักสูตร
การประเมินหลักสูตร คือ การพิจารณาคุณค่าหรือค่านิยม (Worth or Value) ของหลักสูตร แต่ผลของการประเมินหลักสูตรมีบทบาทสำคัญหลายประการ ดังนี้
1. ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
การประเมินหลักสูตรที่มีผลต่อการหาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดยการใช้แบบสอบถามชนิดต่าง ๆ
เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์และพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนตลอดทั้งการนำเอาผลจากแบบทดสอบไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ เพื่อหาระดับความสามารถของนักเรียน
2. ประสิทธิภาพของหลักสูตร
การประเมินหลักสูตรที่มีผลต่อการหาประสิทธิภาพของหลักสูตร เป็นการประเมินคุณค่าของหลัก
สูตรโดยตรง โดยพิจารณาว่า จุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่กำหนดไว้นั้นเมื่อไปใช้แล้วบรรลุตามจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่อย่างไร จุดมุ่งหมายนั้น ๆ เที่ยงตรงและเหมาะสมกับระดับและกลุ่มนักเรียนที่เรียนหรือไม่ กระบวนการเรียนการสอน เนื้อหาวิชาตลอดทั้งวัสดุอุปกรณ์มีประสิทธิภาพหรือไม่อย่างไร
3. การตัดสินใจหาทางเลือกที่ดีที่สุด
การประเมินหลักสูตรที่มีผลต่อการตัดสินใจหาทางเลือกที่ดีที่สุด เป็นการช่วยให้ผู้บริหารสามารถ
พิจารณาหาทางเลือกที่ดีในการบริหารงาน ตลอดทั้งกิจกรรมและภารกิจต่าง ๆ ภายในโรงเรียน ผลของการประเมินจะทำให้เราทราบถึงประสิทธิภาพของการบริหารงานว่ามีมากน้อยเพียงใด
ส่วน PDK (1971 อ้างถึงใน ธำรง บัวศรี ,2542 : 326) ให้นิยามการประเมินผลไว้ 4 นิยาม คือ
1. การประเมินผล คือ การวัดผล การวัดผล หมายถึง การวัดคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นการวัดในด้านปริมาณหรือคุณภาพ การวัดด้านปริมาณ ได้แก่ การวัดความยาว ความกว้าง ความสูง
น้ำหนัก ปริมาตร ความถี่ ความเร็ว ฯลฯ ส่วนการวัดในด้านคุณภาพ ได้แก่ สัมฤทธิผลการเรียน ระดับเชาว์ปัญญาพฤติกรรม เจตคติ ฯลฯ มักมีผู้นิยมเขียนในรูปของสมการคณิตศาสตร์ ดังนี้
E = M
E = คือ การประเมินผล (Evaluation)
M = คือ การวัดผล (Measurement)
ข้อจำกัดของนิยามนี้ คือไม่คำนึงสิ่งที่เป็นนามธรรม หรือค่านิยม จะอาศัยเครื่องมือวัดที่วัดได้ในสิ่งที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น
2. การประเมินผล คือ การตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและจุดประสงค์
เขียนเป็นสมการคณิตศาสตร์ได้ดังนี้
E ( P O)
E คือ การประเมินผล (Evaluation)
P คือ การกระทำ (Performance)
O คือ จุดประสงค์หรือกฤตกรรม (Objective)
ผู้ให้นิยามนี้เป็นคนแรกคือ ราฟ ไทเลอร์ (RalphW . Tyler) ไทเลอร์ได้เขียนไว้ว่า “กระบวนการของการประเมินผล คือ กระบวนการในการตรวจสอบว่าหลักสูตรและการสอนได้บรรลุจุดประสงค์เพียงใดและเนื่องจากจุดประสงค์ของการศึกษา คือ การเปลี่ยนแปลงในตัวบุคคล ซึ่งหมายความว่า จุดประสงค์นั้นมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียน ดังนั้นการประเมินผลก็คือ กระบวนการในการตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปอย่างไร” (Tyler , R ., 1950 อ้างถึงใน ธำรง บัวศรี ,2542 : 327)
3. การประเมินผล คือ การตัดสินคุณค่าเชิงวิชาชีพของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เขียนเป็นสมการคณิตศาสตร์ได้ดังนี้
E PJ
E คือ การประเมินผล (Evaluation)
PJ คือ การตัดสินคุณค่าเชิงวิชาชีพ (Professional Judgment)
การประเมินผลแบบนี้ ได้แก่ การประเมินผลโครงการต่าง ๆ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ การตรวจโรงเรียนของผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นต้น
ข้อดีของการประเมินผลแบบนี้ คือ สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้โดยเร็ว ผู้เชี่ยวขาญมีเสรีภาพเต็มที่ไม่ถูกจำกัดความคิดโดยเครื่องมือวัดผลทำให้สามารถพิจารณาองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างได้โดยไม่มีข้อจำกัด นอกจากนี้ยังประเมินผลได้ทุกช่วงของโครงการโดยไม่ต้องรอให้สิ้นสุดโครงการเสียก่อน
ข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ ความไม่เที่ยงของการตัดสินคุณค่า เพราะการกระทำไม่ได้ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้บุคคลภายนอกไม่อาจทราบได้ว่าผู้เชี่ยวชาญนำเอาข้อมูลใดมาพิจารณา และใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินคุณค่า
4. การประเมินผล คือ กระบวนการของการกำหนด รวบรวมและประมวลข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ นิยามนี้เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนี้ เสนอโดยสมาคมเกียรตินิยมการศึกษา ซึ่งมีสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam , D.L.) เป็นประธานคณะกรรมการการประเมินผลของสมาคม (PDK . 1971 , p .40)
นิยามนี้ชี้ให้เห็นว่ามีกิจกรรมที่จะต้องกระทำ 3 อย่าง คือการกำหนดสิ่งที่จะต้องประเมินผล การรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตัดสินใจ และการประมวลข้อมูลเสนอเพื่อการตัดสินใจ
อ.ช่วยนำความรู้ใหม่ๆให้เด้วยน่ะค่ะ รอมละ ป.โท ห้อง2
แวะมาทักทายค่ะอาจารย์
เนื้อหาเป็นประโยชน์ดีมากค่ะ