การเตรียมนมขวดและนมแม่

                                                    ข้อควรปฏิบัติในการป้อนนมขวด

    1.  การเตรียมนมผสม

 

1.  ควรระมัดระวังเรื่องความสะอาดของขวดนม  ใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาล้างขวดนมล้างให้สะอาด  แล้วล้างน้ำยาเหล่านั้นออกให้หมด

2.  ควรต้มขวดนมในน้ำเดือดอย่างน้อย  10  นาที  หรือนึ่งผ่านไอน้ำเดือดอย่างน้อย  25  นาที   ก่อนนำมาชงนม  เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร(ปัจจุบันมมีหม้อต้มขวดนมจำหน่ายควรเลือกชนิดทีทำด้วยวัสดุที่ไม่ปนเปื้อน)

3.  น้ำที่ใช้ชงนมควรต้มให้สุก  ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อนถึงนำมาชงนม

4.  ก่อนชงนมควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

5.  ผสมนมตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ข้างกระป๋องนมแต่ละชนิด

6.  นมที่ชงควรกะปริมาณให้พอเหมาะต่อการกินแต่ละครั้ง

7.  เช็คอุณหภูมิของนมทุกครั้งก่อนใช้ป้อน  เขย่าขวดทุกครั้งก่อนเช็คอุณหภูมิ  ห้ามใช้ไมโครเวฟอุ่น  หรือละลายนม  ถ้าจำเป็นต้องอุ่นนม  ให้วางขวดนมลงในหม้อที่มีน้ำร้อน  (ไม่ใช่น้ำเดือด)  ประมาณ   5  นาที  หรือใช้เครื่องอุ่นนม

8.  เก็บนมที่ผสมแล้วไว้ในตู้เย็น  จนกว่าจะใช้ระบุวันและเวลาที่ผสมบนขวดนม และใช้ภายใน   24  ชั่วโมง

9.  ควรเก็บนมผงที่เปิดแล้วในที่แห้ง  และเย็น  (ไม่จำเป็นต้องใส่ตู้เย็น)

10. ไม่ควรชงนมทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเกิน  2  ชั่วโมง  เพราะจะทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโต  เสี่ยงต่อการเกิดลำไส้อักเสบและท้องร่วงได้

11. นมที่เหลือในขวดหลังการป้อน  ควรทิ้งหลังจาก  1  ชั่วโมง 

 

2.  การเตรียมนมแม่   น้ำนมแม่ที่แช่แข็งก่อนที่จะให้ลูกกิน  ควรนำมาไว้ที่ช่องธรรมดาก่อน  1  คืน 

                                    เพื่อให้ละลาย  เมื่อจะให้ลูกกิน

1.  นำนมมาวางไว้นอกตู้เย็นสักพัก

                2.  นำนมมาแช่ในน้ำอุ่น  แต่อย่านำไปแช่น้ำร้อนหรืออุ่นในไมโครเวฟเด็ดขาด  เพราะจะทำให้    ภูมิต้านทานในน้ำนมเสียไป  ละลายนมที่แช่แข็ง  โดยเปิดน้ำก๊อกผ่าน  หรือทิ้งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา   ถ้าต้องอุ่นนมให้แช่ขวดนมในหม้อน้ำร้อน (ไม่ใช่น้ำเดือด) ประมาณ  5  นาที  หรือใช้เครื่องอุ่นนม

                3.  เขย่าขวดหลังจากอุ่นและเช็คอุณหภูมิว่าไม่ร้อนเกินไปทุกครั้งก่อนป้อน และห้ามแช่แข็งนมที่เหลือ

หมายเหตุ  อย่าใช้นิ้ว  แตะ  จุกนม

3.การเตรียมนมแม่                   1.  เวลาให้นมเป็นไปตามเวลาที่ผู้ปกครองต้องการ

                2.  อุ้มเด็กทุกครั้งที่ให้นม  อุ้มให้ศีรษะของเด็กสูงกว่าลำตัวเพื่อมิให้นมเข้าไปในหู  ซึ่งจะทำให้หูอักเสบ

                3.  ยกขวดนมให้นมอยู่ในจุกนม  แตะจุกนมใกล้    ปากเด็ก  เด็กจะอมจุกนม  ถือขวดนมให้เป็นมุมฉากกับปากเด็ก

                4.  รูจุกนมควรต้องใหญ่พอนมจะไหลได้ดี  (ประมาณ  1  หยด  ต่อ  1  วินาที)  ถ้าเด็กกลืนไม่ทัน  อาจเป็นเพราะนมไหลเร็วเกินไป  ให้เช็คจุกนมว่ารูใหญ่เกินไป  หรือจุกขาดหรือไม่

                5.  ควรจะเห็นฟองอากาศในขวดนมขณะที่เด็กดูดนมอยู่  (ยกเว้น  ถ้าใช้ขวดนมที่เป็นถุงพลาสติก)  ถ้าไม่เห็นฟองอากาศแสดงว่านมไม่ไหลให้เช็คจุกนมว่าตัน  หรือแฟบ  ถ้าจุกนมตันให้เปลี่ยนจุกนมใหม่                                                                 ถ้าจุกนมแฟบ  ให้เปิดฝาขวดออกแล้วเปิดใหม่

                6.  ป้อนนมจนกว่าเด็กจะแสดงอาการอิ่ม  เช่น  ปิดปาก  หยุดดูด  หรือคายจุดนมออก

                7.  ให้เด็กเรอ  โดยการอุ้มพาดบ่า  และตบที่หลังเบา    จนกว่าจะได้ยินเสียงเรอ  หรือ  อุ้มเด็กคว่ำหน้าลงบนหน้าตัก  และตบที่หลังเบา    บางครั้งเด็กจะเรอออกมาพร้อมกับนมเล็กน้อยซึ่งเป็นปกติ  หรืออาจจะไม่เรอเลย  ควรจะให้เด็กเรอ  หลังจากการป้อนนมไปครั้งหนึ่งทันทีเมื่อทานเสร็จ  และ  2-3  นาที

หลังจากทานเสร็จแล้ว

                8.  ควรให้น้ำเสริมถ้าเด็กทานนมขวดอย่างเดียว

                9.  ควรสลับแขนบ้างในขณะที่อุ้มเด็กให้นม  เพื่อที่เด็กจะได้ฝึกสายตาในการมองทั้งซ้ายและขวา

                10.  วางเด็กในที่นั่งให้ศีรษะสูงประมาณ  10 15  นาทีหลังดื่มนม

                11.  ถ้าเด็กถือนมเองได้  ควรหยิบขวดนมออกหลังจากเด็กหลับแล้ว