|
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง The Terminal ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่นำเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ต้องการทำความฝันของพ่อให้เป็นจริง อันเนื่องมาจากพ่อของเขาเป็นคนที่ชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ และชื่นชมวงดนตรีคณะหนึ่งจนทำให้พ่อของเขาอยากสะสมลายเซ็นของนักดนตรีในวงทุกคน โดยการเดินทางไปชมการแสดงบ้าง การส่งจดหมายเพื่อขอลายเซ็นบ้าง ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นต้นเหตุของการดำเนินเรื่องราวของ The Terminal เพราะว่า ความฝันที่พ่อของเขาตั้งความหวัง คือการได้ลายเซ็นของนักดนตรีทั้งหมดในวงที่แสดง แต่ความปรารถนาที่พ่อได้วางไว้ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากพ่อได้ทำกาละจากเขาไปก่อน ด้วยความกตัญญูกตเวทีต้องการจะตอบแทนพระคุณของบุพการีเขาจึงได้ดำเนินการเพื่อให้ความปรารถนาของพ่อเป็นความจริงจึงได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อติดต่อนักดนตรีหนึ่งคนของวงที่ยังไม่เซ็นลายเซ็นให้พ่อของเขา อุปสรรคของการเดินทางเริ่มเกิดเมื่อเขาลงเครื่องบินและก้าวเท้ามาสู่อเมริกา ประเทศที่เขาต้องเดินทางมาไกลแสนไกลต้องข้ามน้ำข้ามทะเลเกิดความไม่สงบภายในประเทศเพราะมีการปฏิวัติยึดอำนาจประทศต้องประกาศเคอร์ฟิวส์ จนต้องทำให้อเมริกาต้องประกาศยกเลิกการรับรองประเทศมีผลทำให้เขากลายเป็นบุคคลไม่มีสัญชาติไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศในฝันของพ่อได้ เขาถูกกักตัวไว้ที่สนามบินไม่สามารถติดต่อกับใครเพราะเขาไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่ด้วยความตั้งใจจริงที่จะทำเพื่อพ่อเขาสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและย่างเข้าสู่เมืองแห่งทุนนิยมด้วยความภูมิใจที่กระทำความฝันของพ่อให้เป็นจริง จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เขียนมีความรู้สึกซึ้งในอรรถรสของบทละครเป็นยิ่ง เพราะแม้กระทั่งผู้สร้างซึ่งเป็นคนในสังคมของโลกตะวันตก ยังคงคำนึงและให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวเป็นอย่างดีเยี่ยม แต่เมื่อเราหันมามองให้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยของเราแล้วพบว่า ความเสื่อมถอยของสถาบันปฐมภูมิคือครอบครัวทำให้เด็กในสังคมของเรามีปัญหาทุกขณะที่กำลังดำเนินชีวิตอยู่เช่นปัญหายาเสพติด ลักทรัพย์ ปัญหาข่มขืนกระทำชำเรา หากเราไม่แก้ปัญหาข้างต้นความล่มสลายของสังคมคงจะเกิดขึ้นอีกไม่นานเป็นแน่ ผู้เขียนอยากนำเสนอให้เยาวชนคนหนุ่มสาว หรือผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเรา ตระหนักถึงคุณค่าตามหลักธรรมของพุทธศาสนาอันได้แก่บุพพการี อันมีความหมายว่าคนผู้ทำอุปการะก่อน ซึ่งจะรวมความว่า บิดามารดาบังเกิดเกล้า ชายและหญิงผู้ให้กำเนิดและชีวิต ผู้เสียสละ ทุ่มเทเลี้ยงแสนเหนื่อยยากมิได้หวังตอบแทนอะไรเลยอีกประการหนึ่งได้แก่ กตัญญูกตเวที คนที่รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทนบุญคุณท่านคือบุตรธิดาที่เกิดสืบสายเลือดในอกแท้ ผู้เสมือนดวงใจโดยตรงของพ่อแม่ และลูกเองก็ควรที่มีใจเมตตากรุณาไม่เห็นแก่ตัว ควรบำรุงเลี้ยงพ่อแม่เมื่อท่านท่านแก่เฒ่า ตนเองคือเลือดเนื้อที่รักของพ่อแม่ จึงควรเอาเอาใจท่านตลอดเวลา รักษาจารีตอันเป็นมรดกล้ำค่าของครอบครัวทำตนเป็นทายาทที่ดีและเมื่อท่านสิ้นชีพก็กระทำบุญกุศลอุทิศให้ เหล่านี้เป็นวัฒนธรรมด้านจิตใจซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันดีของมนุษย์ ทำให้รู้คุณค่าแห่งชีวิต และสงวนเอกลักษณ์ของครอบครัวไทย ให้คงอยู่เป็นแบบแผนที่น่ายกย่องคู่สังคมไทยสืบไป
***********************************************
|