การเจ็บปวด

  31กค...ที่ผ่านมา ได้เข้านั่งฟังการชงชาแล้ว ทำให้เริ่มมีไฟ ..อยากจะเล่าอะไร ต่าง ๆ ให้คนรอบข้างได้ฟัง รับรู้บ้าง ก็ยังไม่ได้ลงมือ หลังจากเลิกจากการฟังแล้วก็รีบเก็บ เสื้อผ้าของเครื่องใช้ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน ....กลับถึงบ้านแล้ว หลังทานข้าวเย็นกับพ่อ - แม่ และน้อง ๆ ก็นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ จนคิดถึงเรื่องการชงชา ก็ได้หยิบกระดาษมา 1 แผ่น...ทดลองเขียนดูนะ ....ขอให้ชื่อเรื่องว่า " ขอโทษนะ....มือไปเอง

เรื่องก็มีว่าทางห้องคลอดได้รับผู้คลอดรายหนึ่ง อายุยังน้อย  มารพ. ด้วยอาการเจ็บครรภ์คลอด ขณะนอนในห้องรอคลอด เริ่มมีอาการเจ็บปวดมากขึ้น ร้องครวญคราง เนื่องจากมีการหดรัดตัวของมดลูกเพิ่มมากขึ้น  ทางจนท. จึงได้ให้คำแนะนำ..." เวลาเริ่มเจ็บครรภ์ ให้สูดหายใจเข้าทางจมูกลึก ๆ แล้วเป่าลมออกทางปากยาว ๆ " ให้นอนตะแคงซ้าย และได้สอนให้ผู้คลอดลองทำให้ดู  ก็สามารถทำตามที่สอนได้  แต่พอหันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงร้องครวญครางอีกหลาย ๆ ครั้งต่อมา  จนกระทั่ง ปากมดลูกเปิดหมด ได้ย้ายเข้าห้องคลอด จัดท่าเตรียมสำหรับทำการคลอด แนะนำ+สอนการเบ่งคลอดที่ถูกต้อง แต่ด้วยที่ผู้คลอดอายุยังน้อย ไม่สามารถที่จะอดกลั้นกับความเจ็บปวดมากนัก  ขณะที่ยังเบ่ง ทางจนท. ก็ทำการตรวจภายในเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการคลอดไปด้วย  ก็มีมือ มาจับมือของจนท.ข้างที่กำลังตรวจ ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียง....เผี๊ยะ.....1 ครั้ง 

" เอามือออกไปก่อน  อย่าจับมือหมอ " จนท.พูด

พอผู้คลอดปล่อยมือแล้วจึงได้ถอด และเปลี่ยนถุงมือคู่ใหม่  กลับมาที่ผู้คลอด   " การที่เอามือมาจับมือหมอที่ใส่ถุงมือที่สะอาด ฆ่าเชื้อแล้วอย่าง จะทำให้เกิดการติดเชื้อทางช่องทางคลอดได้ "

" เพราะฉะนั้น ขณะที่กำลังตรวจอย่าทำอย่างนี้อีก.... ถ้าเริ่มเจ็บก็ให้สูดหายใจเข้าทางจมูกลึก ๆ  กลั้นลมหายใจไว้ซักครู่ แล้วเบ่งลงก้น  ขณะเบ่งให้หุบปากให้สนิท ไม่ให้ออกเสียง เพราะจะทำให้กำลังในการเบ่งคลอดลดลง ทำให้การคลอดเนิ่นนาน.. " จากนั้นก็คอยให้กำลังใจในการเบ่งคลอด จนกระทั่ง คลอดทารกออกมา ได้เพศหญิง ร้องเสียงดังดี  ได้แจ้งให้ผู้คลอดรับทราบ ต่อจากนั้นก็ได้ดูแลทารกจนปลอดภัยแล้ว จึงได้วางที่หน้าอกของแม่ และให้ลองดูดนมแม่ 

เมื่อเสร็จสิ้นการทำคลอดแล้ว ทำให้มีความสุข  ดีใจ ที่ได้เห็นชีวิตน้อย ๆ ออกมาอย่างปลอดภัย....

" หมอ.....ขอบคุณเจ้า "  หันไปเห็นแม่ของเด็กยกมือขึ้นประกบกันที่หน้าอก...ยิ้ม ... พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นทางยาวตลอด

                                                  อารีวรรณ / บันทึก