ลุงอิ้นสู้โรค

                ลุงอิ้น ทองเจิม ผู้สูงวัย อายุมากกว่า 80 ปี เป็นที่รู้จักกันดี ของชาวบ้าน หมู่ 3 ตำบลบ้านหาด เวลามีงานบุญที่ใด ก็จะได้ยินเสียงของลุงอิ้น เป็นพิธีกรนำพระเป็นประจำ ตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นมา ลุงอิ้นเริ่มหายไปจากงานบุญต่าง ๆ เนื่องจากเริ่มป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งเดิมลุงอิ้นมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แต่ลุงอิ้นไม่มีอาการผิดปกติ หรือภาวะแทรกซ้อนใด ๆ สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง เดือนมีนาคม 2551 ลุงอิ้นเริ่มมีอาการผิดปกติต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยอาการไอ หายใจเหนื่อยหอบ มีไข้ เป็น ๆ หาย ๆ พออาการทุเลาก็กลับบ้าน เมื่อมีอาการกำเริบก็กลับมานอนโรงพยาบาล เป็นอย่างนี้มาตลอดระยะเวลา 6 เดือน แพทย์ทำการรักษา เห็นว่าการรักษาลุงอิ้นไม่เป็นผลสำเร็จอาการไม่ดีขึ้น จึงส่งตัวไปรักษาต่อโรงพยาบาลพระจอมเกล้า ลุงอิ้นไปนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าประมาณ 2 สัปดาห์ ตรวจพบว่าเป็นวัณโรคปอด เริ่มให้รับประทานยารักษาวัณโรคปอด ตามสูตร หลังรับประทานยา ลุงอิ้นยังมีอาการอ่อนเพลีย รับประทานอาหารได้น้อย ไม่มีแรงต้องกลับมานอนโรงพยาบาลอีกครั้ง  วันที่ลุงอิ้นกลับมานอนโรงพยาบาล ฉันเป็นคนไปรับลุงอิ้นลงเตียง

                สวัสดีจ๊ะ ลุง วันนี้อาการเป็นอย่างไรจ๊ะ  ฉันทักทายลุงอิ้นพร้อมยิ้มให้

                เฮ่อ มาอีกแล้ว หมอเบื่อแย่เลยลุงอิ้นตอบกลับ สีหน้าเศร้าพร้อมขยับตัวเตรียมจะลงจากรถเปลนอนลงเตียงในตึกผู้ป่วยใน

                ไม่เบื่อหรอกลุง ไม่สบายก็ต้องมาหาหมอจ๊ะ ไม่รอช้าฉันจับแขนลุงอิ้นพยุงขยับลงเตียง อย่างแผ่วเบาพร้อมกับบอกว่า

                แล้วเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะลุง ไปพระจอมเกล้าหมอบอกว่าเป็นอะไรฉันถามต่อ

                หมอบอกว่าลุงเป็นโรคปอด ต้องกินยา 6 เดือน ยาก็เยอะแยะ ลุงกินแล้วก็แย่ ต้องมาโรงพยาบาลอีกแหล่ะ ลุงอิ้นตอบพร้อมทำมือประกอบ สีหน้าบ่งบอกความเบื่อหน่าย

                มันเป็นอาการข้างเคียงจากยานะลุง เดี๋ยวจะค่อย ๆ ดีขึ้น และยาก็จะลดลงเรื่อย ๆ นะ ลุงไม่ต้องกินมากแบบนี้ไปจนครบ 6 เดือนหรอกฉันอธิบาย พร้อมให้การพยาบาล วัดไข้ วัดความดันโลหิตไปด้วย

                ลุงอิ้นไม่ตอบอะไร ท่าทางยังอ่อนเพลีย สีหน้ายังกังวลเล็กน้อย ฉันปล่อยให้ลุงอิ้นพักผ่อนและขอตัวเพื่อไปปฏิบัติการพยาบาลอย่างอื่นต่อไป

                งั้นลุงพักผ่อนก่อนนะจ๊ะ หนูจะแวะมาดูบ่อย ๆ ถ้าลุงต้องการอะไร ลุงกดออดหัวเตียงตรงนี้เลยนะ ฉันอธิบาย พร้อมหยิบออดเรียกพยาบาลให้ลุงอิ้นดู

                ครับ ขอบคุณมากนะหมอลุงตอบและยิ้มให้ฉันอย่างเหนื่อยอ่อน พร้อมล้มตัวลงนอนหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย

                นั่นเป็นการพูดคุยครั้งแรกกับลุงอิ้น ทำให้ฉันรู้สึกสงสารลุงอิ้นที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการกินยารักษาวัณโรค ขณะที่ลุงอิ้นนอนโรงพยาบาลอยู่ 3 วัน ฉันได้ไปพูดคุยให้กำลังใจและพยาบาลลุงทุกวันจนรู้สึกสนิทสนมเป็นกันเองมากขึ้น

                หลังจากแพทย์จำหน่ายลุงกลับบ้านไปยังไม่ถึงเดือนลุงอิ้นกลับมาอีกด้วยอาการอ่อนเพลีย  ตาเหลือง เกิดภาวะแทรกซ้อนจากยารักษาวัณโรคปอด ต้องเปลี่ยนสูตรการรักษา มาเป็นยาฉีดร่วมกับยากิน

                จากความหวังของลุงอิ้นที่จะรักษาเพียงแค่ 6 เดือน ก็เปลี่ยนไป ลุงอิ้นต้องเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลทุก 2 สัปดาห์ นอนโรงพยาบาลบ้าง ไม่นอนโรงพยาบาลบ้าง เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น มีอาการท้องเสีย มีไข้ นอนโรงพยาบาลทุกเดือน ระหว่างที่ลุงอิ้นนอนโรงพยาบาลฉันพูดคุย  ซักถามอาการลุงอิ้นบ่อยจนเพื่อน ในตึกทราบว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน

                 ประมาณต้นเดือนธันวาคม 2551 ฉันอยู่บ้านเพราะเป็นวันหยุด ได้รับโทรศัพท์ จากเพื่อนร่วมงานว่า ให้ไปบอกญาติลุงอิ้นให้ไปรับยาที่โรงพยาบาลด้วย วันนี้ลุงอิ้นไปตรวจแล้วได้ยากลับบ้านมาไม่ครบฉันจึงถามแม่ว่า บ้านลุงอิ้นอยู่ที่ไหนแล้วไปหาลุงอิ้นที่บ้านนั่นเป็นครั้งแรก ที่ฉันรู้จักบ้านลุงอิ้น ฉันขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าบ้าน พร้อมกับเรียกลุงอิ้น พอได้ยินเสียงเรียก สุนัขก็เห่า เสียงดัง ด้วยความหวาดกลัว ฉันไม่กล้า ลงจากรถ ป้าแต๋วภรรยาลุงอิ้นเดินออกมาต้อนรับ ไม่ได้เชิญเข้าบ้าน บอกธุระเสร็จฉันก็ขอตัวลากลับ ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมลุงในบ้าน

                หลังจากนั้นลุงอิ้นก็หายไป ไม่ได้กลับมานอนโรงพยาบาลอีก ในเย็นวันหนึ่ง ฉันพบป้าแต๋วภรรยาลุงอิ้นในตลาดนัดได้พูดคุยทักทายกัน ถามถึงอาการของลุงอิ้น ป้าแต๋วบอกว่าอาการลุงดีขึ้นแล้ว ไม่เป็นไข้ หายใจไม่เหนื่อย ยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่บ้าง รับประทานอาหารได้น้อย ไปรับยารักษาต่อเนื่องตลอด ซึ่งบางครั้งก็ให้ลูกสาวไปรับยาแทน

                หลังจากวันนั้น ฉันรู้สึกห่วงใยอยากไปเยี่ยมลุงอิ้นที่บ้าน คราวนี้ไม่กล้าไปคนเดียว ชวนหลานไปเพื่อน ฉันขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าบ้าน ส่งเสียงเรียกลุงอิ้น ครั้งนี้ไม่มีเสียงสุนัขเสียงดัง มีแต่เสียงสุนัขตัวเล็ก ๆ เห่า เบา ๆ ป้าแต๋วออกมาต้อนรับฉันเหมือนเคย และชักชวนไปเยี่ยมลุงอิ้น  บ้านลุงอิ้นเป็นบ้าน 2 ชั้น  ชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูน รั้วมีต้นไม้คลุมมาก มองเห็นบ้านไม่ชัด  อีกด้านของบ้านติดกับนา และติดกับสวนกล้วย ภายในบ้านถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ

ลุงอิ้นนั่งอยู่มุมหนึ่ง แยกตัวออกจากคนอื่น ๆ อย่างชัดเจน

                สวัสดีจ๊ะลุงอิ้น หนูมาเยี่ยมฉันทักลุงพร้อมยกมือไหว้

                สวัสดีครับ แหมอุตสาห์มาเยี่ยมลุง จำเริญ ๆ นะหนูลุงอิ้นตอบยกมือรับไหว้และยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนแววตาบ่งบอกถึงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด

                เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะลุง อาการดีขึ้นไหมจ๊ะ  ฉันถาม

                ก็ดีนะ แต่มันยังไม่เหมือนเดิม บางวันก็ดี บางวันก็ไม่ดี อย่างนี้แหล่ะคนแก่ลุงตอบสีหน้าสดชื่นขึ้น

                แต่หนูว่า ลุงดูดีขึ้นมากแล้วนะ  ลุงกินอาหารให้ครบนะจะได้หายเร็ว ๆ อีกไม่นานจะถึงงานเทศมหาชาติประจำหมู่บ้านแล้วนะ ลุงจะได้ไปได้ฉันพูดต่อชวนแกไปทำบุญ ซึ่งเป็นของชอบ

                ถ้าอาการดีกว่านี้ ลุงก็ได้ไปลุงอิ้นตอบพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยแววตามีความหวัง

                ลุงต้องหายทันไปงานแน่ ฉันให้กำลังใจลุงอิ้นพร้อมกับสัมผัสที่แขนของลุงอิ้นเบา ๆ

                ฉันพูดคุยกับลุงอิ้น ป้าแต๋วและลูกสาว สอบถามเรื่องการรับประทานอาหารลุงอิ้นก็ยังรับประทานอาหารได้น้อยทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ฉันแนะนำป้าแต๋วและลูกสาวปรุงอาหารที่ลุงชอบรับประทานแต่ต้องได้สารอาหารครบ 5 หมู่ ในเรื่องการออกกำลังกายให้ลุงอิ้นเดินรอบ ๆ บ้านบ้าง และเรื่องของการจัดบ้านให้โปร่ง ระบายอากาศ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ป้าแต๋วและลูกสาวรีบรับคำว่าจะดูแลลุงอิ้นให้ดี พร้อมให้กำลังใจลุงอิ้น

             ไม่เป็นไรนะ ตาอิ้น ฉันและลูกจะดูแลแกให้ดีที่สุด แต่แกต้องสู้ต่อไปนะ ถ้าแกกินได้ ออกกำลังกายได้ พักผ่อนได้ ตามที่หมอเขาแนะนำ เดี๋ยวเชื้อโรคมันถอยห่างเองแหล่ะป้าแต๋วบอกลุงพร้อมยกมือลุงอิ้นขึ้นข้างตัวและพูดว่า ตาอิ้น สู้ สู้ลุงอิ้นมองหน้าฉันและยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ตอบรับคำป้าแต๋วทันที จ๊ะ ฉันจะสู้ต่อไป

                ฉันพูดคุยกับลุงอิ้นและป้าแต๋วอีกพักก็ขอตัวลากลับ ในใจรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นพลังของคนในครอบครัวที่จะส่งเสริมและเป็นกำลังใจให้ลุงอิ้นได้เป็นอย่างดี อีก 1 เดือนถัดมา ฉันได้ไปเยี่ยมลุงอิ้นที่บ้านอีกครั้ง ในครั้งนี้ฉันได้เห็นลุงอิ้นอาการดีขึ้นมาก สีหน้าสดชื่นขึ้น รับประทานอาหารได้ สามารถลุกเดินออกกำลังกาย รอบ ๆ บ้านได้ ไปร่วมงานบุญได้เป็นครั้งคราว ลุงอิ้นโชคดีที่มีครอบครัวดี ภรรยาและลูก ๆ คอยดูแลอย่างดีทำให้ลุงอิ้นมีกำลังใจที่จะดูแลตนเองสุขภาพของลุงดีขึ้น สามารถไปร่วมงานบุญต่าง ๆ ได้ สามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุข ไม่มานอนโรงพยาบาลอีกเลย

               หากพวกเราชาวสาธารณสุข สละเวลาหลังเลิกงานวันละนิดแวะเยี่ยมเยียนผู้ป่วยที่มีปัญหากินยายากหรือมีภาวะแทรกซ้อนจากยา คอยแนะนำ  คอยให้กำลังใจและเสริมพลังให้ครอบครัวและญาติเข้าใจ และเต็มใจช่วยเหลือ ผู้ป่วยของเราคงมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหารุมเร้า อยากมีชีวิตต่อไป ดอกไม้แห่งความเอื้ออาทร ก็จะเบ่งบานในใจของเราและครอบครัวของผู้ป่วยด้วย ฉันเชื่อเช่นนั้น