ตอนเที่ยงวันหลังให้อาหารกายพักผ่อนพอประมาณ
ไปนั่งอ่านหนังสือและวิจัยลมหายใจเข้าออกใกล้คันนา
ได้เห็นปูนาสองตัวต่อสู้กันอย่างดุเดือดคงจะแย่งกันเป็นใหญ่
หรืออะไรสักอย่างตามวิถีชีวิตของมันตัวที่ชนะชูก้ามอย่างผู้เหนือกว่า
ตัวพ่ายแพ้ก็หลีกไปแบบบอบช้ำก่อนหลีกไปมันหันกลับมา
แล้วมันคงพูดว่า
วันนี้ข้ายังไม่พ่ายแพ้แต่ยังไม่มีวิธีที่จะชนะเอ็งเท่านั้น(ฝากไว้ก่อน)
ธรรมฐิตเลยน้อมนำเข้ามาหาตัวตนด้วยปัญญาอันน้อยนิด
ว่า
ในชีวิตของเราทุกคน ถ้าตราบใดเรายังหายใจเข้าออก
อยู่บนพื้นพิภพนี้ ความผิดหวัง สมหวัง ปัญหาต่างๆ
ต้องถาโถมเข้ามาหาเราทุกเมื่อเชื่อวันทั้งดีและเสีย
และเมื่อใดเรารู้สึกท้อแท้สิ้นหวังกับสิ่งทีผ่านมาในชีวิต
แล้วเรารู้สึกว่ามันยากในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
เมื่อนั้นชีวิตเราก็จะมีความรู้สึกว่าเดินหน้าต่อไปไม่ได้
เหมือนเจอทางตัน
เราก็ไม่อาจจะบากหน้าเผชิญกับมันได้
แต่หากเรามีสติย้อนดูในอีกแง่ที่ดี
สิ่งต่างๆของปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียว
คนอื่นๆก็เป็นคล้ายๆกับเราอีกมากมายก่ายกอง
บางคนยืนหยัดอยู่ได้
รึบางคนก็ลงโทษตนเองอย่าไร้ความยุติธรรม
เราก็ใช้สติระลึกเพื่อหาหนทางต่อสู้แก้ไขกับสิ่งทีกำลังเผชิญอย่างรู้เท่าทัน
ถ้าเราฝึกใช้สติอย่างนี้ปัญหาต่างๆที่กำลังจะเกิด
ก็จะกลับกลายเป็นโอกาสดีให้เราเรียนรู้ต่อสู้ต่อไป
จงลุกขึ้นสู้กับมัน
ให้นึกไว้เสมอว่าหากมีลมหายใจอยู่เรายังไม่พ่ายหรือล้มเหลวในชีวิต
เพียงแต่เรายังไม่ชนะหรือประสบความสำเร็จในวินาทีนี้เท่านั้นเอง
สักวันธรรมฐิตอาจเห็นปูตัวที่พ่ายแพ้กลับมาหาวิธีต่อสู้ตัวที่ชนะก็เป็นได้
แล้วจะมาเล่าให้ฟังขอรับ..
สู้ต่อไปขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านขอรับ..